9 พ.ค. เวลา 07:47 • การเมือง
บ้านปิ่นเกล้า

การเมืองไทยในปี2569

ระบอบการปกครองของรัฐจะมี 2 ระบอบคือ...
1. เผด็จการ (ขวาจัด)
2. ประชาธิปไตย
ส่วนลัทธิคอมมิวนิสต์ (ซ้ายจัด) เป็นเพียงลัทธิทางเศรษฐกิจที่มีแนวคิดมาจากคาร์ลมาร์ซ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีระบอบการปกครองเป็นแบบเผด็จการ (อำนาจนิยม)
ประเทศไทยจัดอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจ (ที่เกิดจากการยอมรับของชนหมู่มาก) ผ่านตัวแทน 3 ฝ่าย คือ...
1. ฝ่ายบริหาร
2. ฝ่ายนิติบัญญัติ
3. ฝ่ายตุลาการ
โดยทั้ง 3 ฝ่ายมีอำนาจถ่วงดุลและตรวจสอบ หลักสำคัญคือ ฝ่ายบริหารต้องไม่มีอำนาจครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ ถ้ารัฐบาลมีจำนวน ส.ส. มาก และ ส.ว. ก็ถูกครอบงำได้ จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า "เผด็จการรัฐสภา" รัฐบาลสามารถออกกฎหมายได้ตามความต้องการ
ในขณะที่ถ้าฝ่ายบริหารครอบงำฝ่ายตุลาการ หรือที่เรียกว่า "ศาลสั่งได้" เราจะไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ เช่น รัฐมนตรีสั่งย้ายอธิบดี โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น
ปัจจุบันกำลังจะมีการออกรัฐธรรมนูญที่ใช้ปกครองประเทศ มีการอ้างว่าเพื่อเปลี่ยนระเบียบและกติกาใหม่ แต่รัฐบาลได้เลื่อนการลงประชามติครั้งที่สองและสามออกไป คาดว่าคงมีการออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ในปี2572
หมายเหตุ
ส.ส. คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์
ส.ว. คือ สมาชิกวุฒิสภา
โฆษณา