10 พ.ค. เวลา 13:04 • นิยาย เรื่องสั้น

ดาราดัง ถูกนางฟ้าชำแหละกระดูกกรรม ก่อนผลักตกตึกจากเพนท์เฮาส์เจ้าพระยา

โปรดอย่าถาม
​ใครๆ ก็อยากเป็น อยากรู้จัก และอิจฉาความสมบูรณ์แบบของซุปตาสาวสวยผู้อยู่บนยอดปิรามิดของวงการบันเทิงไทยอย่าง ภัทรีย์
แต่ตัวเธอเองเล่า รู้สึกว่าตนโชคดีอย่างนั้นหรือไม่
​บนระเบียงชั้น 25 ของคอนโดมิเนียมสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา หล่อนยืนเกาะระเบียงกระจกนิรภัยเดียวดายในความมืดมิด
แก้วไวน์เพิ่งหล่นแตกกระจายบนพื้นหินอ่อนสีเข้มแทรกประกายทอง
ตัวยังเปียกชื้นจนน้ำหยดจากปลายผมไม่ขาดสายลงบนเสื้อคลุมเนื้อระยับราคาสูงลิบ
​เบื้องหลังยังเห็นอ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่สร้างจำลองบ่อน้ำพุธรรมชาติ ปลูกแซมด้วยแนวเฟิร์นและต้นไม้ใหญ่ทอดเงาตะคุ่ม และม่านบาหลีเป็นเส้นสายเหมือนวอลเปเปอร์ธรรมชาติเต็มผนัง เหนืออ่างยังห้อยชานเดอเลียร์ทอดสายคริสตัลระยิบระยับราวเกล็ดดาว
ความงามและรสนิยมระดับนี้เท่ากับค่าตัวละครแค่สองสามตอน แต่คือหนึ่งปีของพนักงานเงินเดือนระดับผู้จัดการ
​แต่ยามนี้... หล่อนไม่สนใจอะไร หรือใครๆ อีกแล้ว
ภัทรีย์เดินโซเซ ฝีเท้าหนักและไม่มั่นคง หล่อนเอนตัวไปข้างหน้า ราวกับจะถ่ายภาระทุกอย่างไปที่บานกระจกใสที่กางกั้นพื้นที่ความสุขกับความเสี่ยงของความสูงร่วม 100 เมตรจากพื้น
​หล่อนกรีดร้องสุดเสียง ยกมือขึ้นถูเนื้อตัวอย่างสุดแรง ราวจะลอกผิวหนังนั้นให้หลุดร่อนด้วยความรังเกียจเสียเต็มประดา
​“ไหนขอนาบนางเอกซุปตาร์หน่อยว่าพิเศษกว่าอีตัวแค่ไหน...”
​เสียงหัวเราะหื่นหยาบระยำของชายอ้วนผู้ที่ใครๆ เรียก ‘ท่าน’ แสดงความต่ำทรามแตกต่างกับภาพผู้ใหญ่ใจดีชอบทำบุญที่คนทั้งประเทศไว้วางใจให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ
เขาเดินสามขุมเข้ามากระชากชุดราตรีเนื้อโปร่งแบรนด์ Versace ขาดติดมือ เผยผิวผ่องและเนินอกอิ่มที่ถูกซ่อนรำไรในชุดชั้นในลูกไม้
... ไม่มีความลับแบบ Victoria's Secret
ให้ซุกซ่อนอีกต่อไป เมื่อเขาใช้มือเดียวกันกระชากจนตะขอหลุดขาด
​ร่างบอบช้ำที่โดนย่ำยี เปลือยเปล่าหมดแรงหายใจรวยริน น้ำตาไหลไม่ขาดสาย ดวงตาเหม่อลอยสูญเสียจิตวิญญาณ มาสคาร่าเประเปื้อนและลิปสติกนอกกรอบฝีปาก
เศษซาก Versace ถูกโยนลงไปอย่างพ้นภาระราวหนังสือพิมพ์เก่าปกปิดความโสมม
เสียงหัวเราะที่ดังห่างไป ยังติดตรึงหลอกหลอนวนซ้ำ
​สลับกับเสียงคราง หื่น และร่างอัปปรีย์ที่ถาโถมราวสัตว์นรก
เสียงเฮฮาสนุกสนานเป็นมิตรและดวงหน้าผู้จัดการสาวข้ามเพศผุดพรายเหมือนคลื่นแทรกประสาน
​“แพทรีย์ หล่อนไปรอฉันที่เลาจน์คลับโรงแรม Cloud 9 ชั้นเพนท์เฮาส์ก่อนนะ ไปรับเช็คกับพี่แขและคุยงานละครที่เราจะรับเรื่องใหม่ แล้วจะตามไป จิบคอกเทลไปก่อน เทมที่จะเป็นพระเอกเรื่องหน้าที่ช่องกำลังจะดันก็อยู่ที่นั่นแล้ว...”
​หล่อนรับปากไปรอที่จุดหมายโรงแรม 7 ดาวย่านทองหล่ออย่างง่ายๆ
หลังรับรางวัล The Most Idol 2026
โดยไม่รู้เลยว่า ที่นั่นคือจุดเชือดอย่างเลือดเย็นจากเพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัว
​ในความมืดมิดของระเบียงสูงชั้น 25 แวดล้อมด้วยคืนไร้แสงที่ทึบหนาด้วยเมฆฝนบดบังดวงจันทร์ เบื้องล่างคือเวิ้งน้ำสีดำผิวกระเพื่อมระลอกลมตะปุ่มตะป่ำเหมือนหนองน้ำปีศาจ
ภัทรีย์หยุดมือจากการขูดถูตัวเอง วางมือลงบนขอบรั้วระเบียงกระจกที่รับแรงโน้มของชีวิตเหมือนตัดสินใจแล้ว
​สองมือจับแน่น เล็บสวยที่ต่อยาวตกแต่งคริสตัลชวาลอฟสกี้หักบิ่นชำรุดจิกลงบนกระจกหนา สองแขนยืดตึงเกร็งสุดกำลังเพื่อพยุงทั้งร่างที่กำลังเขย่งกึ่งลอยกึ่งยืน
​ในเมื่อยับเยินเกินกว่าจะซ่อมแซม ก็จบมันเสียเถอะ...
​ร่างละลิ่วลงแหวกอากาศในรัตติกาลผ่านระเบียงชั้นล่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องตกใจของผู้พบเห็นไม่เล็ดรอดเข้าโสตประสาท
หล่อนแค่รู้สึกเบา... และเป็นอิสระ
​แต่แล้วร่างที่ละลิ่ว
ลอยต้านแรงโน้มถ่วง
ย้อนกลับมายืนจับราวระเบียงที่เดิม!
​“ง่ายไปไหม?”
เสียงใสกังวานดังมาอย่างไร้ที่มาที่ไป
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะ
​ภัทรีย์ลืมตาขึ้น
จิตที่เคยละลิ่วเบาเมื่อเสี้ยววินาทีกลับมาหนักอึ้ง หล่อนมองรอบข้างเพื่อพบกับความว่างเปล่า
จิตสงสัยดับลง เจตจำนงในการหลุดพ้นกลับมาอย่างรวดเร็ว หล่อนเกร็งมือจนสุดกำลังอีกครั้ง
​“เป็นผีพรายกระเฬวกระราก นี่เหรอฉากจบของซุปตาร์ชื่อก้องเมืองฟ้าอมร... คิกๆ”
เสียงปริศนาเอื้อนเอ่ยอีกครั้ง
​“ใคร!”
หล่อนท้าทายด้วยสายตาไร้แววหวาดหวั่น
“จะตายอยู่แล้ว จะผีห่าซาตานที่ไหนก็มาเลย!”
หล่อนตะโกนฉุนเฉียว ท้าทาย เสียงในความมืด
​“พวกนั้นแค่ธุลีดินชั้นใต้เปลือกโลกบนส้นเข็มคู่นี้ของฉัน...”
​ร่างสุดโสภาที่งดงามเหนือจินตนาการปรากฏชัดบนกระจกระเบียงผืนแผ่นเดียวกันกับที่หล่อนจับ
แต่เธอนั่งห่างไปแค่คืบ ในชุดเดรส Versace แบบเดียวกันกับที่เพิ่งถูกกระชากขาด
เธอผู้นั้นยกขาไขว่ห้างในส้นเข็มพื้นแดงของคริสเตียน ลูบูตอง นั่งหันหน้าประจันได้มั่นคงบนขอบกระจกบางเหมือนไร้น้ำหนัก
กลิ่นหอมชั้นสูงราคาแพงลิบลอยกระทบจมูก
​ความตกใจทำให้ภัทรีย์เผลอถอนมือถอยตัวออกมา มองร่างตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
​“ANGEL? นางฟ้า หรืออะไร...”
หล่อนเผลอนิยามด้วยภาษาอังกฤษที่คุ้นเคย
​ร่างนั้นยิ้มหวานให้ก่อนหายวับไปนั่งพ่นบุหรี่ YSL มวนยาวกลิ่นเอิร์ลเกรย์อยู่ที่ชุดโซฟาเลาจน์ติดกับอ่างจากุชชี่
ภัทรีย์เรียกสติกลับมาได้ดีกว่าเมื่อครู่
​“เธอมารับฉันใช่ไหม
ไม่ว่าจะเป็นอะไร...
ฉันพร้อมแล้วค่ะ เพราะฉัน... ฉัน...”
จนนาทีนี้ความอัดอั้นที่ถูกละเลยจึงถาโถมเป็นการทรุดลงปิดหน้าร้องไห้อย่างหนักหน่วง
​“เอ้า! ปรุงเข้าไป ดราม่าเข้าไป สาว!
นี่ไม่มีกล้อง ไม่มีสปอตไลท์ให้เธอต่อยอดจากสคริปต์นะจ๊ะ แม่ The Most Idol 2026”
ภูตปริศนาพูดกระแทกกลั้วเสียงขำขัน พลางชูรางวัลที่ถูกทิ้งไว้ในรถอดีตผู้จัดการข้ามเพศขึ้นมาโยนเล่นเหมือนคทาดรัมเมเยอร์
ภัทรีย์เงยหน้ามอง
ความแปลกใจเริ่มกลายเป็นความเคยชินกับสิ่งมหัศจรรย์ตรงหน้าทีละน้อย
​“นี่มันบัดซบของจริง ไม่ใช่บทบาทจากสคริปต์!” หล่อนเถียงเสียงเข้ม โมโหมากกว่าจะกลัวพลังงานตรงหน้า
​“โกรธได้แล้ว? เถียงออกแล้ว !”
ภูตปริศนาหัวเราะร่วน โยนรางวัลใส่มืออีกฝ่ายอย่างฉับพลัน แต่ด้วยความหนัก ดาราสาวเลือกจะหลบมากกว่าจะรับ
“ว้ายๆๆๆ ทำไมไม่รับล่ะจ๊ะ”
ผีสาวทำท่าเกินจริงประกอบเสียงตกใจปลอมๆ เมื่อรางวัลตกพื้นชำรุด
​“ฉันไม่รู้ว่าเธอคืออะไร... แต่ตอบได้ไหม ทำไมทุกอย่างต้องเกิดกับฉันแบบนี้! ฉันไม่เคยทำร้ายใคร ฉันไปโบสถ์ ช่วยระดมเงินช่วยการกุศล ไม่เคยแย่งผู้ชายใคร ฉันดีกับทุกคน... มันไม่ยุติธรรม!”
ภัทรีย์พรั่งพรูความอัดอั้น
​“เธอดีจริงเหรอ?”
วิญญาณสาวพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าหล่อน เมื่อควันสลาย ดาราสาวรู้สึกราวกับถูกเครื่องสแกนไฮเทคจ้องมองจนเห็นรหัสพันธุกรรม
​โต๊ะบุฟเฟต์ยาวสิบเมตรปูสเกิร์ตขาวถูกเนรมิตขึ้นต่อหน้า เพียงแค่วิญญาณสาวกระดกก้นบุหรี่
“วันนี้เธอกินอะไรบ้างจ๊ะแพทรีย์?
อ้อ นี่ไง... แซนวิชไก่อบไวน์ ไข่ปลาคาเวียร์กับแครกเกอร์ เชอรี่สด น้ำแร่ขวดละพัน 3 ขวด”
​หล่อนร่ายรายการพร้อมชายในชุดบัทเลอร์ยกถาดเงินมาวาง
“แล้วเมื่อวานก็...”
หล่อนร่ายทุกรายการ บัทเลอร์สิบคนยืนเรียงแถวพร้อมอาหารเต็มโต๊ะยาว
“เธอแน่ใจไหมว่าที่กินไปในสิบวันนี้ จำได้หมด?”
​หล่อนดีดก้นบุหรี่พุ่งเกือบชนหน้าดาราสาวก่อนมันจะหายวับไปพร้อมโต๊ะและบริกร
ผีสาวจับมือภัทรีย์ตบหลังมือเบาๆ ยิ้มอ่อน
“ฉันเชื่อว่าเธอดีพอในมาตรฐานโลกใบนี้
แต่ความดีในปัจจุบันก็เหมือนอาหารที่กินวันนี้... มะเร็งเกิดจากการสะสมของอาหารในอดีต”
ภัทรีย์ เงียบงัน มองมือของหล่อนที่สวยสมบูร์แบบ เพียงแต่ผิวนั้นละเอียดจนเหมือนพอสเลนจนแทบไม่เห็นรูขุมขน จนไม่แน่ใจว่า ความอุ่นนั้นคือของจริง
​“หมายความว่า นี่คืออะไรนะ... Total effect from the past? ที่คนไทยเรียกว่า ‘กรรม’ ใช่ไหม?”
หญิงลึกลับกรีดกรายมือข้างนั้น เพื่อชื่นชมแหวนและสร้อย Serpenti ของบูการี อย่างเพลิดเพลินกึ่งเบื่อหน่าย ยักไหล่สวยก่อนตอบ
​“ไม่ผิด แต่ไม่ใช่ทั้งหมด... อาหารที่กินสะสมก่อมะเร็ง แต่ถ้าตรวจพบก่อนอาการหนัก เราก็ปรับอาหาร เลเซอร์เนื้อร้ายออกได้ และอนาคตก็อาจจะไม่กลับมา”
​ภัทรีย์นิ่งจมอยู่ในภวังค์ แล้วก็ถูกกระชากด้วยเสียงแหลมของเครื่องกรอฟันและเลื่อย
ผีสาวซึ่งบัดนี้อยู่ในชุดผ่าตัดศัลยแพทย์กวัดแกว่งอุปกรณ์เข้าใกล้ ด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก เหมือนเด็กซน
“มามะ หมอจะดูแลอย่างใกล้ชิด”
ภัทรีย์ตกใจจนตัวสั่น
​“ไม่เอา! ไม่!”
หล่อนกลัวจนกระโดดพรวดข้ามพนักโซฟาไปหลบภัย
​“เอาใจยากจริงพวกคนดังเนี่ย”
ผีสาวบ่นหน้าตาเฉย ทั้งที่ตัวเองเสกอุปกรณ์ชำแหละที่กำลังจะเชือดเฉือนดาราสาวมากับมือ
Ooops ว๊าย!!! เครื่องแสกนกรรมพลังจิตสัมพันธภาพ ไหงกลายเป็นมีดไฟฟ้า และเลื่อยกลไปได้วะเนี่ย หล่อนทำฉันจิตป่วน เสกตัวช่วยผิดๆ ถูกๆ
รัตติกาลหัวเราะคิกคัก กับการโยนผิดให้ดาราสาว ทั้งที่หล่อนไม่รู้อะไรด้วย แต่ตัวเองผิดเต็มประตู ก่อนยักไหล่
โยนทั้งหมดละลิ่วข้ามระเบียงเหมือนปากระดาษชำระ ท่ามกลางความตกใจของภัทรีย์
แต่เนิ่นนานหลายอึดใจ กลับเงียบหาย เหมือนอันตรธานในอากาศ ไม่มีรองรอย ความโกลาหลจากของหนักหล่นร่วง สร้างวินาศกรรมบนท้องถนนใจกลางเมืองที่พลุกพล่าน แออัด
ฉันไม่เสี่ยงกับไฟสวรรค์ครอกหรอกจ้ะ
มันค่อนข้างร้อนระดับไก่ห้าดาว ผสม เชสเตอร์กริลล์
เสียงหัวเราะร่วนกล้วคำเฉลยดังมาจากม่านควันบุหรี่
อภินันทนาการแด่ความซวยบรรลัย ที่ใจเราตรงกัน
ของเธอคือความเบื่อ ของฉัน คือความเซ็ง ที่มาเชงเม้งกันบนยอดตึก
หล่อนหัวเราะจนตัวโยน แล้วกระดิกปลายนิ้ว
แสงระยิบระยับก่ออณูพร่างพราย วิ่งผ่านอากาศ สู่ร่างดาราสาว และวินาทีต่อมา
ภัทรีย์พบว่าตัวเองอยู่ในเดรสขาวของ Valentino ทุกกระเบียดนิ้วของร่างกายกลับมาสมบูรณ์แบบ
หล่อนเดินเข้าไปยืนใกล้ระเบียงอีกครั้ง ท้องฟ้ามืดมิดเริ่มเผยแสงดาวเล็ดรอดกลุ่มเมฆ อารมณ์หล่อนตอนนี้ไม่หนักเหมือนชั่วโมงที่แล้ว แต่ก็ยังหม่นมัว
​“ฉันยังกลัว...”
หล่อนสูดหายใจลึก
“มันยังหลอกหลอน และกลัวว่าจะมีอีก
.เขาถ่ายคลิป... ฉัน... ไม่อยากจะคิด”
เสียงจิ๊กจั๊กรำคาญดังจากภูติสาว
​“งั้นก็ลอยไป! ”
หล่อนผลักหล่อนลงจากระเบียงด้วยเสียงหัวเราะเย็นเยียบ
“จบไปอีกราย!”
​ร่างบอบบางละลิ่วค้างกลางอากาศ คงตายแน่แล้วคราวนี้ แตจิตหนึ่งก็เริ่มขัดขืน นั่นจึงทำให้ร่างหงายหลังที่ดิ่งตีก สองมือตะเกียกตะกาย หาบันไดล่องหน หรือเชือกวิเศษกลางอากาศ
เสียงกรีดร้องขอชีวิตดังกนีดลมปะทะจากการร่วง
และเงียบค้างทันที เมื่อร่างของหล่อนลดความเร็วจนเหมือนภาพช้าในละครที่หล่อนเคยสวมบทบาท
ดวงตาเบิกโพลง เมื่อพบอีกร่างที่ลอยสวนทางขึ้นมา จากเบื้องล่าง จนทั้งสองค้างนิ่งในระดับเดียวกันกลางความว่างเปล่าที่ระดับความสูงตึก 10 ชั้น
ภัทรีย์จ้องมองภูตปริศนาด้วยความกลัวจับจิต ร่างผีสาวลอยแผ่วลงตรงหน้าหล่อนอย่างสวยงามและชวนขนลุก
​“เลือกได้จ๊ะที่รัก... นางฟ้าจะประทานพรให้หนูเอง
หล่อนกระซิบเสียงหวาน ยิ้มกว้างอย่างจริงใจในหายนะ
Up and Down?”
เปิดโหมดให้เลือก ประกอบนิ้วหัวแม่โป้ง ที่ชี้ขึ้นชี้ลง เหมือนชวนเล่ใเกมส์โชว์
​“เอาฉันขึ้นไป! เอาฉันขึ้นไป!”
ดาราสาวกรีดร้องขอชีวิต
​“ข้างล่างสวยนะ...”
เสียงหวานประโลมเหมือนยายแก่ใจดีชวนกินแอปเปิ้ลอาบยาพิษ
“สวยจริงๆ นะ... มืด เงียบ และจมดิ่งชั่วนาตาปี
มีเพื่อนหัวอกเดียวกันเยอะแยะ”
ภัทรีย์ส่ายหน้าจนคอจะหลุด
คิดช้า งั้นเจ๊ดัน จัดให้! ไม่ extra คอมมิชชั่น
ผีสาว ดีดนิ้ว พร้อมกับปล่อยร่างดารา หล่นเร็วจนหล่อนกรีดร้องดัง ท่ามกลางเสียงหัวเราะสำราญเบิกบานใจของ ผู้จัดการ (ความตาย) ดารา เฉพาะกิจ
​เสียงโบนัสแตกของเครื่องเล่นปาจิงโกะดังขึ้น
ภัทรีย์พบตัวเองยืนอยู่บนระเบียงคนเดียวในเสื้อคลุมอาบน้ำ ผมเปียกหมาดยังทิ้งหยดน้ำ หล่อนถอยออกห่างระเบียงด้วยสัญชาตญาณ
​“ฉันยังไม่ตาย...”
หล่อนรำพึงกึ่งดีใจ
​“หรืออยากตายจ๊ะ? จัดให้ทันใจ ไม่มีรีไวด์!”
เสียงหลอนดังขึ้นจากจิต
​“ไม่ๆๆๆ!”
หล่อนโพล่งปฏิเสธพัลวัน ก่อนถอยห่างระเบียงอย่างหวาดผวา แล่นเข้าห้องนอน แต่ก่อนจะเลื่อนบานกระจก ก็ต้องหยุดค้าง...
​ชุดเดรสขาว Valentino วางพาดอยู่บนโซฟา!
​ในหูแว่วเสียงเพลงโหยหวนปนหวานดังมาจากความว่างเปล่า...
​“โปรดอย่าถาม ว่าฉันเป็นใคร เมื่อในอดีต... และโปรดอย่าถาม ว่าอดีต ฉันเคยรักใคร...
หวังว่าจะไม่ได้พบกันอีกจนวันตาย”
​ดาราสาวห่อไหล่ด้วยความยะเยือก
“เธอคืออะไร... ใคร...”
​ไม่มีคำตอบ
มีเพียงสายลมอ่อนพัดแผ่วเบาแทรกเสียงกังวานจากขอบฟ้าสาง
หลุมดำแห่งความมืด...รัตติกาล

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา