เมื่อวาน เวลา 05:28 • นิยาย เรื่องสั้น

ศิลปินสาวผู้วาด อดีตชาติ เพื่อค้นพบเส้นทางเกิดสุดท้าย เหนือ สมมุติบัญญัติ

8 ภาพวาดที่ต้องสะสม
เพนกวิน แมวผู้นอนสงบบนผืนผ้าขาว แววตาเปิดค้าง ปากเผยอไร้ลมหายใจ บนตัวมีเกสรบัวหลวงเป็นฝอยเส้นโปรยปราย สอดรับกับกลีบขาวรายรอบ เหมือนได้พักพิงท่ามกลางอาสนะอันงดงาม ศักดิ์สิทธิ์ ที่จะนำพาไปสู่วาระภพอันสูงส่ง
วันท์นลิน ลูบมือลงบนขนนุ่มซึ่งบัดนี้ ภายใต้ความยาวละเอียดคือชั้นหนังที่เริ่มเย็นชืด เหมือนซากหินอาบน้ำค้างรัตติกาล
ความตาย อาจจะเคยทำให้หล่อนเสียน้ำตา และสมดุลสุขของชีวิตมานับไม่ถ้วน โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่ฟูมฟัก
แต่ในครั้งนี้ มันคือ
ความปราณี ที่ไม่ได้ร้องขอ
หล่อนเอง
ก็กำลังรอ อุบัตินี้ เช่นกัน
วันท์นลินประคองร่างที่เคยประคบประหงมมาหกเดือน ลงกล่องกระดาษคราฟต์เนื้อหนา หลับตาเพื่อเก็บความทรงจำครั้งสุดท้าย
ปิดฝา
หย่อนลงในหลุมดินใต้เถากุหลาบเลื้อยหลากสีที่เกาะก้าน ชูดอกดารดาษในแสงเช้าอบอุ่น
ดินร่วนสีเข้มถูกโปรยลงอย่างเชื่องช้า ทับถมลงบนฝากล่องสีซีเปีย ด้วยนิ้วและอุ้งมือบอบบาง มั่นคง อย่าตั้งใจ
ปิดท้ายด้วยเมล็ดพันธุ์กระดุมทอง ที่โปรยทับบางๆ ด้วยผงดิน
ละอองน้ำจากกระบอกฉีดขนาดลิตร ถูกพ่น ฟุ้งฉ่ำคลุมดิน อณูในอากาศกระทบลำแสง สะท้อนเป็นสายรุ้งบางๆ
สวนสวยขนาดย่อมที่เป็น
สุสาน แห่งการ...จากลา
ตั้งติดกำแพงรั้ว
ที่ทอดเชื่อมประตูเล็ก
ซึ่งเคย...เปิดรับ
ราวปริศนาธรรมในประดาโลก
6 เดือนที่แล้ว
หง่าว! หง่าว! หง่าว!
ป๊อก! แป๊ก! ป๊อก! แป๊ก!
...
หง่าวววว!
ท่ามกลางหยดน้ำกระทบพื้นถนนเจิ่งนอง เสียงร้องนั้น ทำให้หล่อนที่กำลังไขประตูเล็กเข้าบ้าน ต้องวางถุงกระดาษลง และหันกลับมา
เมี๊ยวๆๆ !
หล่อนส่งเสียงเรียก อยู่หลายครั้ง ก่อนจะหันกลับ
....
หง่าวววว!
เสียงนั้นดังจากแผ่นสังกะสีม้วนวง อย่างอ่อนล้า โดดเดี่ยว จากบ้านหรูหลังติดกัน ที่กำลังต่อเติม
คุณนลิน! เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล รีบเข้าบ้านเถอะค่ะ เดี๋ยวจะยิ่งไม่สบาย
เสียงปรามจากสาววัยกลางคนในชุดแม่บ้าน ที่เพิ่งเปิดประตูออกมา
เดี๋ยวค่ะ พี่สร้อย
หล่อนบอกเรียบๆ ในขณะที่ค่อยๆ ค้อมตัวลงมองส่องไปที่โพรงสังกะสีที่ส่งเสียงป๊อกแป๊กกระทบสายฝนถี่รัว
สร้อย รีบเดินตาม ไปจับร่มในมือหล่อนมาถือ เพื่อให้อีกฝ่ายไม่เปียกปอน แต่ปากก็ยังพูดไม่หยุด
แมวที่ไหนไม่รู้ค่ะ หน้าเละ ตัวเหม็น คุณอย่าไปจับเลย เดี๋ยวภูมิแพ้จะกำเริบ
หล่อนไม่สนใจ
หลังจากส่งเสียงร้องประโลมอยู่นาน เจ้าแมวขาวลายดำเป็นจ้ำๆ ก็ค่อยๆ ยื่นหน้าออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ครืดดดด!
แต่เมื่อมือข้างหนึ่งลูบหัวที่มีขนหรอมแหรม แตกต่างกับใบหน้าเกรอะกรัง เยิ้มหนอง มันก็ส่งเสียงคราง และไถหัวกับนิ้วเรียวบางอบอุ่นนั้น อย่างเอน็จอนาถ
ว๊าย! คุณนลิน
ไม่เอาค่ะ ตัวนี้พาเข้าบ้าน คุณแม่องค์ลงเต็มขั้นแน่ๆ ที่บ้านก็ยังมีอีกสองตัวด้วย
สร้อยตกใจกึ่งรังเกียจความอัปลักษณ์นั้นอย่างเปิดเผย
ว๊าย! อุ้มมาได้ยังไงคะ
เสื้อแพงๆ เลอะหมดแล้ว
วันท์นลิน ถอนใจเบาๆ ก่อนเดินออกจากร่มที่สร้อยกางปรกให้ ฝ่าความเปียกปอน เข้าประตูเล็กที่เปิดค้าง
สร้อยรีบวิ่งตาม ทันใด เห็นหล่อนจัดแจงนำแมวเรื้อน สกปรก ไปวางลงบนผ้าสะอาดในกรงเปล่า ชั้นบนที่ซ้อน และติดกันยังมีอีกสองกรงที่มีแมวส้มสองขาลีบ และแมวสลิดในผ้าอ้อมรองก้น
คุณนลินยังไม่มาเหรอ สร้อย
เห็นในกล้องว่าไขประตูตั้งนานแล้ว
เสียงห้าวทรงอำนาจของสาวใหญ่ แต่งตัวประณีต ที่ลงมาจากลิฟท์ เยื้องย่างออกมาพร้อมคำถาม
นั่น! อะไร เอาแมวมาอีกแล้ว
ฉันไม่ให้เลี้ยงเพิ่มแล้วนะหมดไปหลายหมื่นทุกเดือน เอาไปทิ้งเลย
คุณแม่พูดเสียงดัง ตาโต และถอนใจยาว ก่อนส่ายหน้า ด้วยความอ่อนใจในลูกสาว
มี้ไม่ไหวแล้วนะ นลิน
พูดเสียงเหนื่อยอย่างระอา ไม่จบ
แล้วหล่อนก็ต้องใช้เสียงดุขึ้นอีก เมื่อเห็นสภาพลูกสาว
นั่นมันเสื้อฝ้ายออแกนิคตัวละสองพัน
โอ๊ย! ตาย ยัยนลิน
หล่อนโวยวาย แล้วก็เดินกุมขมับ กดลิฟท์ขึ้นชั้นสอง
แค้กๆ! แค้ก!
นลินไอจนน้ำหูน้ำตาไหล
เห็นไหมคะ แพ้ขนแมว แล้วเดินตากฝนอีก
คุณนลิน ขึ้นไปอาบน้ำอุ่น เปลี่ยนชุดเถอะค่ะ
สร้อยทักด้วยความเป็นห่วง ก่อนหันไปที่กรงแมวเรื้อน ถอนใจเบาๆ
เดี๋ยวพี่ ทำความสะอาดตัว และจัดการให้เอง
นลินยิ้มหวานให้สร้อย
ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปหาหมอ นะ...เพนกวิน
คุณแม่ยังไม่อนุมัติ
แต่ตั้งชื่อแล้ว...
นลินหัวเราะขัน
ก็เป็นแบบนี้ทุกตัวแหละ
หล่อนตอบ แล้วหันไปอมยิ้มกับเจ้าสองตัวที่นอนตาแป๋วในกรงติดๆ กัน
ติ๊ง!
เสียงลิฟท์ในห้องโถงชั้นล่าง ซึ่งเชื่อมต่อกับลานจอดรถยนตร์ราคาแพง ที่ฟากหนึ่งของผนังอาคาร เรียงด้วยกรงใหญ่ของแมวอุปถัมภ์ ดังขึ้น
วันท์นลิน เดินเข้าไปเพื่อมุ่งสู่ชั้นสอง
บ้านใหญ่หลังนี้มีพื้นที่กว้างขวางเป็นอาคารสองชั้นขนาดโอ่โถง ตกแต่งสไตล์ Scandinavian Contemporary เอิร์ทโทน กรุกระจก ภายในเน้นความโปร่ง โล่ง ความเรียบหรูของฟังก์ชั่นและเครื่องเรือน สะท้อนรสนิยมและมูลค่าอย่างไม่ประกาศตัว บนที่ดินเกือบไร่ ใจกลางสาทร
เสียงรายงานข่าวจากจอแบนแนบผนังของโทรทัศน์ขนาดสองเมตร สะท้อนเป็นฉากหลัง มี้ หรือคุณชาลิดา นั่งกึ่งเอนบนเดย์เบดเข้าชุดโซฟา over size ที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางพื้นที่สันทนาการครอบครัว
เพิ่งไปทำกายภาพบำบัดมา ยังไม่หายปวดกระดูก ก็หาเรื่องป่วยเพิ่ม
หล่อนพูดลอยๆ ขณะที่สองตาในกรอบแว่นกุชขี่ ยังจับภาพบนจอ
สงสารมันน่ะ มี้ ขออีกตัวเดียว
คุณชาลิดาถอนใจ
กี่ตัวแล้ว เงินวาดรูป ออกแกเลอรี่ก็หมดไปตั้งกี่หมื่นกี่แสนแล้ว แม่ไม่อยากบ่น แต่เงินน่ะ เก็บๆ ไว้มั่ง บ้านเราที่พอมีฝากไว้ให้มันก็ไม่ได้มากจะพอเลี้ยงเราและพี่ไปจนตายหรอกลูก
คุณชาลิดาหมายถึงทรัพย์สินทั้งอสังหาริมทรัพย์ และเงินตรา ที่จัดสรรเพื่อส่งต่อให้ลูกสาวทั้งสอง ตัวเลข 8 หลัก ไม่ได้มากที่จะรองรับรูปแบบชีวิตในระดับสูงไปได้ตลอดรอดฝั่ง
แล้วตัวเองก็ป่วยสาระพัด ทั้งภูมิแพ้ขนแมว กลิ่น เส้นใย อาหาร แล้วไหนจะโรคกระดูกพรุน ท้องไส้ไม่ย่อย นอนแทบจะไม่ได้ ต้องลุกนั่งทุกชั่วโมง กรดไหลย้อนรุนแรง
หล่อนสาธยายด้วยเสียงเนิบเนือย มองลูกสาวในวัยสี่สิบกว่า ตรงหน้า ซึ่งดูอ่อนกว่าวัยร่วมสิบปี เผินๆ เหมือนอายุสามสิบต้นๆ ใบหน้าคมสวยเหมือนลูกครึ่ง ทั้งที่เป็นไทยแท้
รูปร่างบอบบางใน้ดรสขาวเนื้อขึ้นพื้นผิวเส้นใยธรรมชาติทรงหลวม แขนสามส่วนขลิบลูกไม้แถบเล็กฉลุลายละเอียดประนีตปรุโปร่งราวกลีบดอกไม้ป่าบนปีกแมลงปอ ยิ่งทำให้ดูอ่อนแอกว่าความเป็นจริง
พรุ่งนี้ใช่ไหมที่มี้ต้องไปโรงพยาบาล ที่จะให้นลินไปด้วย
วันท์นลินตัดบทด้วยคำถาม เสียงอ่อนโยน เปื้อนยิ้มบางๆ จนผู้เป็นมารดา ชำเลืองค้อน ก่อนสะบัดหน้าช้าๆ ทำเมิน อย่างไม่จริงจัง
เชิญเถอะย่ะ แม่ศิลปินเอก
วันท์นลิน หัวเราะเบาๆ ก่อนเดินไปยังสตูดิโอส่วนตัวในชั้นเดียวกัน
เดี๋ยวแม่ให้พี่สร้อย เอาของว่างไปให้
แล้วกินด้วยนะ
คุณชาลิดา ตะโกนไล่หลัง
ห้องขนาด 30 ตารางเมตร ถูกจัดสรรเป็นสตูดิโอส่วนตัว กรอบหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่รายรอบถูกทับด้วยม่านรีโมทเนื้อหนาทึบโทนเดียวกับผนัง
ด้านหนึ่ง วางขาตั้งกรอบผ้าใบขนาดสองเมตร ที่ขึ้นพื้นด้วยสีน้ำมันทับซ้อนหลายชั้นด้วยกลุ่มสีมืดมัวเหลือบระดับ
อีกด้านคือชั้นไม้วินเทจขนาดสูงจดเพดาน บิลด์อินกรุกระจกบานพับ จัดเรียงตุ๊กตากระเบื้องโบราณแบบตะวันตกอายุร่วมศตวรรษหลายตัว
จานสีเปรอะคราบวางบนโต๊ะโปร่งทรงสูง คู่สีน้ำมันหลายสิบทั้งแบบขวด และหลอด ข้างๆ ยังมีพู่กันหลายขนาด
กลางห้องคือโต๊ะกาแฟและโซฟาชุดย่อมๆ สำหรับผ่อนคลายอิริยาบท
กลิ่นสี และน้ำมันจางๆ ที่หลงเหลือจากการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และฟอกอากาศ คือหลักฐานการใช้งานสตูดิโออย่างสม่ำเสมอครั้งละนานๆ ซึ่งมักจะเป็นยามวิกาล
วันท์นลิน วางกระปุกยานวดและถุงผ้าของหล่อนลงบนโต๊ะ ซึ่งมีสูจิบัตร Art Book ผลงานที่ผ่านมาหลายเล่ม จากการจัดแสดงทั้งใน และต่างประเทศ
ภาพเต็มปกเล่มหนึ่ง คือสาวน้อยประพิมประพายคล้ายจิตรกรในเงามืดพื้นดำ ลักษณะที่ตั้งใจให้ surreal ขนาดครึ่งตัว สีหน้ากึ่งเฉยชากึ่งพิศวง ในเดรสดำที่ได้แรงบันดาลใจจากตุ๊กตาในยุคกลางบนชั้น ประคองสร้อยยาวห้อยสายคล้ายหัวใจในผลึก ปอยผมยาวข้างหนึ่งถูกนกจิกขึ้นกลางอากาศ
หมอกควันบางๆ บนพื้นดำสนิท เหมือนวิญญาณแมว กระต่าย ที่แทบจะกลืนหาย สร้างเป็น สัญลักษณ์เชิงนามธรรมที่ทั้งสวย สะพรึง และสงบงันในอันตราย
เมื่อกวาดตามองปกอื่นๆ ที่กระจัดกระจาย ล้วนแต่ให้บรรยากาศอึมครึม ระคนหลอนสงัด ทั้งอึดอัดและสุนทรีย์ ไม่ต่างกัน
นลิน รู้ไหมว่า พี่เห็นปรมัตถ์ธรรมในงานทุกชิ้นของนลิน และจิตบอกว่า มันคือการลื่นไหลของจิตใต้สำนึก ระดับ สัญญาเก่าทีอยู่ใน Cloud จิตที่สะสมมาหลายภพชาติ ในความมืดมน เจ็บปวด อันตรายของภาพ มันซ่อนกุญแจธรรม อย่างไม่เปิดเผย
มันคือสภาวะ ทรงฌาน ทีขับเคลื่อน
เฟม Copy Writer ที่สนิทสนมกับนลินมาร่วมยี่สิบปี ผู้ผ่านทุกข์และธรรมในระดับลึก ทักขึ้น เมื่อเขาต้องมาช่วยเขียน caption และ บทแนะนำศิลปิน ให้หล่อนที่จะถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ และเกาหลี ในการส่งผลงานจัดแสดงร่วม
พี่เฟม นลิน ไม่อยากให้มันเป็นอะไรที่อวดตัวแบบนั้นค่ะ ขอแบบเรียบๆ
หล่อนสิ้นสุดบทสนทนางาน ก่อนคุยเรื่อง อื่นๆ ตามประสาเพื่อนสนิท
นั่นคือ คำบรรยายสภาวะ ที่หล่อนได้รับจากบุคคลที่สนิทสนม และไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิต ที่นลินเอง ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แม้หลายสิ่งจะพ้องกับการสร้างสรรค์ผลงาน
หนึ่งในคำพูดของเฟมที่จริงคือ สภาวะสร้างสรรค์ผลงาน
ร่างกายที่ส่งสัญญาณ...
เจ็บปวดผุพังแทบจะรายนาที
ความห่วงหากังวล กับทุกขเวทนาของสัตว์ในอุปการะ
ภาระความสุขที่หล่อนเต็มใจจะประคับประคองของคนในครอบครัว และคนสนิท
ที่บางครั้ง กลายเป็นมวลมหาศาลบนหลังบอบบาง
เหล่านี้เหมือนสูญสลายไปในหลุมดำแห่งงานสร้างสรรค์
สภาวะ ..
ลืมอัตตาที่จับดินสอร่าง
เอกัคตารมย์ที่หลั่งไหลเป็นหนึ่งเดียวกับเม็ดสีที่พู่กันปัด ป้าย
เวทนาที่ถูกกันไว้เป็นเปลือกไร้ผัสสะเมื่อมือเคลื่อนตามภวังค์ลึกแห่งจิต
และความปรอดโปร่ง โล่งเบา หลังอนุมูลความทุกข์ถูกถอดถอนด้วยพลังงานบริสุทธิ์
นี่คือการพักผ่อนเดียวที่เยียวยาความเสื่อมทรามทั้งรูป และนาม ที่ต่อลมหายใจ
ผลงานศิลปะของหล่อน แม้ไม่ได้มีชื่อเสียงในวงกว้าง แต่มีผู้สะสมอย่างเหนียวแน่นในราคาสูง จนวาดไม่ทัน ด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แฝงความลุ่มลึกอย่างแยบยลในความสวยงามกึ่งคลาสสิค
สิ่งที่หล่อนปราถนาสูงสุด กลับมิใช่ ความสำเร็จระดับมวลชน หรือ มูลค่าที่สูงลิบลิ่วในเชิงธุรกิจ แต่คือ....
ชาติสุดท้ายของการเกิด
ติดแค่...
ฉันไม่เคยเข้าวัด
ฉันไม่ท่องบทสวด
และฉันไม่เคยเข้าคอร์สกรรมฐาน
ข้อจำกัดเรื่องสุขภาพ ความรักสันโดษและเบื่อความพลุกพล่านวุ่นวาย สิ่งที่สังคมสร้างเป็นบันไดธรรมระดับสูง จึงเกินความพยายาม
ความทุกข์ที่รายล้อม บีบคั้น และความปรารถนาจะหลุดพ้นที่ไม่อาจบรรลุตามรูปแบบมาตรฐาน กลายเป็นแรงเสียดทานลึกๆ ที่เหมือนเข็มซ่อนปลายในหัวใจมาหลายปี
วันท์นลิน มองสีดำที่ซ้อนทับหลายชั้นบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ตรงหน้า เหมือนมองหาแสงสว่างในคืนเดือนดับ อย่างไม่ตั้งใจ
จากความตั้งใจแรกที่จะร่างภาพผลงานชิ้นใหม่ที่ต้องเร่งให้ทันการจัดแสดงในโรงแรมหรูย่านสุขุมวิท
แต่ยิ่งมองยิ่งถลำเหม่ออย่างไม่รู้ตัว
ความมืดตรงหน้า
กลายเป็น ทัศนีย์จิต ให้ปลดปล่อยฝุ่นผงเล็กๆ ที่ถูกทับถมด้วยความเร่งรีบของภาระรอบตัว
เหนื่อย!
ความล้าของกายที่เร่งตามจิตที่ตกผลึกไม่ทัน กลายเป็น น้ำหนักกดทับที่มองไม่เห็น แต่สำแดงผล เมื่อ จิตหนักจนต้องเคลีย
หล่อนจ้องเฟรมเบื้องหน้าโดยไม่รู้ว่านี่คือกระบวนการอัตโนมัติของสติที่มีคุณภาพในขณิกะสมาธิ ที่เคลีย และ เติมพลังชีวิต
 
....
นิ่ง
...
นาน
หล่อนถอนลมหายใจลึก ช้า เมื่อรู้สึกเหมือนได้หลับสั้นๆ
อุ๊ย!
การลากลมหายใจส่งผลให้คิ้วขมวด กระบังลมปวดแผ่ว ความขัดยอดแล่นไปยังกระดูกสันหลังที่เปราะบางเกินวัย
เปลือกตาหลับพริ้มอีกครั้ง เพื่อประคองสติ และการรู้ตามกายด้วยความเคยชิน ที่ทับทวีต่อเนื่องในสิบปีหลังมานี้
ทุกอย่างรุนแรง เกิดบ่อย
จนความหลอน ระแวง ได้แปลงเป็นความจริงที่ต้องยอมรับและรอคอยให้ นาที่ยาวนานเหมือนโมงวัน คลี่คลายด้วยตัวของมันเอง
ลืมตาช้าๆ ด้วยความวิงเวียนจางๆ ค่อยดีขึ้นหน่อยเมื่อ คุมจังหวะลมให้แผ่วละเอียด จนความปวดร้าว คลายลงเป็นลำดับ แต่อาการใหม่กลับเกิดขึ้น
หล่อนพบว่า ตัวเองโงนเงนอย่างแปลกประหลาด จนต้องถอยมายืนพิงพนักโซฟา
หลับตา
ลืมตา
จับจ้องผืนผ้าใบ
ความมืด อาจช่วยให้ประสาทตาได้ปรับโฟกัส และหายบ้านหมุน
แต่สิ่งที่หล่อนเพ่งลึก
กับกลายเป็นความตกใจจนปลายนิ้วระริก
พื้นผิวหลากชั้นอึมครึมบนผืนผ้า ค่อยเคลื่อนตัวเหมือนกลุ่มเมฆราตรี ซ้อนทับ แยกห่าง ในความเคลื่อนไหว ประกายระยิบกระพริบเหมือนปลายเข็มที่ซ่อนอยู่ใต้กลุ่มก้อนซาตินดำ
ประกายนั้นหายไปในความมืด ก่อนกลายเป็นอณูเรืองรองแผ่ซ่านทั่วผืนผ้าใบ
ชั้นสีที่ซ้อนทับเคลื่อนรวม
คลี่คลาย เป็นกรอบเรือนร่างระหงในเดรสดำยาวเหมืองเงา
เพียงพริบตา
หล่อนในเงามืด จากกึ่งกลาง เยื้องย่างดุจ
อสรพิษควันพุ่งมาที่ วันท์นลิน
ท่านผู้ละสักกายะทิฐิ
จงอย่าตระหนกกับมายาลวง
เงาดำตรงหน้า บัดนี้สำแดงตนอย่างประนีตวิจิตร ใบหน้างดงามเหนือจักรวาลในผมสีนิลรวบตึงขมวดฉวัดเฉวียนเป็นมวยสูง ประดับตุ้มหูระย้า Dark Diamond ส่องประกายจนเกิดรัศมี
รูปร่างในเดรสดำดีไซน์ระดับกูตูร์ปารีสแฟชั่นวีค ที่เกิดจากการถักประสานริ้วผ้าซาตินดำเนื้อเงากับริ้วเส้นทองคำขาวโอบอุ้มเรือนร่างโปร่งระหง ก่อนทิ้งชายยาวข้างสะโพกกลมกลึงลากยาวระพื้นด้วยช่อชั้นในแบบตะวันตกยุคกลาง
ริมฝีปากแดงราสพ์เบอรี่ คลี่ยิ้มบางๆ
คุณคือมายาลวง?
วันท์นลินถามด้วยเสียงราบเรียบ เมื่อตั้งสติได้
ฉันคือ ความจริง ที่ใช้มายาของความมืดส่องสว่าง อนธกาล ...
รัตติกาล!
หญิงปริศนาตอบเสียงเรียบ ดวงตานิ่งลึก
ทำไมเราถึงได้พบกันคะ
รูป! แบบนี้ ไม่เคยมีในจินตนาการ หรืองานสร้างสรรค์ของฉัน
 
หญิงปริศนาหัวเราะขำ
อย่างนี้ ค่อยเรียกว่า
Psychosis ของคุณสินะ
หล่อนกลายร่างเป็นหญิงชุดดำประคองผลึกหัวใจ ในภาพปกบนโต๊ะในฉับพลัน อย่างไม่ผิดเพี้ยน แม้แต่ผิว ก็ขึ้นพื้นสัมผัสแบบผ้าใบ และเงาของสีน้ำมัน
โอ๊ะ!
วันท์นลิน ตกใจกับความสวยงามที่น่าขนลุกตรงหน้าจนอุทาน และถอยหลังจนแทบล้ม หากแต่มีมวลอากาศที่มองไม่เห็นมาช่วยประคองอย่างละมุนเบา
ขอโทษที่ทำให้ตกใจ
ฉันมักจะติดสนุกกับนิรมิตจนเคย
หล่อนในภาพวาด หัวเราะขำ ก่อนที่ร่างจะเกิดเม็ดสีละเอียดดุจละอองหลุดร่อนลงเหมือนผงเคลือบที่ไร้ตัวประสานให้ยึดเกาะบนปะติมากรรม
อณูสีร่วงลงพื้นก่อนจมหายเหมือนถูกดูดซับ พร้อมเผยมายาภาพในครั้งแรกอีกครั้งต่อหน้าวันท์นลิน
เหมือน CG Effect ในหนัง ที่เห็นแบบ 4D
หล่อนทักด้วยแววตาชื่นชม
6D ก็ง่ายแค่คลิกนิ้ว
อยากชมไหมคะ
หล่อนผู้กลายร่างหัวเราะร่วนเชิญชวน ก่อนยกบุหรี่มวนยาวสีดำในมือที่มาจากอากาศ ขึ้นสูบพ่นควัน
กลิ่น Cappuccino
วันท์นลินทัก แต่ก็ถอยห่าง เพราะกลัวอาการภูมิแพ้กำเริบ
ของเสกแบบนี้
NON toxic 1000%
รัตติกาล ตอบกลั้วหัวเราะ
นี่จะเป็นชาติสุดท้ายของฉันไหมคะ
วันท์นลิน ถามตรงๆ ทำเอารัตติกาลนิ่งัน
ก่อนหัวเราะร่วน
ต๊ายตาย เจอคนจริงซะละ
หล่อนยกมือแตะหัวใจอย่างกรีดกราย
ชาติสุดท้ายของมนุษย์
แต่จะเกิดอีกไหม อยู่ที่คุณจะแยกส่วนประกอบโรงงาน ได้ทั้งระบบไหม พูดแค่นี้ อดีตเด็กวิศวะในยูต่างประเทศ เข้าใจนะ
วันท์นลินหัวเราะขำ
แหม รู้ละเอียดจัง ขนาดเคยเรียนแค่ปีเดียวเอง
หล่อนค่อยๆ เดินไปนั่งโซฟา รินขาเอร์ลเกรย์ในกระบอกน้ำร้อน ลงแก้วชาวินเทจ ยกจิบ
ผู้ละสักกายะทิฐิ
คืออะไรคะ ...ฉันเหรอ
รัตติกาลพยักหน้า เดินมานั่งตรงกันข้าม ยกขาไขว่ห้าง เผยลูบูตองส้นเข็ม ห้านิ้ว พื้นแดง
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการบอมบ์โรงงานนรก ที่ก่อ การเกิด และเธอทำได้แล้ว จากการสะสมมาหลายภพชาติ จนมาออกดอกผลในตอนนี้ ด้วยยาแรงที่เรียกว่า etc.โรคภัย &ไขกระดูก
รัตติกาลตอบยาว ก่อนจิบ Long Island ที่ถูกเสกขึ้นในมือ
แต่ฉันไม่ต้องไปวัด ทำทาน หรือ เข้าคอร์สกรรมฐานก่อนเหรอคะ
หู้ยยยย !!!
ไม่ต๊องไม่ต้อง!
เป็นจระเข้ในเจ้าพระยา
จะให้หมาข้างคลองมาสอนไปทำไมมีคะ
อีคนสอนน่ะ มันยังไปดึงหน้า ฉีดฟิลเลอร์ ทั้งที่ Error Retire จนจะตายพรุ่งอยู่แล้ว
รัตติกาลตอบ หัวเราะร่วน ก่อนเสริม
แหม เป็นครูสอนวิปัสนา ส่วนตัวเอง
วิปัสนึกจนหงึกหงัก..ไม่ยักกะเห็นนรกในตัวเอง
วันท์นลินยิ้มขำ จิบชาคำเล็กก่อนถาม
อะไรทำให้คิดว่าฉันจะไม่มาเกิดเป็นคนอีกคะ ละอะไรนะ...สักกายะทิฐิ
ปัง!
รัตติกาลตบลงบนกองหนังสือแสดงผลงานศิลปะ ที่วางบนโต๊ะ
นี่ไงหลักฐานทนโท่
หล่อนหยิบหนังสือเล่มหนึ่ง โยนไปในอากาศ แล้ว ทุกแผ่นมนเล่มก็แยกจากกัน ลอยไปติดบนผนัง ภาพถ่ายกลายเป็นชิ้นงานจริงขนาด 1:1 ในกรอบสั่งทำเฉพาะแบบที่วันท์นลินเคยใช้อย่างไม่ผิดเพี้ยน
บัดนี้ 8 รูปเรียงราย ด้วยไฟสปอตเสมือน Art Gallery ใน Kempinski Hotel
วันท์นลิน เดินชมผลงานของตัวเองอย่างตื่นเต้น เพราะผลงานเหล่านั้น ถูกจับจองขายทอดไปในกลุ่มนักสะสมด้วยราคาสูงลิบ จนไม่มีในครอบครองนานแล้ว
นี่กุญแจ...
สัจธรรมในการชำแหละความตาย
หล่อนชี้ไปที่รูปหญิงสาวคล้องกุญแจผ่าตุ๊กตาวินเทจ
นี่เธอ ซึ่งเคยถูกฝังทั้งเป็นเพราะหมดลมไปนานจนนึกว่าตาย แล้วได้ธรรมในจิตสุดท้ายใต้ดิน
หล่อนพูดเมื่อยืนอยู่ตรงภาพ ผู้หญิงนอนใต้ดิน
นี่ก็เธออีก ที่เคยทุกข์จนปิดตัวเองด้วยการเป็นชีมืดในคริสตศตวรรษ 18
รูปสุดท้าย คือผู้หญิงชุดดำในลักษณะนักบวช
รัตติกาล หมุนตัวเหมือน นาโอมิ แคมป์เบล ในมิลาน เพื่อเพ่งลึกในดวงตาของอีกฝ่าย พูดเสียงหนักแน่นด้วยท่าทีผ่อนคลาย
เคยมีคนบอกแล้วมิใช่รึ
ฌานสมาธิ ดึง สัญญาใน Cloud จิต
มารีเพลย์ เป็นภาพวาด
วันท์นลินนิ่งงัน นึกถึงสิ่งทีพี่เฟมเคยพูด
จิตที่รู้ทุกข์ รับทุกข์ เห็นทุกข์ อย่างเท่าทันจะเห็นกลไกทุกข์ สะสมเป็รปัญญาพ้นทุกข์
รัตริกาลยกแก้วไวน์ขาวเย็นเฉียบขึ้นฝ้าจิบอย่างกระหาย
นี่ฉันพูดมากกว่าซีรี่ชุดสิรี 23 ตอนรวมกันซะอีกนะ กับเธอคนเดียว
วันท์นลินจ้องหน้าหล่อนงงๆ
เอาเถอะ ถ้าคนเขียนมีลาภลอย ถูกซื้อลิขสิทธิ์มาทำใน Netflix เธอจะเข้าใจเอง
รัตติกาลหัวเราะแก้เก้อ
ก่อนจิบไวน์หมดแก้ว
แล้วมันละสักกานะทิฐิยังไงคะ
วันท์นลินยังจี้ถามด้วยรอยยิ้ม
เอ้า ก็เห็นกลไกทุกข์ไงจ้ะแม่คุ๊นนน
ปวดกบังลมไปถึงสันหลัง หนังตาปลา อย่างตอนนี้ เห็นไหม ทุกข์ จากอะไร
วันท์นลิน หัวเราะคิก
แหม สมเป็นนางฟ้ายุค 5G6D
หล่อนหันมองภาพนางชีเนิ่นนาน
ฉันเองก็รู้สึกผูกพันแบบแปลกๆ กับโบสถ์เก่า และเรื่องราวชองชีมืดค่ะ
หล่อนถอนใจเบาๆ
ชาตินี้ฉันเห็นทุกข์ชัดจริงๆ มันเป็น กลไก ที่ต้องปรับ แต่ง ประคับประคอง แต่บางทุกข์อย่างความป่วยเรื่อรัง มันต้องยอมรับ และใช้ชีวิตต่อไป ให้เป็นแค่ กระบวนการ ที่เราเห็น และอยู่อย่างเข้าใจ
รัตติกาลยิ้มด้วยนัยน์ตาเพ่งลึก
นี่คือ ละความยึดว่าเป็นเรา ของเรา ที่เรียก ละสักกายะทิฐิ
รัตติกาลค่อยเคลื่อนสูงจากพื้น จนชายเดรสยาวยกตัวในอากาศ
วาดมือเบาๆ
ภาพวาดที่จัดแสดง เกิดประกายระยิบเท่าปลายเข็ม จากนั้นประกายจากทุกภาพค่อยหลุดลอยจากพื้นหลัง เหมือนหิ่งห้อยทิพย์มาหมุนวนประสานเป็นวงโคจรรอบกายที่บัดนี้ ทรงสง่าเหนือระดับสายตา
วงแหวนเรืองรองหมุนเร็วจนกลายเป็นมายาเรืองรองบดบังรัตติกาลเหมือนม่านมลังเมลือง ก่อนคลี่คลายสูญสลาย
แทนที่ด้วยความงามเหนืออนันตจักรวาลอันเป็นศักติแห่งมหาเทวีนิมมานนรดี
ยินดี แด่ท่าน
ผู้ล่วงสู่ขอบเขตแห่งโสดาปัตติผล
ผู้เจน จบ ใน สักกายะทิฐิ
จิตที่เห็น เหตุ และวาง ผล
ด้วยปัญญาทุกข์ ทีสั่งสม
ย่อมนำ สิ้นสุด แห่ง การเกิด
สัจธรรม คือ ความจริง
ที่เหนือ พิธีกรรม แล สมมุติบัญญัติ
มิใช่ กาสาวพัสตร์ และ บาลี
สัจธรรม คือ จิต ที่
อยู่...อย่างรู้
ปล่อย...อย่างเข้าใจ
ถอดถอน...อย่างสิ้นเยื่อใย
สิ้นคำ อณูแสงทั้งมวลอันตรธาน
วันท์นลิน
หลับตาลง
....
จิตดำดิ่ง สู่ความสบายท่ามกลางความปวดยอกที่ยังแล่นผ่านเส้นประสาททั่วสรรพางค์
รู้...กายพัง
เข้าใจ...กลไกเสื่อม
สิ้นเยื่อใย...มันย่อม เป็น เช่นนั้นเอง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา