11 พ.ค. เวลา 08:56 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นโลกปรับขึ้น รับแรงหนุนกลุ่ม Tech ที่แข็งแกร่ง

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นต่อเนื่อง จากแรงหนุนของผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีและตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดพันธบัตรฟื้นตัวได้อย่างจำกัด
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง โดยการจ้างงานและคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ออกมาดีกว่าคาด สะท้อนตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งและการลงทุนด้าน AI ที่ต่อเนื่อง
  • ตลาดหุ้นยุโรปผันผวน จากความเสี่ยงสงครามการค้าสหรัฐฯ–ยุโรป แม้ได้แรงหนุนจากผลประกอบการและสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง
  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นแรง จากหุ้นเทคโนโลยีและกระแส AI ขณะที่ Bond Yield ปรับลดลงตามราคาน้ำมัน ส่วนค่าแรงที่แท้จริงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • ตลาดหุ้นจีนปรับขึ้นจากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยีและความคาดหวังต่อเสถียรภาพการค้า ขณะที่การท่องเที่ยวฟื้นตัว แต่ผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย
สถานการณ์ตลาด
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากแรงหนุนของผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีที่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง
- ดัชนี S&P 500 +2.3% และ Nasdaq +4.5%
- กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุด ขณะที่กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค ปรับตัวลดลง ด้านหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับขึ้นแข็งแกร่ง โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในสัปดาห์เดียว และปรับขึ้นแล้วกว่า 65% นับตั้งแต่ต้นปี
- บริษัทใน S&P 500 ที่รายงานงบแล้วราว 89% พบว่า 84% มีผลประกอบการดีกว่าที่ตลาดคาด โดย Earnings Growth เฉลี่ยอยู่ในระดับสูงถึง 25%
  • แม้ว่าตลาดหุ้นจะฟื้นตัวและราคาน้ำมันดิบปรับลดลง แต่ตลาดพันธบัตรยังฟื้นตัวได้จำกัด โดย Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ราว 4.36% สะท้อนว่าตลาดเริ่มลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed และมองว่า Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 62,000 ตำแหน่ง ได้แรงหนุนหลักจากภาคสาธารณสุข การขนส่ง คลังสินค้า และค้าปลีก
- การจ้างงานเดือนมีนาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 185,000 ตำแหน่ง จากเดิม 178,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา การจ้างงานขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024
- อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.3% สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง
- คำสั่งซื้อสินค้าใหม่จากโรงงานเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.5% ได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังต่อเนื่อง
  • ยุโรป
- ดัชนี STOXX Europe 600 ปรับขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางความผันผวนของตลาด
- ช่วงต้นสัปดาห์ ตลาดหุ้นได้แรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลาย รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่ง
- อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดหุ้นถูกกดดัน หลังทรัมป์ ขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปในอัตราที่สูงขึ้น หากยุโรปไม่ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ 0%
  • ญี่ปุ่น
- ดัชนี Nikkei 225 +5.4% และ TOPIX +2.7% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ เซมิคอนดักเตอร์ ตามกระแสความคาดหวังต่อความต้องการด้าน AI ที่ยังแข็งแกร่ง
- ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงช่วยบรรเทาความกังวลด้านต้นทุนพลังงานและอุปทานของญี่ปุ่น ส่งผลให้ Bond Yield ญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปรับลดลงสู่ 2.48% จาก 2.5% ในสัปดาห์ก่อน สอดคล้องกับ Bond Yield โลกที่ปรับตัวลง
- ด้านค่าเงินเยนผันผวน ท่ามกลางคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจแทรกแซงค่าเงินเพื่อชะลอการอ่อนค่าในช่วง Golden Week อย่างไรก็ตาม เงินเยนปิดสัปดาห์แทบไม่เปลี่ยนแปลง
- ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ค่าแรงที่แท้จริงของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1% YoY ในเดือนมีนาคม ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2021 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 3 เดือน สะท้อนว่าค่าจ้างเริ่มเติบโตสูงกว่าเงินเฟ้อ และสนับสนุนแนวโน้ม การปรับนโยบายเข้าสู่ภาวะปกติ (Policy Normalization) ของ BOJ
  • จีน
- ดัชนี CSI 300 +1.3% Shanghai Composite +1.6% และ Hang Seng +2.4% นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคบางส่วน ตลาดยังได้แรงหนุนจากสัญญาณอุปสงค์ในประเทศที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงความคาดหวังว่าสหรัฐฯ และจีนจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางการค้าในระยะนี้
- ช่วงวันหยุดยาว 1–5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา การเดินทางภายในประเทศจีนเพิ่มขึ้น 3.6% YoY และการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2.9% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายต่อทริปลดลงเล็กน้อย สะท้อนว่าผู้บริโภคจีนยังระมัดระวังการใช้จ่าย แม้ความต้องการเดินทางยังทรงตัว
- ตลาดจับตาการพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง วันที่ 14–15 พฤษภาคมนี้ ท่ามกลางการหารือระหว่างสหรัฐฯ และจีนเกี่ยวกับการขยายเวลาพักรบทางการค้า รวมถึงความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร AI เซมิคอนดักเตอร์ และห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก
นโยบายการลงทุนและคำเตือน
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา