เมื่อวาน เวลา 15:09 • ข่าวรอบโลก

จีนเผชิญวิกฤตประชากรต่อเนื่อง “คนจีนไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก”

มีเรื่องหนึ่งที่อยากเล่าครับ ตอนนี้จีนกำลังมีปัญหาหนึ่งทีาน่ากังวลอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่คือ “คนไม่อยากแต่งงาน” และเมื่อคนแต่งงานน้อยลง เด็กเกิดใหม่ก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย
ล่าสุด ตัวเลขจดทะเบียนสมรสในช่วง 3 เดือนแรก หรือไตรมาสแรกของปี 2569 เหลือไม่ถึง 1.7 ล้านคู่ ลดลงกว่า 6% จากปีก่อน และกลายเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิดระบาดในปี 2563
ทั้งที่ปกติช่วงไตรมาสแรกของปี จะเป็นฤดูแต่งงานของคนจีน
ภาพนี้สะท้อนว่า คนรุ่นใหม่ในจีนเริ่มมอง “การแต่งงาน” ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
หลายคนเลือกอยู่คนเดียว เพราะค่าครองชีพสูง งานไม่มั่นคง รายได้โตไม่ทันราคาบ้าน ขณะที่การแต่งงานในจีนยังมาพร้อมแรงกดดันจำนวนมาก ตั้งแต่ค่าสินสอด ค่าแต่งงาน ไปจนถึงความคาดหวังเรื่องการมีลูกและดูแลพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย
สำหรับคนวัยทำงานจำนวนมาก การแต่งงานจึงไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความมั่นคง แต่กลับถูกมองว่าเป็น “ภาระทางการเงิน” ที่หนักขึ้นในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว
.
ปัญหาคือ เมื่อคนแต่งงานน้อยลง อัตราเกิดก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย และนี่กำลังกลายเป็นระเบิดเวลาของจีน
1
ปีที่ผ่านมา จีนมีเด็กเกิดใหม่เพียง 7.92 ล้านคน ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ น้อยกว่าจุดสูงสุดในปี 2559 ถึงกว่า 10 ล้านคน ขณะที่ประชากรรวมลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยปีที่แล้วหดตัวถึง 3.39 ล้านคน ประชากรจีนเหลือ 1,404.9 ล้านคน นับเป็นหนึ่งในการลดลงรายปีที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่
สิ่งที่จีนกำลังกังวล คืออนาคตที่ “คนแก่มีมากกว่าคนทำงาน”
เมื่อแรงงานลดลง เศรษฐกิจก็โตยาก บริษัทขาดคนทำงาน ภาษีลดลง แต่ภาระด้านบำนาญและสาธารณสุขกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สังคมจีนจึงกำลังเข้าสู่ภาวะสูงวัยเร็วมาก ในจังหวะที่เศรษฐกิจก็ไม่ได้แข็งแรงเหมือนเดิม
ข้อมูลจาก SCMP สื่อเอกชนชื่อดัง ระบุว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนพยายามออกมาตรการจูงใจเต็มที่ ทั้งแจกเงิน เพิ่มวันลาสมรส ให้คูปองใช้จ่าย รวมถึงลดขั้นตอนการจดทะเบียนและยกเลิกกฎที่บังคับให้จดในพื้นที่ทะเบียนบ้านตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้คนแต่งงานและมีลูกมากขึ้น ซึ่งในระยะสั้นก็ได้ผล ตัวเลขการแต่งงานทั้งปี 2568 พุ่งขึ้น 10.8% แตะ 6.76 ล้านคู่ แต่ไตรมาสแรกของปีนี้ 2569 กลับลดลงอีก
บ่งบอกได้ว่า มาตรการเหล่านั้นแก้ปัญหาได้แค่ระยะสั้น เพราะต้นตอจริงๆ อาจไม่ใช่แค่เรื่องเงินสนับสนุน แต่คือความคิดของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปแล้ว
1
อย่างไรก็ตาม จีนยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาต่อ ในแผนพัฒนาห้าปีฉบับล่าสุด ก็คือเริ่มใช้ปีนี้ จนถึง 2573 มีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาประเทศชัดเจน ว่า “บ่มเพาะวัฒนธรรมใหม่เกี่ยวกับการแต่งงานและการมีบุตร และส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกต่อการสมรสและการมีลูก” พร้อมกับแก้ไขธรรมเนียมล้าสมัยในพิธีแต่งงานและงานศพ
แผนดังกล่าวยังเรียกร้องให้ปรับปรุงการสนับสนุนนโยบายเพื่อการพัฒนาครอบครัว ส่งเสริมการแต่งงานและมีบุตรในวัยที่เหมาะสม พัฒนาการดูแลก่อนและหลังคลอด รวมถึงส่งเสริมการแบ่งปันหน้าที่เลี้ยงดูบุตรระหว่างคู่สมรส​​​​​​​​​​​​​​​​
1
แต่ยังคงต้องจับตาดูต่อไป ว่าปัญหานี้จะดีขึ้น หรือจะแย่ไปกว่านี้อีก เพราะความจริง คือ คนรุ่นใหม่จีนจำนวนมากเติบโตมาในยุคแข่งขันหนัก ใช้ชีวิตท่ามกลางความกดดันด้านงานและเศรษฐกิจ หลายคนจึงเริ่มให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตตัวเอง” มากกว่าการสร้างครอบครัวแบบเดิม
1
และนั่นอาจเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของจีนในวันนี้ เพราะต่อให้รัฐบาลอยากให้คนมีลูกมากแค่ไหน แต่ถ้าคนรุ่นใหม่ยังรู้สึกว่า “ชีวิตตัวเองยังไม่มั่นคงพอ” ตัวเลขแต่งงานและเด็กเกิดใหม่ก็อาจยังลดลงต่อไปอีกหลายปีครับ
#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน
โฆษณา