Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
A CREATE
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 05:32 • ธุรกิจ
ตอนที่ 1: โลกยุคนี้มัน “เพี้ยน” หรือว่าเราแค่ยังไม่ทันปรับเลนส์มองโลกกันแน่
ลองหยุดสักครู่แล้วถามตัวเองเล่นๆ ว่า…
ถ้าอีก 5 ปีข้างหน้า โลกเปลี่ยนเร็วกว่านี้ “สองเท่า”
วันนี้เราควรจัดชีวิต การเงิน การงานของเรา
แบบไหนกันแน่?
หลายคนรู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้ “เปราะบางง่าย” กว่าเดิม ทั้งเรื่องงานที่เปลี่ยนเร็ว ธุรกิจที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวหาย
คนรอบตัวเริ่มพูดถึง AI, อาชีพใหม่, การย้ายประเทศ, การเกษียณช้าออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียง noise ตลอดเวลา แต่ลึกๆ แล้ว เราไม่ได้แค่ห่วงเรื่อง “เงินพอไหม” เราห่วงว่า “เราจะยังมีที่ยืนที่ใช่ของเราไหม” ในโลกแบบนี้ต่างหาก
ผมเลยอยากชวนคุณมาดูโลกยุคนี้ผ่านเลนส์ใหม่ๆ ด้วยกัน ผ่าน series 5 ตอนนี้ ที่ไม่ได้จะให้สูตรสำเร็จตายตัว แต่จะหยิบ “ทฤษฎีและกรอบคิด” ที่ผมเชื่อว่ามีประโยชน์มากในยุคนี้ มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยคิด วางแผน และลงมือทำ ให้สอดคล้องกับบริบทชีวิตของเราเอง
series นี้จะพาไปไหน
ใน 5 ตอนต่อจากนี้ เราจะเดินทางผ่านคำถามชุดใหญ่ประมาณนี้ :
- โลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปยังไงกันแน่ ทำไมวิธีคิดแบบเดิมเริ่มใช้ไม่ค่อยได้
- เราจะ “คิด วางแผน ลงมือทำ” แบบพอร์ต (portfolio) ได้ยังไง ทั้งพอร์ตชีวิต พอร์ตงาน พอร์ตการเงิน
- สมองเราเข้าใจเรื่อง “เสี่ยง–ได้–เสีย” ผิดตรงไหน ทำไมเก่งแค่ไหนก็ยังลังเล
- ถ้าเราเดาอนาคตไม่ได้เลย เราจะเริ่มอะไรใหม่จาก “สิ่งที่มีอยู่แล้ว” แบบผู้ประกอบการมืออาชีพได้อย่างไร
- แล้วจะจัดโครงชีวิต/ธุรกิจยังไง ให้ไม่ใช่แค่ “ทนให้ได้” แต่ยิ่งเจอความผันผวน ยิ่งมีโอกาสเติบโต (antifragile)
เป้าหมายของผมไม่ใช่จะบอกว่า “ทุกคนควรทำเหมือนกันหมด” แต่ตรงกันข้ามเลย ผมอยากให้คุณเห็นว่า ในโลกแบบเดียวกันนี้ คนแต่ละคนอาจออกแบบ “พอร์ตชีวิต” ของตัวเองไม่เหมือนกันได้อย่างสมเหตุสมผล ขึ้นกับบริบท ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และสิ่งที่คุณให้คุณค่าจริงๆ
ตอนที่ 1 นี้ เราเลยจะเริ่มจากการตั้งต้นให้ตรงกันก่อนว่า โลกใบนี้ “จริงๆ แล้ว” หน้าตาแบบไหนกันแน่ และมันกำลังท้าทายวิธีคิดดั้งเดิมของเราอย่างไร
โลกแบบเดิม: เส้นตรง คาดเดาได้ ไทม์ไลน์ชัด
ถ้ามองย้อนกลับไปสัก 20–30 ปีก่อน ภาพโลกที่เราถูกเล่าให้ฟังคือเส้นตรงค่อนข้างมาก
- ตั้งใจเรียน → ได้งานดี → ตั้งใจทำงาน → เติบโตในสายอาชีพ
- ทำงานเก็บเงิน → วางแผนเกษียณ → ใช้ชีวิตแบบสบายขึ้นตอนอายุมาก
หลายสูตรชีวิตถูกออกแบบบนสมมติฐานว่า
- อาชีพจะอยู่ยาวเป็นสิบยี่สิบปี
- เทคโนโลยีเปลี่ยน แต่ไม่ได้กลับหัวชีวิตเราทุก 3–5 ปี
- เศรษฐกิจมีขึ้นมีลง แต่ไม่ผันผวนแบบ “เอาบทเรียนเก่าไปใช้ไม่ได้”
เพราะฉะนั้น วิธีคิดที่ตามมาคือ
- วางแผนยาวๆ ตั้งเป้าหมายชัดๆ แล้วเดินตามแผน
- เลือกเส้นทางที่ “มั่นคงที่สุด” แล้วเกาะไว้
- ผิดทางนิดหน่อยค่อยๆ ปรับได้ ไม่ต้องรีบ pivot
มันคือโลกที่ “การคาดการณ์” มีค่ามาก และ
“การวางแผนระยะยาว” เป็นพระเอกของเรื่อง
“โลกวันนี้ : ผันผวน เดายาก ซับซ้อน และคลุมเครือ”
แต่โลกช่วงนี้กำลังเล่นคนละเกมกับเรา
- เทคโนโลยีใหม่อย่าง AI เปลี่ยนรูปแบบงาน
และธุรกิจแบบรวดเร็ว
- บริษัทที่ดูมั่นคง อาจเปลี่ยนทิศในไม่กี่ปี
หรือโดนคู่แข่งหน้าใหม่แซง
- ข้อมูลท่วมจนเราไม่รู้จะเชื่ออะไร อะไรจริง อะไร hype
- ฟีดโซเชียลให้ภาพชีวิตคนอื่นแบบ curated ทำให้เรารู้สึก “ช้าไป/ไม่พอ/ไม่มั่นคง” ตลอดเวลา
เราเรียกโลกแบบนี้ว่า
- ผันผวน (Volatile) : สิ่งที่เคยนิ่ง กลายเป็น
เปลี่ยนเร็วแบบไม่เตือน
- ไม่แน่นอน (Uncertain): ข้อมูลเยอะ
แต่ยังเดาไม่ได้ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง
- ซับซ้อน (Complex): เหตุ–ผลไม่ได้เป็นเส้นตรง เหมือนกดตรงนี้แล้วอีกที่เด้ง
- คลุมเครือ (Ambiguous): ไม่มีคำตอบชัดว่าอะไรถูก–ผิด มีแต่ trade-off และทางเลือก
เมื่อโลกเปลี่ยนแบบนี้ วิธีคิดแบบ
“ทายอนาคตให้แม่น แล้วค่อยลงมือ” เริ่มมีปัญหา
เพราะ
- ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน ก็เดาไม่ค่อยถูกอยู่ดี
- ต่อให้วางแผนละเอียดแค่ไหน พอของจริงมา แผนอาจใช้ไม่ได้ครึ่งหนึ่ง
- เราเลยเหนื่อยกับการพยายาม “ควบคุม”
สิ่งที่ควบคุมไม่ได้
นี่คือเหตุผลที่ผมคิดว่า เราต้องเริ่ม shift
จากการถามว่า
- “อีก 10 ปี โลกจะเป็นยังไง?”
ไปเป็น
- “ในโลกที่เดาไม่ออก เราจะจัดชีวิตให้เดินไปข้างหน้าอย่างมีคุณค่า และไม่เปราะบางเกินไปได้ยังไง?”
ทำไมวิธีคิดแบบเดิมทำให้เราติดกับดัก
เมื่อโลกเปลี่ยน แต่เลนส์คิดเราไม่เปลี่ยน
เราจะเจออาการประมาณนี้
- กล้าช้าไป : รู้ว่าควรลองอะไรใหม่ เช่น เปลี่ยนสายงาน เรียนสกิลใหม่ ลงทุนอะไรเพิ่ม แต่มัวรอให้ “แน่ใจ” ก่อนจนเวลาผ่านไป
- เสี่ยงเร็วไปผิดทาง: พอเกิด FOMO ก็ all-in ทีเดียวในสิ่งที่กำลังเป็นเทรนด์ โดยไม่ได้คิดเรื่องความเสี่ยงรวมของทั้งชีวิต
- เครียดจากการเปรียบเทียบ: เห็นคนอื่น pivot สำเร็จ เห็นคนอื่นลงทุนแล้วปัง เลยรู้สึกว่าตัวเอง “ทำช้าไป” ทั้งที่พื้นฐานชีวิตและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ไม่เหมือนกันเลย
สิ่งที่ผมเห็นคือ เราเอา “สูตรคิดยุคเส้นตรง”
มาใช้กับ “โลกยุคผันผวน”
แล้วมัน mismatch :
- เราพยายามหา “คำตอบเดียวที่ถูก” ในโลกที่จริงๆ มีหลายคำตอบที่เหมาะกับคนละบริบท
- เราพยายามจะ “วางแผนให้เป๊ะตั้งแต่ต้น” ในโลกที่จริงๆ เราต้องเรียนรู้และปรับแผนระหว่างทาง
- เราวัดตัวเองด้วย yardstick ของคนอื่น
โดยไม่ได้ถามตัวเองว่า “ต้นทุนและข้อจำกัดของเราจริงๆ คืออะไร”
เพราะฉะนั้นก่อนจะไปถึงเรื่องพอร์ตชีวิต พอร์ตงาน หรือทฤษฎีอื่นๆ ผมอยากชวนตั้งต้นแบบนี้ก่อนว่า :
เรายอมรับไหมว่า โลกที่เราอยู่วันนี้ มันไม่ได้เสียสติ แต่มันแค่เล่นเกมคนละแบบกับสูตรเดิมของเรา แล้วเราจำเป็นต้องเปลี่ยน “วิธีคิด” ไม่ใช่แค่เปลี่ยน “แผนการ”
จากแผนเส้นตรง สู่การคิดแบบพอร์ต
ถ้าโลกคาดเดายากขึ้น การพยายามเลือก
“เส้นทางเดียวที่ถูกต้องที่สุด”
อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
สิ่งที่ผมอยากเสนอใน series นี้คือแนวคิดว่า
> แทนที่จะคิดว่า “จะเดินเส้นทางไหนดี?”
> ลองเปลี่ยนมาคิดว่า “จะจัดพอร์ตของชีวิต การงาน การลงทุน และการทดลองของเราอย่างไร?”
- พอร์ตชีวิต : เราจะแบ่งเวลา พลังงาน ความสนใจ
ไปลงกับเรื่องอะไรบ้าง (งาน, ครอบครัว, สุขภาพ,
การเรียนรู้, ความสัมพันธ์ ฯลฯ)
- พอร์ตการงาน : เราจะสร้าง “ทางเลือกในอาชีพ”
ไว้อย่างไร ไม่ให้ผูกชะตากับตำแหน่งเดียว
สายงานเดียว สกิลเดียว
- พอร์ตการเงิน: จัดการความเสี่ยงและโอกาสอย่างไร ให้ไม่เปราะเกินไป แต่ก็ไม่ปิดโอกาสตัวเองหมด
- พอร์ตการทดลอง: เรามี “โปรเจกต์เล็กๆ” ที่กำลังลองอยู่กี่อย่าง ที่อาจกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ใหม่
ในอีก 3–5 ปี
ในตอนถัดๆ ไป เราจะลงไปดูเครื่องมือช่วยคิดหลายตัว เช่น
- การคิดแบบพอร์ตจากโลกการเงิน มาประยุกต์กับชีวิตและงาน (ผมจะเน้นไปที่ชีวิตและการงานก่อน)
- ทฤษฎีที่อธิบายว่าทำไมเรากลัว “เสีย” มากกว่าอยาก “ได้” จนขยับตัวลำบาก
- กรอบคิดแบบผู้ประกอบการ ที่ไม่รออนาคตชัด แต่เริ่มจากสิ่งที่มี
- และวิธีออกแบบชีวิต/ธุรกิจให้ไม่ใช่แค่ทน
แต่ “ยิ่งโดนเปลี่ยน ยิ่งมีโอกาสเติบโต”
คำถามชวนคิดสำหรับคุณ
ก่อนจะไปตอนที่ 2 ผมอยากชวนคุณหยุดสั้นๆ
แล้วถามตัวเอง 3 ข้อนี้
1) ตอนนี้คุณยังใช้ “สูตรคิดแบบเส้นตรง”
ข้อไหนอยู่กับชีวิต/การงานของตัวเอง?
2) ถ้าคุณยอมรับว่าโลกจริงๆ มันผันผวนและเดายากกว่านั้น คุณคิดว่าตัวเองต้อง “เปลี่ยนเลนส์คิด”
ตรงไหนก่อนเป็นอย่างแรก?
3) ถ้าต้องมองชีวิตตัวเองเป็น “พอร์ต”
คุณคิดว่าตอนนี้พอร์ตของคุณหนักไปด้านไหนเกินไป (เช่น งาน, เงิน, ความมั่นคง, ความสบายใจ, การลองอะไรใหม่)?
เก็บคำตอบไว้กับตัวเองก่อนก็ได้ ไม่ต้องบอกใคร
แต่ผมชวนให้คุณเก็บไว้ในใจ เพราะตอนที่ 2 เราจะเริ่มลงรายละเอียดเรื่อง
“คิด วางแผน ลงมือทำ แบบพอร์ต”
และคำตอบของคุณจะทำให้ตอนต่อไป “เข้าเนื้อ”
และมีความหมายกับชีวิตคุณมากขึ้นครับ
คุณอยากให้ตอนที่ 2 ผมโฟกัส “พอร์ตชีวิต+การงาน” เป็นหลัก หรือ “พอร์ตการเงิน+การลงทุน” เป็นหลักก่อน?
(เดี๋ยวผมจะออกแบบเนื้อหาให้ลึกและตรงกับสิ่งที่คุณอยากใช้จริงมากที่สุด)
แนวคิด
พัฒนาตัวเอง
ธุรกิจ
1 บันทึก
1
4
1
1
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย