13 พ.ค. เวลา 07:52 • ความคิดเห็น

บ่วงสิเน่หา Romance scam

ไม่น่าเชื่อว่าเคสการหลอกลวงด้วยความรักที่ใหญ่ที่สุดในโลกเกิดที่เมืองไทยนะครับ..
เคสที่ว่านั้น เหยื่อเป็น CFO หญิงไทยของบริษัทข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในเมืองไทย ว่ากันว่าความเสียหายมูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านบาทด้วยการโอนเงินออกจากบริษัทหลายร้อยครั้ง เหมือนเรื่องในนิยายแต่เกิดขึ้นจริงๆเมื่อไม่กี่ปีก่อน…
เคสนั้นจบไปแล้ว โดย CFO หญิงผู้เป็นเหยื่อ ในที่สุดก็ตกเป็นจำเลยด้วย แถมโดนฟ้อง 251 กระทงตามความผิดในการโอนแต่ละครั้ง ติดคุกกระทงละ 4 ปี แต่ด้วยการรับสารภาพเหลือกระทงละ 2 ปี โดยมีเพดานกฎหมายลงโทษสูงสุดที่ทำให้เธอติดคุกทั้งสิ้น 20 ปี
จากเหยื่อก็กลายเป็นจำเลยไปด้วยอย่างน่าเห็นใจ..
CFO หญิงผู้นั้นถูกแก๊งไนจีเรียหลอกว่าเป็นแพทย์ เอเชียนอเมริกัน อยู่หน่วยรบที่อัฟกานิสถาน คุยกันจนเกิดความสนิทสนม และก็ตามหลักการทำงานของ romance scam ที่ใช้ได้ผลมาทุกยุคทุกสมัย… ในที่สุดก็ค่อยๆตกหลุมรักและทำทุกอย่างทั้งที่รู้ว่าผิดจนกลายเป็นเรื่องฉ้อโกงที่ใหญ่ที่สุดในโลก และถูกจับในที่สุด
น้องเอ็ม สิทธิเวทย์ จิวสิทธิประไพ นักกฎหมายมือต้นของประเทศ และมีส่วนในการว่าความให้หนึ่งในสถาบันที่เกี่ยวข้องกับเคสนี้ มาเล่ากระบวนการทางกฏหมายและวิธีโกงของ romance scam แบบนี้ให้ที่ HOW Club ฟังเมื่อวันก่อน มีเนื้อหาที่น่าสนใจและควรรู้เท่าทันเป็นอย่างมาก เพราะเรื่องนี้ไม่เข้าใครออกใคร คนใกล้ตัวหรือแม้แต่พวกเราเองก็อาจตกอยู่ในข่าย
มีการศึกษาแค่ไหนก็พ่ายแพ้กับความรัก ความเห็นใจได้มาทุกยุคทุกสมัย …
แถมเทคโนโลยี AI พัฒนาขนาดนี้ ความสมจริงและน่าเชื่อถือก็จะยิ่งมากขึ้น แต่ท่ามาตรฐานที่กระทบใจคนยังไงก็คงยังไม่เปลี่ยน ถ้ารู้กระบวนการและกลุ่มเสี่ยงได้ ก็อาจจะช่วย “เอ๊ะ” ให้กับคนใกล้ชิดหรือแม้แต่ตัวเราได้ถ้าแพตเทิร์นเริ่มมาแนวนี้นะครับ…
เอ็มบอกว่า Romance scam ปกติจะมีจิตวิทยาอยู่ 5 ขั้น โดยเริ่มจากการติดต่อด้วยการสร้างโปรไฟล์ปลอม ใช้รูปบุคคลจริงเช่น หมอ ทหาร วิศวกร อาจจะมาช่องทางไหนก็ได้ กรณีคุณ CFO นั้นติดต่อผ่าน Linkedin ซึ่งเป็นช่องทางที่น่าเชื่อถือมากๆ ช่องทางหนึ่งด้วยซ้ำ
ต่อมาก็จะเริ่มสร้างความเชื่อใจ ด้วยการอ้างอิงถึงความคุ้นเคย เพราะพวกมิจนี่เข้าไปอ่าน ไปดูร่องรอยโซเชียลเหยื่ออย่างละเอียด รู้ว่าชอบอะไร เคยทำงานที่ไหน ไม่ชอบอะไร คุยกันเยอะๆ ก็ยิ่งไว้ใจ
พอรู้สึกผูกพันได้ซักพักก็จะเริ่มเปิดอ้างเหตุฉุกเฉิน ต้องการเงินช่วยเหลือด่วน กรณีคุณ CFO นี้หมอทหารสุดหล่อ (ปลอม) บอกว่าพ่อเสียกะทันหัน มรดกที่มาเลเซียค้างอยู่ยังเบิกไม่ได้ แล้วต่อมาก็จะยกระดับ สร้างเรื่องซับซ้อนไม่ให้หยุดได้ และพอได้เงินตามต้องการ หรือรู้ว่าตันแล้วก็จะหายตัวไปเลย
1
เป็นท่าที่ทำกันมาเป็นหมื่นเป็นแสนครั้งก็ยังเป็นท่าเดิม…
เพราะกลุ่มเปราะบางที่ “โดน” การหลอกแบบนี้ได้โดยง่ายก็มีลักษณะที่คล้ายกัน เหยื่อมักจะมี life transition กำลังอยู่ในช่วงชีวิตเปลี่ยน หย่า เกษียณ จิตใจอ่อนไหวรับคนใหม่ง่าย นอกจากนั้นเหยื่อมักจะอยู่ในช่วงสภาวะอารมณ์ที่เหงา โดดเดี่ยว อยากมีคนรับฟังอยู่พอดี
ยิ่งถ้าใช้โซเชียลเยอะ โพสต์เยอะแต่ไม่รู้เท่าทัน ก็จะโดนหลอกง่าย มีข้อมูลให้ใช้ง่ายขึ้นไปอีก และถ้ามีลักษณะนิสัยใจดี ชอบช่วยคน ก็ยิ่งง่ายสำหรับมิจเข้าไปใหญ่
สุดท้าย ถ้าดูมีฐานะจากในโซเชียล นี่ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงของมิจโดยไม่ยาก..
น้องเอ็มชวนให้ลองคิดถึงเทคโนโลยีปัจจุบันที่ AI วิเคราะห์โปรไฟล์เหยื่อได้เก่งขึ้นมาก ดึงข้อมูลมาจัดกลุ่มเรียงว่าคนไหน “ใช่” มากที่สุดจากข้อมูลที่มีทั่วไปก็ง่ายมากๆ ด้วย ไม่พูดถึง deep fake ที่ไปขั้นแยกไม่ออกแล้วในตอนนี้ ทั้งภาพทั้งเสียง… การหลอกรุ่นใหญ่ รวยและไม่รู้เท่าทัน กำลังอยู่ในช่วงอารมณ์เปราะบางนั้นไม่ได้ยากเลย
เอ็มยังเล่าต่อว่า กระบวนการที่มิจใช้ที่ว่าเก่าแก่มากนั้น ก็ยังทำงานอยู่อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไม่น่าเชื่อ มิจจะเริ่มด้วยการถล่มด้วยความสนิทจนรัก (love bombing) ส่งคุย ส่งจีบ สนทนาใกล้ชิดทุกวัน แล้วพอติดก็จะมีเว้นหายไปมั่ง (intermittent reinforcement) ให้กระตุ้นโดพามีน ให้คิดถึง ให้โหยหา แล้วพยายามตัดขาดเราจากคนรอบข้าง (Isolation) อย่าไปบอกใครน้า เป็นเรื่องของเราสองคน
และก็เข้าโค้งสุดท้ายด้วยการอ้างเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน (fake emergencies) กดดันให้โอนทันที พ่อป่วยหนัก โดนฟ้องต้องเสียค่าทนาย โดนภาษีหนัก ไม่จ่ายติดคุก และไปถึงการหลอกที่หยุดไม่ได้ (sunk cost exploitation) ยิ่งลึกยิ่งถลำ ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งบางครั้งก็มาในรูปแบบชวนลงทุนแล้วถ้าไม่ลงต่อก็ไม่ได้คืนเช่นกัน
ที่เอ็มเล่านั้น เป็นแพตเทิร์นที่มิจใช้กันทั่วโลก รูปแบบเดิม เครื่องมือเจ๋งขึ้น การหลอกจึงดุดันขึ้นมาก เหมือนจะไกลตัว แต่เร็วๆ นี้ญาติผู้ใหญ่ของผมคนหนึ่งก็โดนจนหมดตัวเช่นกัน เคสนั้นอ้างว่าเคยทำงานที่เดียวกันมาก่อน (น่าจะดูจากโปรไฟล์) คุยสนิทสนม จนชวนลงทุน ปอกลอกจนหมดตัว และพอฟังเอ็มก็เป๊ะเลยว่า ญาติผู้ใหญ่ผมมีลักษณะครบ 5 ประการที่เอ็มบอกเลย
ความน่าสงสารของเคส romance scam แบบนี้ก็คือนอกจากจะเป็นเหยื่อโดนปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัวแล้ว หลายเคสก็ไปกู้ยืม ไปยักยอกต่อจนนอกจากเหยื่อก็กลายเป็นจำเลยไปด้วยอีก ทั้งเสียเงินทั้งติดคุก และการสู้รบปรบมือกับกลุ่มมิจฉาชีพมืออาชีพแบบนี้ก็ยากขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องที่เอ็มเล่าจึงเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนเพื่อดูแลและเตือนคนในครอบครัวที่มีลักษณะตามที่เอ็มเล่าก่อนเป็นอย่างแรก และช่วยกัน “เอ๊ะ” เมื่อความสนิทสนมเริ่มแปรเป็นการขอความช่วยเหลือและการขู่บังคับด้วยรักด้วยเช่นกัน
รู้ไว้ใช่ว่า ก็เพื่อที่จะได้ตัดก่อนตาย เตือนก่อนวายวอดกับตัวเองและคนที่เรารักกันนะครับ…
We are never so defenseless against suffering as when we love.
Sigmund Freud
โฆษณา