วันนี้ เวลา 01:53 • ความคิดเห็น
เหงา เหงาหงอยเดียวดาย ว่างเปล่ามเหมือนตัวคนเดียว ก็อยาก .มีความคิดอยาก อย่างนั้นอย่างนี้ อารมณ์นึกคิดที่เกิดขึ้นในกาย ก็จะนำพาไป นำกายไปหา สิ่งที่อารมณ์ปรุงแต่งให้ อารมณ์นึกคิด นั้นมีลีลามากมาย ที่ว่าปรารถนา ตามอารมณ์อยาก ..อยาดจะไปเที่ยวที่นั้นที่นี่ ไปคนเดียว ก็เหงา ไม่มีใครเป็นเพื่อน .ก็ต้องหา ใครไปด้วย เป็นเพื่อน .
แต่นั้นแหละ ทั้งหมด ทั้งปวง ก็มาลงที่ อารมณ์อยาก .ปรารถนาให้ได้ดังใจอยาก ไม่มีเรื่องราวอื่นเลย ก็เรื่ิองอารมณ์ที่เกิดขึ้นในกายที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นไปตามวาระของจิต .ที่ไหลเกิดขึ้นในกาย มันก็วนเวียนอย่างนี้แหละ ที่ว่าอารมณ์ให้สุขให้ทุกข์ เราก็ทิ้งอารมณ์นึกคิดไม่ได้ ก็ต้องอยคกับเค้า ที่ว่า โลกนี้เป็นมายา ดึงจิตให้จมอยู่กับโลก .แล้วกายนี้ ก็เดินทางไปเรื่อย แก่เฒ่าชรา . เวลากายหมดสภาพ ก็ไปคนเดียว เปล่าเปลี่ยวน่ากลัวนักหนา ไม่รู้ว่า กายข้างหน้า จะเป็นอะไร
.สิ่งที่ทำมา .สะสมมา .ในชีวิต ปัจจัยเงินทอง แม้แต่กายที่รัก .ก็เอาไปไม่ได้ แล้วสิ่งที่เอาไปได้ นั้น ที่เค้าว่า บุญหรือบาป ที่ทำมาเอง ก็จะหนุนนำจิตไป ..ไม่ได้ปรารถนา จะไปสถานที่ทุกข์ทรมาน แต่จิตที่สะสมอารมณ์นึกคิด ที่เป็นตัวทุกข์ ก็จะดึงจิต พรไปสถานที่ ที่ไปม่ปรารถนา ที่มีแต่ทุกข์ ไม่หยุดหย่อนเลย เหมือนเป็นไฟแสบร้อนไปทั้งจิต เมื่อเหลือแต่นามธรรม เหลือเพียงจิตดวงเดียว .ทุกข์ทรมาน
ปัญหาของคนเรา นั้น มันมีเรื่องราวที่ยาก เราพูดอารมณ์อะไรต่างๆได้ แต่เราก็รับรู้ จิตรับรู้ .ความทุกข์ของอารมณ์นึกคิด อารมณ์ที่ปรุงแต่งกาย มันรับรู้ไม่ได้ ก็เลยหลงไหบไปกับอารมณ์ .สลัดทิ้งไม่ได้เลย จิตก็เลยสงบไม่ได้
จิตสงบนั้นเป็นสมถะ ซึ่งก็ทำยาก เพราะมันไม่วุ่นวาย มันสงบ เรียบง่าย . คนเค้าก็ไม่ชอบ เค้าชอบ อยาก .ไปเรื่อย . ที่ก็ไม่ไปไหน ก็วนเวียน ในเรื่องราว กามาวจร อารมณ์จร เกิดขึ้นที่ วิญญาณทั้งหก ที่ไปสัมผัส ในคำว่ารูปรสกลิ่นเสียง มันมีตัวอยากอยู่ที่นั้น . ที่ว่าที่ขอบๆ ได้เสพอารมณ์ .ปลดเปลื้องออกไปไม่ได้เลย .ว่าจริงมั้ย
โฆษณา