14 พ.ค. เวลา 03:43 • นิยาย เรื่องสั้น

Season 2 Finale R.I.P แด่ความตายของฉัน Season 3 Pilot Ready to Read

ตอน 16 R.I.P. สิรี
ยิ่งสูง
ยิ่งหนาว
นี่อาจจะเป็นทฤษฎีสมคบคิด ที่ผู้นั่งนวดตีน จิบไวน์ขสดละแสน อยู่บนเพนท์เฮาส์
ในยอดปิรามิดแห่งชนชั้น
ร่วมกันสร้าง เพื่อ
จำกัดจำนวนผู้ล่า
ในโลกธุรกิจ
ความจริงอีกด้านที่คนชั้นล่างจนถึงฐาน กลัวความสูงในระดับยอด
แต่ไม่เคยไปถึงก็คือ
มันหนาว
จริงไหม
เพราะคนที่ตอบได้
คือคนที่วางส้นตีนอยู่บนหัวของคุณ
และพวกเขา ก็แค่ทำท่าสะท้าน
ในโอเวอร์โคทขนมิงค์
มันอาจจะหนาวยะเยือก
อย่างที่คุณถูกโปรแกรมให้เห็น
แต่มันก็อบอุ่นด้วยความร่ำรวย
ฟุ่มเฟือย
ที่คุณเกินจะจินตนาก่รได้
จากกองฟางกรุ่นมูลควาย
แต่แหม..ที่รัก
คุณจะกลัวหนาวไปทำไม
ในเมื่อ ภาคพื้นที่ยืนเป็นฐาน
มันมีทั้งลูกเห็บ
อุทกภัย
วาตะภัย
แผ่นดินถล่ม
เฮอริเคน
สึนามิ
ภูเขาไฟประทุ
ที่มากว่าความหนาวยะเยือก
ตั้งเท่าไหร่
แล้วจะแหงนคอคั้งบ่า
สั่นสะท้านกับความเย็น
ระดับ Haagen Dazz
ไปทำไม
ในฐานะอดีตบรรณาธิการแฟชั่นความงาม นิตยสาร ฉันเคยอยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารขนาดย่อม และรู้ดีว่า
การกรรโชกด้วยความ หนาว
ของเกมส์อำนาจ
มันได้ผลเสมอ
ในการตัดคู่แข่ง
คลื่อนลูกใหม่
ที่จะมาแบ่ง หรือถีบคลื่นเก่า
ให้หลุดผลประโชน์
ความจิงก็คือ
ในความสั่นสะท้าน
ของ 0 เซลเซียส
เรามีความสุขกับ
น้ำหอม luxury
ดินเนอร์ปาร์ตี้บนลูฟทอป
Pool Villa
เสื้อผ้า และเมคอัพซูเปอร์แบรนด์
และบันไดสังคมชั้นสูง
ทั้งหมดคือ...บรรณาการ
ที่รู้กันเฉพาะวงใน
สามเหลี่ยมเล็กๆ
ยอดปิรามิต
ฉันรู้ดี เพราะเคยเป็น
ทั้งคนวงนอก และวงใน
และจากยอด
ที่ตอนนี้คือฐานล่างสุด
ล่างและลึกแบบต้อง
ควัก
ล้วง
ชัดกโครก
ในปั๊ม Fill & Chill
ค่าแรง 12 ชั่วโมง
300 บาท
ที่ยังไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย
ฉันเพิ่งจะ...
ตาย และ
วางบอม ปารสีแฟชั่นวีค
สังหารหมู่หมาแม่ลูกอ่อน
แม้ทุกอย่างจะเป็นแค่...
ช่วงสั้นๆ
ใน Simulater จิต
แต่มัน
โคตรจะฉีกวิญญาณ
แต่มันก็แลกกับการ
พัง เพื่อ เกิดใหม่
ในร่างเดิม
นี่คือฟินิกซ์
ที่กำเนิดจากเพลิงนรก
ที่ไม่ใช่ อีกาเปรต
ฉันพบว่า ที่จริงแล้ว
เรา ไม่ได้เกลียด สิ่งที่ให้เลือก
แต่เรา
เกลียด
การไม่มีโอกาส เลือก
แม้สุดท้าย
มันก็กลับมาที่คำตอบแรก
ไอ้งาน...ต่ำตม ดมขี้ ขยี้อ๊วก
ที่แค่มี มือ ตีน
ก็ Qualify เกินพอ
แต่ถ้ามึงเคยเจอความเหี้ยนรก ระดับ สิบกระทะทองแดงยกกำลังโกฎิมาแล้ว
ไม่มีสก๊อตไบรท์ขัดถู
กูก็ยังแฮบปี้...ที่จะใช้มือ
แหวะ ...นี่กูพล่ามเกินจริงป่าววะ ขนาดจับด้ามสก๊อตไบรท์ตอนบ่าย
มือแม่ยังอวบอวนชวนตัดทิ้ง
กูก็เว่อเองแหละ...โฮะ โฮะ
เพราะก็ใช้มือข้างที่ล้างตูด
ดูดจ๊วบๆ
ตอนแตะกานาจเค้กที่ถูกทิ้งลืม
ฉันนึกปลงกึ่งขำแห้ง แล้วดูดโอเลี้ยงไปครึ่งถุง ต่อด้วยบุหรี่เถื่อนจากปอยเปต
ในอ่างจากุชชี่...
DIY จากกะละมังพลาสติก
และเรนชาวเวอร์ ขึ้นฝอย
จากท่อยางระบบ
THUMBNAIL Manual
ที่เปลี่ยนระเบียงบ้านๆ ให้เป็น
Outdoor Villa Experience
ฉันดูดบุหรี่คำสุดท้ายก่อนจะถึงก้นกรอง แล้วดีดส่งอย่างสะใจ เมื่อมันพุงแรงเป็นระนาบแหวกอกากาศจนค่อยโค้งตกลงเบื้องล่าง
ความสุขที่เรียกว่า Simple Pleasure
อีเหี้ยที่ไหนทำหัวกูไหม้
บางครั้งก็นำมาซึ่ง Terrible Pressure ได้นิดหน่อย หุหุ
นี่คือข้อได้เปรียบอีกอย่าง ของชนชั้นสูงกว่า ที่คนข้างล่างได้แต่ยก ผลประโยชน์ให้...ความซวย เล็กๆ
อย่าเยอะอีฟู...ก็แค่
ก้นบุหรี่
ที่ไม่อาจสร้างขั้นกว่า
ในความอุบาทว์บนกบาลมึง
ได้เท่าที่ทำกับตัวเองอยู่แล้ว
ชิลชิล และ ปล่อยจอยจ๊ะ สาวววว
วักน้ำในอ่างใส่ตัวคลายร้อนเพลินๆ
ฉันก็แอบคิดเรื่อยเปื่อย
ในปล่อยความคิดที่ปล่อยผ่าน
แบบ ชิลชิล
มันชักจะไม่ชิล เมื่อเริ่มสงสัย...
รัตติกาลจะบอกฉันได้ไหม
ป้ายต่อไป จะเป็นงานอะไร
ชีวิต...แบบไหน
และอีกนานเท่าไหร่
แดดบ่ายแก่ๆ เริ่มคลาย
ฉันปิดน้ำ
คว่ำ จากุชชี่ พลาสติก
เดินตัวเย็นเข้าห้องนอน
ง่วงชิบหาย
อ้าปากหาวเป็นดาวเดือน
แล้วเคลื่อนตัวในผ้าเช็ดตัวที่กระโจมอก
ลงบนเตียง
ยื่นขาสุดตัวจนถึงงฐานพัดลม
เหยียด หัวแม่ตีน
กดฮาตาริ เบอร์ 3
ใบพัดเคลื่อนเร็ว
โชยลมหมุนผ่าน
อืมมมม...สบาย
ขอพักสายตาแป้บ
พี่สิรี...คาราเมลมัคคิอาโต้ ค่ะ
ฉันพบตัวเองยืนสูบมาร์โบโร
แบคลเมนทอล
อยู่ชั้นลอยดาดฟ้า
บนตึกสูงของออฟฟิศเก่า
นิตยสาร AtMostFear
ที่เป็นบรรณาธิการแฟชั่น และความงาม
นี่มันเมื่อสองปีก่อนนี่หว่า
ฉันพ่นควันบุหรี่อีกครั้ง
สายลมแรงของดาดฟ้าจากความสูง
ชั้น 21 พัดพากลิ่นและควัน
กระจายหาย
ยุภา เลขากองบรรณาธิการ
วางแก้วกาแฟเย็นในฝาโดมครอบวิปครีมสีขาวนวล ราดคาราเมล ลงตรงโต๊ะกระจกเตี้ย ตรงข้ามโซฟาวงแหวนสีดำ ดีไซน์ เนียบ เท่ ที่ฉันกำลังไขว่ห้าง เอนหลังพิงพนัก
ข้างตัวคือต้นฉบับบทความ และเลย์เอาท์ พรินต์สี่สี คอลัมน์ต่างๆ ตัดและยึดมุมด้วยตัวหนีบ
ฉันกรีดนิ้วต่อเล็บยาว ฉาบสีแดงไวน์ของชาแนล หยิบกาแฟมาคนด้วยหลอด ก่อนดูด
พี่สิรี นิตยสารของเราจะปิดตัวไม่เกินปลายปีหน้า จริงๆ เหรอคะ
ยุภา รับเลย์เอาท์บางส่วนทีฉันลงลายเซ็น ที่บางหน้า มีปากกาวงตรงตัวอักษรหรือ ขีดกากบาทบางรูป
โน้ตข้อความ ...เปลี่ยน Portrait
มันยังไม่แน่หรอก
ฉันเงยหน้าจากต้นฉบับในมือ
กระดกก้นบุหรี่ลง ชามผลึกใสก้นลึกตรงหน้า
สื่ออนไลน์มาแรงมาก คว่ำนิตยสารไปหลายหัวในหลานประเทศ แต่ของไทยเรา ยังไม่เร็วขนาดนั้น โดยเฉพาะหัวของเรา
ฉันโยนกองเลย์เอาท์หน้าโฆษณาปึกใหญ่ลงบนโต๊ะ
เห็นไหมเนี่ย ห้าหกสิบหน้า ลูกค้ายังซื้อและจองแอดกันไม่มีใครถอน
ยุภาพยักหน้า ถอนใจยาว ก่อนจากไปด้วยรอยยิ้มโล่ง
ฉันขยี้ก้นบุหรี่ลงบนถ้วยเขี่ย
กดค้าง จนปลายนิ้วแสบร้อน
สิรี ...ไม่เกินสามเดือน
พี่จรีย์...บรรณาธิการบริหารและเจ้าของนิตยสาร พูดเรียบๆ ในห้องทำงานของหล่อน ในขณะะจิบไวน์ด้วยกัน
วิวเมืองจากมุมสูงตอนพลบค่ำ
แสงไฟจากยอดตึกมากมาย
ยังสวยงาม มีชีวิตชีวา
ในผนังกรอบกระจกใหญ่
เบื้องหลังอาร์แชร์ที่หล่อนนั่ง
สวยเหมือนวันแรก
ที่เราเดินมาดูที่ตั้งสำนักงาน
ยอดแอดในนิตยสารยังมาก
ADVERTORIALกับ Cle de Peau, Black Label และสินค้าในเครือ SYLLABLE ทั้ง LV และอื่นๆ ยังมีถึงสิ้นปี
พี่จรีย์พูด ยิ้มขื่น
ริมฝีปาก Lumier สีนู๊ด เหมือนหลุดร่อนกลิตเตอร์ จนแห้งเหี่ยว
แต่แพลนแอดปีหน้า เอเจนซี และลูกค้าตรงเกือบทั้งหมด จะผันงบไปสื่ออนไลน์ และไวรัลคลิป IG และ Youtube
ฉันบีบแก้วไวน์ในมือแน่น ก่อนยกจิบ อย่างไม่รู้รสฝาด หวาน นอกจากขม
 
มองพี่จรีย์ ที่ซดแห้งแก้ว และพ่นควันบุหรี่
มันอาจจะมีลูกค้าย่อย ที่ไม่เคยได้หน้าแอดของเราที่เต็มข้ามปี
กำลังรอเสียบแทนก็ได้นะพี่
ฉันยังมีความหวัง ที่จะรักษานิตยสารที่ร่วมสร้างมากับมือ และตำแหน่งงาน รวมทั้งทีมเด็กๆ ทั้งกองบรรณาธิการ ช่างภาพ กราฟฟิกดีไซเนอร์ และสไตลิสต์
พี่จรีย์มองฉันยิ้มๆ ส่ายหัวสองสามครั้ง เปลี่ยนสายตาในจังหวัเดียวกับที่หมุนตัวบนเกาอี้ไปวิวนอกหน้าต่าง พูดลอยๆ
เราจะลองดู แต่พี่ไม่คิดว่าจะรอด
เหตุการณ์สองคืนก่อน
ผุดขึ้นมา เหมือนบอกกับฉันว่า
มึงอย่าโง่ ...และเลิกหลอกตัวเอง
อีสิรี !!!
ฟ้าบ่ายเริ่มสลดสี สร้างเป็นความโดดเดี่ยว เงียบงัน ปกคลุมระเบียง
ฉันจุดบุหรี่ตัวใหม่ และอัดมันเข้าลำคออยู่หลายอึดใจ ก่อนผ่อนควันออกทางริมฝีปากที่เผยอ
นั่น...อะไร!
เมฆบางสีดำลอยมาจากไหน
เมื่อเพ่งมอง จึงค่อยพบว่ามันคือ
ผ้าชีฟองสีดำ
ที่กระพือมากับสายลมในท้องฟ้าพลบค่ำ
ของกรุงเทพ
ความสูงขนาดนี้
ใครมาทำผ้าคลุมปลิว?
ผืนผ้ากลมกลืนกับฉากหลังเหมือนมายา ที่มีอยู่จริง
ยิ่งในเนื้อผ้าบางใสแทรกละอองเงินระยิบระยับ และยังลอยลิ่วในสายลมอย่างอ้อยอิ่ง เหมือนถูกควบคุมด้วยเวทมนต์
ก่อนตกลงพาดระเบียงกระจกตรงหน้า
ปลายผ้าที่ถูกลมโกรก ยังปลิวระริก ไม่ร่วงหล่น
ฉันผงะชา
เมื่อปลายผืนผ้าที่ล้อลม
ได้ค่อยๆ กลายชายหระโปรงยาวสีดำ
และก่อตัวเป็น...
หญิงสาวสวย
เหนือระดับปก
Vogue Paris
ในเดรสยาวของ Valentino
รอบคอ และข้อแขน ระยิระยับจับตา
ด้วยเครื่องประดับราคาหลายสิบล้าน
บูการี
แต่ที่เหนือกว่ากะรัตเพชรบนนิ้วชี้
คือ
แววตา
ที่เหมือนละอองดวงดาววิบวับ
ทรงพลัง และสูงส่ง
เจือแววขำขัน
นี่หล่อนคือ
ผี
นางฟ้า
หรือจินตนาการปกนิตยสาร
เล่มถัดไปของฉันกันแน่
อีสิรี...ถ้ามึงคิดได้ขนาดนี้
อี Bulgari และ ทิฟฟานี่คงซื้อเป็นล้าน
ระดับฉัน...
อย่างต่ำๆ ต้อง
VOGUE multiverse จ้ะ
ถึงพอจะรับได้
เสียงใสกังวาลเจือขำขัน พูดมาจากระเบียงแก้ว ที่หล่อนนั่งไขว่ห้าง อย่างไม่กลัวตก แถมยังสะบัดแขนกรีดกรายให้สายมลมโกรกผืนผ้าโปร่งชั้นนอก
หยอกเย้าปลิวไสว
เหมือนไร้น้ำหนัก
หล่อนจุมพิตบุหรี่ที่พลันปรากฎในนิ้วเรียว เล็บยาวฉาบสีจักรวาลประดับเพชรดำ
พ่นควัน แล้วกระดกเถ้าลงกลางอากาศ กลายเป็นหิ่งห้อยนับสิบในความมืด
แค่ปารีส ..
ยังไม่มีค่าเท่า...
หล่อนเว้นว่างคำท้าย แต่ฉันรู้ว่าหมายถึง ไม่มีค่าแม้เพียง ...
เถ้าบุหรี่ ที่เคาะทิ้ง
ฉันตกใจและตะลึงงัน ในความสวยมหัศจรรย์พร้อมกับขนแขนลุก
นี่กูเจอนางฟ้า หรือซาตานกันวะ
สวยสยองชิบหาย
แถมพูดซะยังกะเป็นเจ้าหนี้จักรวาล
อย่าแม้แต่จะพยายาม
สิรี .
หล่อนหย่อนก้นบุหรี่ให้ตกลงกลางอากาศ เหมือนทำหล่นโดยไม่ตั้ง
ใจ แต่
Oops
หล่อนส่งเสียง
ยกปลายนิ้วปิดปากขำๆ
เสียงรถชนกัน
โครม!
ตามด้วยเสียงเบรคดังลั่น และการชนอีกหลายโครม แหวกเสียงสัญจรบนท้องถนนยามค่ำคืน
I did it again
หล่อนหัวเราะร่วน
ฉันตกใจรีบวิ่งไปชิดระเบียง มองความวอดวายเบื่องล่าง
รถยนต์เกือบสิบคันชนตรงกลางสี่แยกอโศก จนการจราจรเป็นอัมพาต เสียงหวอ ดังประสานจากหลายทิศทาง
ฉันมองหล่อนตัวแข็ง
เธอ...เธอ....
หล่อนหัวเราะ
เอนหลังลงกลางอากาศ
นอกระเบียงที่ว่างเปล่า
ก่อนปล่อยให้ร่างตกลงไป
ว๊ายยย!
ฉันตกใจจนกรี๊ด
แต่ก็ต้องตัวสั่นระริก
เมื่อ...
ร่างนั้นพลิ้วหมุนกลางอากาศในชุดกรุยกรายเหมือนจินตลีลา ก่อนลอยขึ้นเหนือระเบียง แลระดับสายตา
ฉัน...รัตติกาล
หล่อนยิ้มยะเยือก
นัยน์ตาเพ่งลึกเหมือนหลุมดำ ที่ดูดทุกสรรพสิ่ง
และฉันเป็น...ได้
หลายอย่าง!
เกินจินตนาการ
ฉันถอยห่างจนสะดุดล้มลงบนโซฟา
เธอ...
เธอทำให้คนตาย !!!
หล่อนลดร่างลงแตะขอบระเบียง
จิมมี่ชูส้นเข็ม ยังมั่นคงและเคลื่อนไหวแคล่วคล่อง เมื่อหมุนตัวและยืนอยู่บนขอบกระจกหนาแค่สันนิตยสาร
ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปาก เป็นเชิงห้าม
ไม่เอา...ไม่ปรักปรำกันนะจ้ะ
หล่อนหันมองเบื้องล่าง ก่อนจิบแบลครัสเซียน ที่ผุดขึ้นฉับพลัน
หบิบเชอรี่ ขึ้นจากแก้ว
แล้วหย่อนลงนอกระเบียง
ในวินาทีเดียวกัน
เสียงระเบิดดัง
จนฉันตกใจ
แต่เมื่อรีบวิ่งไปดู
ป้ายไฟขนาดใหญ่บนยอดตึกฝั่งตรงข้าม มีสะเก็ดไฟหลายจุด และควันลอย
จอกระพริบ
ภาพล้ม
เป็นเส้น
สุดท้าย...
ดับสนิท
รัตติกาลยักไหล่อย่างเก๋ไก๋ ก่อนกรีดนิ้วขึ้นชื่นชมความงามของสีและอัญมณีบนเรียวเล็บอย่างเบื่อๆ
แค่เลือกเวลาที่เหมาะสม
และแอคชั่นนิดหน่อย
แบบที่เธอเรียกมันว่า...
มายากล
ผิดตรงไหนจ้ะสิรี
NO...
ไม่มีโจทย์
ไม่มีจำเลย
INNOCENT 100%
หล่อนหัวเราะ และย่อเข่าแบบราชนิกูล เป็นเชิงล้อเลียน
อุ๊ย...ว๊าย!
หล่อนเงยหน้ามองฟ้า แล้วอุทาน
เร่งจริงเว้ย ..คนกำลังสนุก
พูดกับตัวเองจบ หันมาใช้สายตาจับจ้องฉัน คม ปลาบ ด้วยรอยยิ้มมุมปาก
ดาวกระพริบเตือนแล้ว
เดี๋ยวจะพลาด...MET Gala
แรปตรงๆ เลยละกัน
หล่อหัวเราะร่วน ก่อนนมองฉัน
นิ่ง ...
ลึก ..
สิรี...จงฟัง สิ่งที่วันหนึ่งในอนาคตเคยคิดจะถามฉัน และนี่คือคำตอบ
นิตยสารที่หล่อนรักจะปิดตัวในสองปี
และหล่อนจะตกงาน
ไม่มีบ้าน
...
ไม่มีรถ
..
ดูดยาเส้น
...
กระดกเหล้าขาว
....
ฉันฟังหล่อนพูดด้วยความมึนงง
ด้วยใจระทึก
ระคนโกรธ และกลัว
กูจะไปถามอะไรใครตอนไหน?
มันไม่มีทางเกิดกับฉันได้เลย
ยิ่งเมื่อฟังประโยคนี้ ...
หล่อนจะเป็นแค่
คนล้างส้วม
ชั่วคราวในปั๊ม
ในอีก...
นับจากนี้!
สองปี 94 วัน
รัตติกาลยิ้ม
ก่อนแบมือกลางอากาศ
ดาวปลายฟ้า ส่องแสงมารวมกันกลางฝ่ามือ กลายเป็นกลุ่มละอองระยิบระยับหมุนวน
ท้องฟ้าบัดนี้ มืดสนิท เหมือนดาวพรายทั้งหมด ได้ย่อรวมลงกลายเป็นพลังงานตรงหน้า
หล่อนเป่าเบาๆ
ก้อนแสงบนมือ
กลายเป็นฝุ่นวับวาว
พุ่งตรงมาที่ฉัน
ภาพแปลกประหลาดมากมาย พุ่งใส่สมองและความคิด เหมือนหนังเร่งสปีด ที่ฉายอย่างไม่จบสิ้น
ฉันลืมตาขึ้นในความมืด
ระเบียงในเวลานั้น
ไร้เงารัตติกาล
เสียงความโกลาหลเบื้องล่าง
เงียบหาย
แยกอโศกกลับมาคล่องตัว
แต่ยังทิ้งร่องรอยอุบิติเหตุใหญ่
ถ้าทั้งหมดคือเรื่องจริง
หนังในหัวก็...
อนาคตของฉันรึ?
ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
สิรี! ข่าวดี นิตยสารของเรารอดแล้ว
เครือเมืองนอกจะร่วมทุนกับเราสองปี เพราะนิตยสารยังพอไปได้
เสียงพี่จรีย์ดีใจยกใหญ่
ฉันวางสาย
อย่างหมดแรง
เป็นไปอย่างที่หล่อนบอก
สองปีกว่า...จะพังจริง
สองปีนับจากนี้คือ
เคานท์ดาว
รัตติกาลพูดไม่ผิด
ถ้าอย่างนั้น
..
ล้างส้วมปั๊ม
ฉันหมดความรู้สึก! ๅ
เหมอลอย
ไร้สติ
เดินไปเกาะระเบียงกระจก
งั้นก็....
จบตอนยังสวย
น่าจะดี
ร่างร่วงลงกลางอากาศ
หูดับและปวดหน่วง
ผิวเสียดสีลมจนแทบจะหลุดล่อน
รัตติกาล...ช่วย...
ไม่ !!!!
อย่ากระโดด
อีโง่สิรี!!!!
ฉันทะลึ่งพรวดจากเตียง
กระโจมอกหลุดรุ่ย
เอ้า!!! กูฝันเรอะเนี่ย
เพื่อให้แน่ใจ
เอามือจับนมยานๆ
แล้วทึ้งแรงจนหัวดำจะหลุดจากเต้า
อุ๊ย...กูยังไม่ตาย
ดีใจจนลุกขึ้นมาเต้นเหยงๆ จนหน้าอกส่ายเหมือนถุงโอเลี้ยงเก่าถูกสะบัด
อุ๊ยตาย! ว๊ายกรี๊ด
...เปรตวัดสุทัศน์
เสียงหัวเราะใสกังวาน
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร
ต้นเสียงขำขัน ในคอกเทลเดรสเทาควันบุหรี่ ของ DKNY ยืนอยู่ชิดระเบียงห้อง
ฉันรีบคว้าผ้าเช็ดตัวนุ่งกระโจมอก
แล้วเดินไปหารัตติกาล
เท้าสะเอวโวยวาย
มีอะไรอีก ที่ยังไม่ทำกะอีสิรี !!!
ทั้งให้เป็นสัมภเวสีศาลแมวนอน
อีบ้าโรคจิตวางยอมรันเวย์
แล้วนี่...ให้บันจี้จัมป์โหม่งอโศก
รัตติกาลขำหนัก
กอดอก เอียงคอมองฉัน
เดี๋ยวคิดอะไรสนุกๆ ได้ใหม่
หล่อนก็รู้เอง
รอลุ้นระทึกนะจ๊ะ
หล่อนหัวเราะร่วน จุดบุหรี่สูบ
แค่สะบัดปลายในอากาศ
ก็เกิดไฟวาบ ส่งควันเป็นเส้นสาย
ในเสี้ยววินาที
ทีนี้ยังอยากได้คำพยากรณ์อีกไหมจ้ะ
จะจัดให้ยิ่งกว่า ตำรายิบซี
แบบรายวัน
รายชั่วโมง
หรือเรียลไทม์
เช่น อีกสองนาทีหล่อนจะ....
ฉันรีบปัดมือเป็นพัลวัน
ไม่ๆๆๆ ไม่เอาแล้วเว้ย
ใช้ชีวิตไปแบบวันต่อวัน
อย่างงี้แหละ
ลุ้นดี มีความสุข
เข็ดแล้ว
เข็ดจริงๆ
รัตติกาลหัวเราะจนตัวงอ
พอใจแล้ว
ก็ยืดตัวขึ้นมองออกไปนอกระเบียง
จินตนาการมักน่ากลัวกว่าความจริง
พอรู้อนาคต ที่ยังเดินไปไม่ถึง
หลายคนจึงปิดโอกาสชีวิต
ด้วยการยุติ
หล่อนยิ้มหวาน
มองฉันล้อๆ
เช่น...แยกอโศก
ฉันสะบัดตัวร้อนๆ หนาวๆ
แลบลิ้น กับคำว่า แยกอโศก
ไม่แล้ว ไม่อโศกไปจนแก่ตาย
รัตติกาลหัวเราะ
งั้นคราวหน้า
ตึกใบหยก...ประตูน้ำ
หรือ สกายวอล์ก มหานครทาวเวอร์
เสียงหัวเราะของหล่อนท้ายประโยคหายไปในสายลม พร้อมตัว เหลือเพียงกลิ่นจางของ
Apple Delicious
เหมือนอีแม่มดแก่ที่เอาผลไม้พิษมาแจก แล้วแกล้งลืม
ไว้ยั่วใจ
สโนวไวท์อย่างกู...
ไม่โง่ซ้ำซ้อนหรอกเว๊ย
ถุย!!! เก่งจริงอย่าทิ้งกลิ่น
ทิ้งไว้ทั้งขวด 200 ml ไปเลย
ถึงจะด่าไปอย่างนั้นแต่ฉัน
ขอบคุณ
ในส่วนลึก
ที่ทำให้รู้ว่า
ความมั่นคงของชีวิต
ไม่ใช่ อะไร ที่รออยู่เบื้องหน้า
แต่คือทุก ก้าว
ที่เดินอย่างรอบคอบ
และไม่เร่งรีบ
ในชีวิตคู่ขนาน
ฉันด่วนกระโดดตึก
เพราะตัดสินอนาคต
ด้วยความคิดในอดีต
โดยไม่ให้โอกาสตัวเอง
ที่จะเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงภายใน
ได้ทุกข์ และสุข
กับความตกต่ำ
 
ซึ่งมัน...ก็ไม่ได้
แย่
อย่างทีจินตนาการ
ฉันยิ้มกับสายลมที่พัดโชย
ควักแบลคเมนทอล เวอชั่น ปอยเปต
ที่ไม่ใช่ Marlboro
ขึ้นดูด แล้วปล่อยควัน
ฉันอาจจะไม่รัก
สิ่งที่เกิดในวันนี้
แต่ก็ไม่รังเกียจ
อย่างที่กลัว
โลกใบนี้ช่าง
....
อีเหี้ย!!!
จับปิ้งใครวะ
เหม็นชิบหาย
ฉันดึงกางเกงในลูกไม้สีดำที่ลอยมาแปะหน้าอย่างพะอืดพะอม
แคกๆๆ
แหวะๆๆๆ
ถุ้ยๆๆๆ
อันนี้คือ
R.I.P
ที่......กูขอปิดโอกาสตลอดชีพ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา