14 พ.ค. เวลา 05:46 • ความคิดเห็น
เหมือนให้ค่ากับทั้งสองสิ่งพอๆกัน
แต่การยืนยาวในระบบของสายงาน
น่าจะเป็น Winner ที่ยาวนานกว่า Hero
เพราะงานที่ Winner จะถูกพูดตลอดไป
มากกว่า Hero
Hero จะถูกจดจำแค่ช่วงสั้นๆ
จุดสูงสุดจึงตกเป็นของ The Winner
โดยเฉพาะในเรื่องของสายงานต่างๆ
แต่ในขณะเดียวกันงานที่ไม่ได้ Winner
แต่คนชอบกันเยอะและยอมรับกันมาก
ก็มีเช่นกัน และนั่นก็เป็น Winner อีกแบบเช่นกัน
ในแบบที่อาจจะไม่ได้มีใครมอบถ้วยตรารางวัลให้
Hero เช่นเรื่องนี้
ยานุส กอร์ชัก (Janusz Korczak) (ชื่อจริงคือ เฮนริก โกลด์ชมิดท์ - Henryk Goldszmit) เป็นกุมารแพทย์ นักการศึกษา และนักเขียนชาวโปแลนด์-ยิว ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษและสัญลักษณ์แห่งความรักความเมตตาต่อเด็ก โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
เรื่องราวที่น่าจดจำที่สุดของเขาคือการที่เขาเลือกที่จะไม่ทอดทิ้งเด็กกำพร้ากว่า 200 ชีวิต ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เขารับผิดชอบอยู่ในย่านเกตโตวอร์ซอ (Warsaw Ghetto) ระหว่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซีเยอรมนี
ประวัติและความสำคัญ:
  • 1.
    ​การศึกษาและวิชาชีพ: เขาเป็นแพทย์ที่อุทิศตนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก และเป็นผู้ก่อตั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในวอร์ซอ ซึ่งบริหารงานด้วยแนวคิดที่ให้เกียรติและรับฟังเด็ก
  • 2.
    ​ความเสียสละ: ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1942 เขาถูกสั่งให้พาเด็กๆ จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไปขึ้นรถไฟเพื่อส่งไปยังค่ายกักกันเทรบลิงกา (Treblinka) แม้เขาจะได้รับโอกาสให้รอดชีวิต แต่เขาก็เลือกที่จะจับมือเด็กๆ เดินแถวไปสู่จุดหมายสุดท้ายโดยไม่ทอดทิ้งแม้แต่คนเดียว
เรื่องราวของยานุส กอร์ชัก เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญทางจริยธรรมและการปกป้องสิทธิและชีวิตของเด็กจนวาระสุดท้าย
Ai รวบรวมข้อมูล
ในโลกชีวิตปัจจุบันของผู้คน
ที่เต็มเวลาไปด้วยการงานการเงินครอบครัว
ความรัก การเมือง กฎหมาย การปกครอง
เรื่องราวใน Hero นั้น อาจจะต้องอาศัยคนที่ย้อนไปเล่าไปนึกถึงไปหาข้อมูลประวัติศาสตร์
และบางหลายครั้งเกิดขึ้นจากความเชื่อมโยงถึงเรื่องราวในปัจจุบัน
โฆษณา