14 พ.ค. เวลา 06:13 • ความคิดเห็น
จังหวัดพิษณุโลก
มานุดน่าสนใจตรงที่ไม่ได้จำ “ความจริง”ของตัวเองทั้งหมด
แต่จำ“ตัวตนที่เราอยากเชื่อว่า
ตัวเองเป็นมากกว่าคำพูดที่หลุดจากปากในอารมณ์หนึ่ง
พอเวลาเปลี่ยนไปใจเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยนมนุษย์ก็มักตัดขาดจากตัวเองในอดีตแล้ว
รู้สึกว่า“ไม่ได้หมายความแบบนั้น”
หรือบางครั้งก็ลืมไปจริงๆเพราะสมองไม่ได้เก็บทุกคำพูดอย่างเป็นกลางมันเลือกเก็บสิ่งที่ทำให้ตัวเราอยู่กับตัวเองได้โดยไม่เจ็บเกินไป
ในเชิงปรัชญามันสะท้อนว่า
มานุดไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่คงที่
เราเปลี่ยนตลอดเวลาคนที่
พูดไว้เมื่อวานวันนี้อาจไม่ใช่
“คนเดียวกัน”กับคนที่คิดวันนี้
แม้จะใช้ร่างเดียวกันก็ตาม
ความคิดความกลัวความอยาก
เอาตัวรอดหรือแม้แต่มีศักดิ์ศรี
เข้ามาแก้ไขความทรงจำให้
เข้ากับตัวตนในปัจจุบัน
อีกด้านหนึ่งมานุดพูดเร็วกว่าเข้าใจตัวเองเราหลายคนไม่ได้
พูดจาก“แก่นแท้”แต่พูดจากอารมณ์ชั่วคราวความโกรธ
ความรัก ความอยากชนะ
1
หรือความเหงาพออารมณ์นั้น
ผันผ่านไปคำพูดก็กลายเป็นเหมือนของคนแปลกหน้าจึง
เกิดปรากฏการณ์ที่คนเรากล้าปฏิเสธคำพูดตัวเองทั้งที่เพิ่ง
พูดไม่นาน
มานุดจำนวนมากไม่ได้กลัวว่า
ตัวเอง“ผิดคำพูด”เท่ากลัวการ
ต้องเผชิญหน้ากับภาพตัวเองที่
ไม่น่านับถือการลืมการบิดหรือการลดทอนสิ่งที่เคยพูด
1
เป็นกลไกป้องกันตัวอย่างหนึ่ง เป็นเหมือนม่านบางๆที่ช่วยให้
เรายังทนอยู่กับตัวเองได้ต่อไป
นี่แหละมานุดที่ไม่จำอะไรของ
ตนได้100%รวมถึงมานุดที่จำ
ได้แต่ชอบที่จะบิดเบือน
โฆษณา