เมื่อวาน เวลา 07:40 • ความคิดเห็น
บางคนอาจคิดต่างมุมที่ว่า
“ไม่ได้เกลียดครอบครัวดอก
แค่ไม่อยากสร้างชีวิตคนอื่นขึ้น
มาเพื่อให้เขาต้องแบกความว่างในใจตัวเอง
บางคนมีลูกเพราะความรัก
บางคนมีลูกจากความใคร่
บางคนมีลูกเพราะกลัวเหงา
บางคนแต่งงานเพราะอยาก
หนีคำถามสังคมวอแว
ส่วนบางคนเลือกอยู่คนเดียว
เพราะอย่างน้อยไม่เอาใครมา
เกิดเพื่อทำหน้าที่เติมเต็มชีวิต”
ปะต้าว่านะ!
คนเราชอบบอกว่าครอบครัว
คือความสุขแต่ก็เป็นสถาบันเดียวกันที่ทำให้คนจำนวนมากต้องอดทนทั้งชีวิต
หลายคนไม่ได้ต่อต้านความรัก
แค่คิดว่าความรักที่ดีไม่จำเป็น
ต้องลงเอยด้วยมีทะเบียนบ้าน
และมีลูกเสมอไป
การมีครอบครัวไม่ใช่วุฒิภาวะ
การอยู่คนเดียวก็ไม่ใช่ความล้มเหลว
คนเราบางคนก่ะเหมาะกับการสร้างบ้าน
บางคนเหมาะกับการรักษาอิสรภาพ
ไม่มีแบบไหนสูงส่งกว่าอีกแบบหรอกนึงดอก
“บางคนไม่ได้ไม่มีความสามารถจะรักใครแค่รู้ว่าความรักแบบไหน
ทำให้ตัวเองยังเป็นตัวเองได้อยู่”
ที่ว่า“โลกมีคน 8 พันล้านไม่จำ
เป็นต้องมีลูกเพิ่ม”
ฟังดูเหมือนใช้เหตุผลระดับมนุษยชาติแท้จริงแล้วกำลังเอาปัญหาโลกมารองรับความบาดแผลส่วนตัวมากกว่า
1
ถ้าเหตุผลว่า“โลกคนเยอะ”
งั้นคนที่ควรหยุดมีลูกที่สุด
อาจไม่ใช่คนธรรมดาแต่อาจ
เป็นเศรษฐีประเทศมหาอำนาจ หรือคนที่ใช้ทรัพยากรโลกหนักที่สุด
คำที่บอกว่าครอบครัวคือกรอบ
คือความวุ่นวายคือภาระลืมไปว่า
มนุษย์ที่เติบโตสำเร็จแข็งแรงที่สุดจำนวนมากก็เติบโตมาได้เพราะ
มีใครบางคนยอมเหนื่อยเพื่อเขา
การเห็นแต่ทุกข์ของครอบครัว
ไม่ได้แปลว่าครอบครัวผิดแปลว่าอาจเจอหรือจดจำแต่ความสัมพันธ์ที่ไม่ดี
แต่สะท้อนว่ากำลังมองความสัมพันธ์ผ่านต้นทุนไม่ใช่ความผูกพัน
คนที่รักใครจริงจะไม่คิดเป็น “ความคุ้มค่า”
มิติย้อนออกแย้งที่ว่าไม่อยาก
ให้ลูกมาเจอโลกที่โหดร้าย
ในขณะเดียวกันกลับยืนยันจะ
ใช้ชีวิตแบบไม่ผูกพันกับใคร
มองว่าราวกับว่าโลกจะดีขึ้นได้
ที่ไม่สร้างชีวิตเพิ่ม
ไม่อยากมีครอบครัวไม่ผิดดอก
แต่การสรุปว่าครอบครัวคือคุก
คือกรอบก็เป็นการมองโลกจากข้างในของตัวเองเพียงมิติเดียว
ถ่ายเดียวกระมัง
“หัวหน้าท่านคงคิดนะว่าเห็นด้วยกับแนวคิดนั้นบางส่วนแต่มิใช่ทั้งหมด”นั่นอาจเป็นเพราะมอง
คนละมุมคนละประสบการณ์
ต่างวัยต่างเวลาก่ะเป็นได้เนาะ“
ไม่มีผิดไม่มีถูก
1
โฆษณา