3 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าว

FBI หนุนญี่ปุ่นตั้งหน่วยสายลับเป็นครั้งแรกตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่2

ไม่รู้ว่าความเฟี้ยวฟ้าวของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ทาคาอิจิ ซานาเอะ จะไปสุดที่ตรงไหน ล่าสุด รมต. ซานาเอะ เตรียมผลักดันร่างกฎหมายจัดตั้งสำนักงานหน่วยข่าวกรองพิเศษ หรือ ที่เรียกง่ายๆว่า "หน่วยสายลับ" โดยใช้โมเดลของ MI6 ของ อังกฤษ และ CIA ของสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้ในงานสืบราชการลับจาก จีน เกาหลีเหนือ และ รัสเซีย โดยเฉพาะ
1
โดยหน่วยงานสายลับใหม่ของรัฐบาลซานาเอะ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจาก FBI ของสหรัฐอเมริกา ที่จะเป็นการรวมศูนย์อำนาจของหน่วยข่าวกรองที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย ให้มาอยู่ใต้การดูแลของรัฐบาลกลางโดยตรง และดึงนักวิเคราะห์ นักเทคโนโลยีหัวกะทิ ทั้งภาครัฐ และ เอกชนกว่า 700 คนมาเข้าสังกัด และจะได้เริ่มดำเนินการภายในเดือนกรกฎาคมปีนี้ นับเป็นการก่อตั้งหน่วยสายลับรวมศูนย์ของรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
1
อธิบายคร่าวๆ ให้พอเห็นภาพก็คือ หน่วยงานรัฐเดิมที่มีหน้าที่ในการรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูงในญีุ่ปุ่นนั้นมีอยู่แล้ว ได้แก่ Cabinet Intelligence and Research Office (CIRO) - หน่วยงานหลักของคณะรัฐมนตรีและรายงานตรงกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งสามารถเทียบได้กับ CIA ของสหรัฐ
แต่หน่วยข่าวกรองนี้ก็ไม่ได้มีอยู่หน่วยเดียว เพราะกระทรวงที่ต้องใช้ข้อมูลข่าวกรองต่างก็มีหน่วยสืบข่าวของตัวเองต่างหากเช่นใน กระทรวงการต่างประเทศ, กลาโหม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วย Public Security Intelligence Agency (PSIA) ที่สังกัดกระทรวงยุติธรรม
จึงทำให้งานข่าวกรองมีความซ้ำซ้อน และยังมีข้อกฎหมายที่จำกัด ไม่สามารถบุรณาการ หรือเข้าถึงข้อมูลจากหน่วยงานอื่นได้
และนั่นจึงเป็นที่มาของร่างกฎหมายต่อต้านการจารกรรมข้อมูลโดยต่างชาติ เพื่อก่อตั้งหน่วยงานใหม่ ที่ชื่อว่า สภาข่าวกรองแห่งชาติ - National Intelligence Council (NIC) ที่สามารถสั่งงานได้ทุกองค์กร โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งตำแหน่งประธาน รวมถึงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยเรื่องการต่อต้านการจารกรรม ที่จะมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
ร่างกฎหมายเพื่อปฏิรูป ยกเครื่องสำนักหน่วยข่าวกรองใหม่นี้พรรครัฐบาล LDP เคยพยายามผลักดันเข้าสภามาแล้วตั้งแต่ปี 1985 แต่ว่าไม่สำเร็จ อันเนื่องจากเสียงคัดค้านเรื่องขัดรัฐธรรมนูญที่ปกป้องสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้งานข่าวกรองของญี่ปุ่นค่อนข้างล้าหลังกว่าชาติพันธมิตร จนไม่อาจนำมาใช้เป็นอำนาจในการต่อรองกับชาติใดได้
เรื่องนี้อยู่ในใจ ทาคาอิจิ ซานาเอะ นักการเมืองหญิงสายขวาจัดมานานแล้ว และ ตั้งปณิธานว่า ถ้าวันใดที่เธอได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เธอจะผลักดันให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านสภา และก่อตั้งสภาข่าวกรองใหม่นี้ให้ได้ ที่เธอถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดในการปกป้องอธิปไตยและเกียรติยศของญี่ปุ่น
1
และเมื่อวันนี้มาถึงแล้ว จากผลการเลือกตั้งระดับแลนด์สไลด์ของนายกฯหญิง และ พรรค LDP ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ก็จะทำให้ ซานาเอะ สามารถทำในสิ่งที่นายกรัฐมนตรีชายหลายคนก่อนหน้าเธอทำไม่สำเร็จ และเตรียมเป็นผู้นำญี่ปุ่นคนแรกที่ได้นั่งหัวโต๊ะสภาข่าวกรองในเร็วๆนี้
1
ซานาเอะ ย้ำว่า สถานการณ์โลกตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว และการทำงานของหน่วยข่าวกรองญี่ปุ่นแบบเดิมๆ ไม่สามารถป้องกันภัยคุกคามสมัยใหม่ ที่มีทั้งการโจมตีทางไซเบอร์ การก่อการร้าย จารกรรมข้อมูลลับอันมีค่าทางอุตสาหกรรม การข่มขู่จากชาติอริที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ หรือกลไกการจับกุมสายลับ และแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างทัดเทียมกับชาติพันธมิตร ได้อีกต่อไป
1
เสริมความมั่นใจเต็มร้อย ด้วยแรงหนุนสุดตัวจาก FBI ของสหรัฐอเมริการ ที่สนับสนุนให้ญีปุ่นมีหน่วยข่าวกรองที่มีอำนาจเต็มเสียที แถม แคช พาเทล ผอ. FBI ยังได้เชิญ ฮาระ คาซุยะ ผอ.จากหน่วย CIRO เดิมไปดูงานถึงสำนักงานใหญ่ที่กรุงวอชิงตันเลยด้วย
1
ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลูกค้าข้อมูลข่าวกรองจากหน่วยงานสายลับน้องใหม่คือใคร และชาติเป้าหมายที่จะถูกส่องเป็นพิเศษจากหน่วยข่าวกรองญี่ปุ่น
2
และจะกลายเป็นหน่วยที่น่าเกรงขามได้อย่าง "เคมเปไต" หน่วยสืบราชการลับทางทหารของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในสมัยเมจิ ที่มีส่วนสำคัญในการล้วงข้อมูลข้าศึก ในการทำสงครามขยายแสนยานุภาพของจักรวรรดิญี่ปุ่น เหนือกองทัพชาติอื่นๆ ก่อนจะถูกยุบเมื่อญี่ปุ่นยอมจำนนในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 ได้หรือไม่นั้น ก็ต้องมาพิสูจน์ฝีมือของ นายกฯหญิง ซานาเอะ กัน
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา