Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Letter From History
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
ลาว
ประเทศลาว ตอนที่ 7 สิ้นสุดสงคราม
ในเดือนกันยายน ปี 1973(2516) ราชอาณาจักรลาวได้กลับมามีรัฐบาลผสมอีกครั้ง ซึ่งเป็นรัฐบาลผสมชั่วคราวแห่งชาติชุดใหม่ โดยที่คณะประเทดลาว หรือลาวแดง(ฝ่ายซ้าย) ค่อยๆ ลดบทบาทถอนตัวออกมาจากความขัดแย้งทีละน้อย แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังคงมีอำนาจต่อรองเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะว่า ในช่วงสงครามกลางเมืองที่ผ่านมา พวกเขายืนหยัดตรึงกำลังรักษาพื้นที่ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังสามารถครองพื้นที่ในประเทศได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง
คณะประเทดลาวได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะมนตรีประสานงานแห่งชาติ เพื่อเป็นที่ปรึกษารัฐบาลในการสร้างความสมานฉันท์ และความปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติ โดยรัฐบาลผสมนี้ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าศรีสว่างวัฒนาในวันที่ 05 เมษายน ปี 1974(2517) ที่มีเจ้าสุวรรณภูมายังคงเป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม ส่วนเจ้าสีแดง ก็คือ เจ้าสุภานุวงศ์ เป็นประธานคณะมนตรี มีฐานะเสมอเทียมเท่านายกรัฐมนตรี ซึ่งองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลผสมนี้ มีจำนวนรัฐมนตรีจากทุกฝ่ายเท่ากันเลย เพื่อเป็นการสร้างสมดุลอย่างน้อยที่สุดก็ในเชิงปริมาณ
เจ้าสุวรรณภูมา
ในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกันนั้น เจ้าสุวรรณภูมาและเจ้าสุภานุวงศ์ ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ “โครงการเมือง 18 ข้อ” เพื่อสร้างความสมานฉันท์ในประเทศลาว นำพาประเทศสู่ความรุ่งเรือง โดยในแถลงการณ์ฉบับนี้ ยังคงให้ความสำคัญต่อสถาบันกษัตริย์ลาวอยู่พอสมควร
และเป็นที่น่าสนใจว่า.. คณะประเทดลาว ซึ่งมีแนวคิดลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่ทว่ากลับแตกต่างไปจากคอมมิวนิสต์ที่เราเคยได้ยินมา ทั้งจากเขมรแดง และจากเวียดนามเหนือด้วย คงจะมีคำถามว่า..แล้วทำไมถึงแตกต่างกันล่ะ?? นั่นเป็นเพราะ มุมมองของเจ้าสุภานุวงศ์ ท่านมองว่า.. ลาวเป็นประเทศที่ไร้ชนชั้น และยังมีพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางวิถีของชีวิต ดังนั้นการใช้แนวคิดแบบคอมมิวนิสต์ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเข้มข้นเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง
2
ประกอบกับประชาชนในราชอาณาจักรลาว มีความศรัทธาเทิดทูนต่อสถาบันกษัตริย์มาช้านาน นั่นจึงทำให้คณะประเทดลาว หรือลาวแดง ได้ประกาศแสดงออกซึ่งการสนับสนุนต่อสถาบันกษัตริย์ ผลลัพธ์ที่ปรากฎคือ ได้รับความนิยมจากฝ่ายกลาง และฝ่ายขวารวมทั้งประชาชนมากยิ่งขึ้น
เจ้าสุภานุวงศ์
ต่อมาเจ้าสุวรรณภูมาป่วยค่อนข้างมาก ต้องเดินทางไปรักษาตัวที่ฝรั่งเศส ทำให้รองนายกรัฐมนตรีของฝ่ายประเทดลาว ซึ่งก็คือ ภูมี วงวิจิต เข้าไปรักษาการแทน และในโอกาสนั้นเอง ฝ่ายประเทดลาวก็เริ่มขยายอำนาจทางการเมือง โดยเข้าไปมีส่วนสำคัญในการจัดตั้งขบวนการนักศึกษา 21 องค์กร
ที่นี้ถามว่า.. ตรงนี้สำคัญอย่างไร?? ก็ต้องบอกว่า ขบวนการนักศึกษา 21 องค์กรนี้ มีแนวโน้มจุดยืนที่แตกต่างไปจากรูปแบบการปกครองในเวลานั้น ก็คือ รูปแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะแนวความคิดของพวกเขา ได้ส่งสัญญาณชัดเจนออกมาเลยว่า.. “ ต้องการระบอบการปกครองแบบใหม่ที่มิใช่ราชอาณาจักร ”
และในปี 1975 (2518) สถานการณ์การเมืองของกลุ่มประเทศอินโดจีนในช่วงเวลานั้น พลิกผันอย่างรวดเร็วมาก กล่าวคือ
ภูมี วงวิจิต
● กัมพูชา รัฐบาลนายพลลอนนอล ที่มีสหรัฐฯ คอยหนุนหลังอยู่ กลับพ่ายแพ้ต่อกองกำลังเขมรแดง คือ โดมิโนคอมมิวนิสต์ตัวแรกที่ล้มลง ในวันที่ 17 เมษายน กรุงพนมเปญแตก
● เวียดนาม กองกำลังเวียดนามเหนือและเวียดกง ได้ยกกองทัพจากบวนมาถวต เข้าสู่เมืองไซ่ง่อนจนแตกอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 13 วันหลังจากกรุงพนมเปญแตก คือ โดมิโนคอมมิวนิสต์ตัวที่สองได้ล้มลงในวันที่ 30 เมษายน จึงนับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า.. ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้ชัยชนะติดต่อกันใน 2 ประเทศแล้ว
ดังนั้น ฝ่ายประเทดลาว ได้ตัดสินใจสร้างความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ โดยการประท้วงของนักศึกษากลุ่ม 21 องค์กรเพื่อขับไล่นักการเมืองและทหารฝ่ายขวาในวันที่ 9 พฤษภาคม นอกจากนี้ ฝ่ายประเทดลาวซึ่งมีกำลังทหารของตัวเองอยู่ในมือ ก็เริ่มต้นใช้กำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการ ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลผสมทันที
1
ภาพของเหตุการณ์กรุงพนมเปญแตก และ เมืองไซ่ง่อนแตก
ทำให้ฝ่ายขวา ซึ่งก็รู้ตัวว่า.. โดมิโนคอมมิวนิสต์ตัวที่สาม กำลังจะล้มลงในราชอาณาจักรลาวแล้ว เจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาศักดิ์ และตระกูลชนะนิกร ของอดีตนายกฯ ผุย พร้อมผู้ติดตาม ฯลฯ. ได้เดินทางออกนอกประเทศอย่างเร่งด่วน เป็นการสูญสิ้นอำนาจโดยสิ้นเชิง
ข้างฝ่ายประเทดลาวก็ค่อยๆ ทยอยส่งกำลังทหาร พร้อมรถถังเข้ายึดพื้นที่สำคัญต่างๆ อย่างไร้การต่อต้าน เพราะทุกฝ่ายตระหนักดีว่า.. การเมืองสีแดงกำลังกราฟพุ่ง หากเข้าไปต่อต้านคงจะเกิดการเสียเลือดเสียเนื้อโดยใช่เหตุ ผู้ที่พอจะมีความสามารถในการหลบหนีภัยคอมมิวนิสต์ได้ ก็จะหลบหนีเข้าไปยังฝั่งประเทศไทย
2
ซึ่งในกรอบเวลาดังกล่าวนี้ มีคนลาวหนีอพยพจากประเทศตัวเองเข้าสู่ฝั่งประเทศไทยมากกว่า 300,000 คนและต้องไม่ลืมว่า ณ เวลานั้น ราชอาณาจักรลาวมีพลเมือง 3 ล้านคน นั่นจึงมีความหมายว่า จำนวน 300,000 คนนั้นเท่ากับ 10% ของพลเมืองทั้งประเทศ
1
โดยที่ฝ่ายประเทดลาวใช้เวลาในการเข้ายึดอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพียงแค่หนึ่งเดือนเศษเท่านั้น และสิ่งที่น่าคิดตามพร้อมคำถามก็คือ ภายใต้การปกครองด้วยรูปแบบในระบบคอมมิวนิสต์นั้น สถาบันพระมหากษัตริย์ของลาวจะมีสถานะให้ยืนอยู่อย่างไร ???
นายกฯ ผุย และเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาศักดิ์
ในช่วงระหว่างที่รัฐบาลผสม ซึ่งมีเจ้าสุวรรณภูมา และเจ้าสุภานุวงศ์ร่วมกันบริหารปกครองราชอาณาจักรลาว โดยพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา ก็ยังคงเป็นพระประมุขของประเทศ ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการอย่างต่อเนื่อง และน่าจะได้ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกยาวนาน
เพราะก่อนหน้านี้ ท่าทีของฝ่ายคณะประเทดลาว คือการยืนยันว่า ลาวจะยังคงมีสถาบันกษัตริย์ต่อไป นอกจากนี้ราชสำนักลาวก็ได้มีหมายกำหนดการจัดพิธีบรมราชาภิเษกในปี 1976(2519) ซึ่งเป็นปีถัดไป เพราะว่าตั้งแต่ที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ในปี 1959(2502) ก็ยังไม่ได้จัดให้มีพระราชพิธีเกิดขึ้นเลย
แต่ก็เกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ โดยนักศึกษา 21 องค์กรในวันที่ 9 พฤษภาคม ปี 1975(2518) ขึ้นมาซะก่อน ได้มีการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเรียกร้องให้ล้มเลิกสถาบันกษัตริย์ หลังจากนั้นในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน เจ้าสุวรรณภูมา และเจ้าสุภานุวงศ์ ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าศรีสว่างวัฒนาเป็นการด่วน เพื่อขอลาออกจากตำแหน่ง และไม่ใช่เพียงแค่นั้น
แต่ขอให้พระองค์สละราชสมบัติด้วย ครั้นเมื่อทรงหันไปมองข้าราชบริพารที่สนับสนุนพระองค์ ก็เหลือเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นคือเจ้าสุวรรณภูมา ซึ่งแทบจะเอาตัวเองยังไม่รอด ทรงรู้ว่า.. ทุกอย่างสิ้นสุดแล้วจะขัดขืนไม่ได้แน่ จึงต้องจำยอมสละราชสมบัติตามคำขอนั้น
2
ตราแผ่นดินราชอาณาจักรลาว
ต่อมาในวันที่ 1 ธันวาคม ปี 1975(2518) ฝ่ายประเทศลาวจัดเปิดประชุมสภาผู้แทนประชาชน และเจ้าวงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา ก็ได้อ่านพระราชสาส์นสละราชสมบัติ(ภาพหน้าปกคือภาพเหตุการณ์) หลังจากนั้น ไกรสร พรหมวิหาร ยังจำกันได้ไหม? รองหัวหน้าฝ่ายประเทดลาว อดีตเลขาธิการใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาวในช่วงที่ผ่านมา คนผู้นี้ต้องถือว่า.. อยู่ในหลืบเงาเบื้องหลัง และเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าสุภานุวงศ์มาโดยตลอด
2
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไกรสร พรหมวิหาร เป็นบุคคลที่อยู่ในเงามืดของการปฏิวัติของคณะประเทดลาว ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็จะไม่แสดงตัว แต่ในที่สุดแล้ว วันนั้นก็มาถึงเขาได้แสดงบทบาทสำคัญ คือ ลุกขึ้นอ่านรายงานการเมือง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ที่ประชุมลงมติ “ล้มล้างระบอบราชาธิปไตย“ และให้สถาปนาราชอาณาจักรลาวเป็น ”สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว “ ซึ่งที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์
1
ดังนั้น ในวันที่ 2 ธันวาคม ปี 1975(2518) เจ้าสุภานุวงศ์ ได้อ่านคำประกาศก่อตั้ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาวและวันนั้นเองก็คือ วันชาติของ สปป.ลาว นับแต่นั้นเป็นต้นมา
1
พระเจ้าศรีสว่างวัฒนา
โดยเจ้าสุภานุวงศ์ ควบ 2 ตำแหน่งคือ ประธานประเทศ และประธานสภาประชาชนสูงสุดแห่งชาติ พูดง่ายๆ เป็นประมุขสาธารณรัฐ และเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ในขณะที่ตำแหน่งผู้บริหารประเทศ ก็คือ นายกรัฐมนตรี ได้แก่ ไกรสร พรหมวิหาร
1
สำหรับท่านเจ้าศรีสว่างวัฒนา เป็นที่ปรึกษาประธานประเทศ พูดง่ายๆ คือ มีตำแหน่งเพียงแค่ในนามเท่านั้น
ทั้งหมดนี้ นับเป็นการสิ้นสุดของสงครามกลางเมืองในลาว สงครามที่สหรัฐอเมริกาเรียกกันว่า “สงครามที่ไม่ได้ประกาศ หรือสงครามลับ” และจุดจบก็คือ การที่ราชอาณาจักรลาว ต้องกลายเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยสมบูรณ์แบบนั่นเอง
ไกรสร พรหมวิหาร
พลตรีวังเปา แห่งกองทัพราชอาณาจักรลาว ในฐานะเป็นผู้ให้การสนับสนุนการปฎิบัติภารกิจของสหรัฐฯในระหว่างสงครามกลางเมืองได้รับสิทธิ์ให้ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยแรกทีเดียวก็ตั้งรกรากอยู่ที่รัฐมอนแทนา ก่อนที่จะย้ายไปที่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งตัวเขาเองก็ยังมีบทบาทเป็นผู้นำชาวลาวฝ่ายขวาในสหรัฐฯด้วย ต่อมาได้เสียชีวิตในปี 2011(2554) ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย
ร้อยเอกกองแล วีระสาน หลังจากการรัฐประหารที่ล้มเหลว ไปเข้ากับฝ่ายประเทดลาว ซึ่งต่อมาก็แตกคอกัน ต้องลี้ภัยไปยังหลายประเทศ มีทั้ง อินโดนีเซีย จีน สหรัฐฯ และสุดท้ายก็ไปฝรั่งเศส จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตในปี 2014(2557) ขณะอายุ 79 ปี
พลตรีภูมี หน่อสวรรค์ ได้ลี้ภัยมายังประเทศไทยในช่วงทศวรรษ 70 โดนคำพิพากษาของศาล สปป.ลาว มีความผิด ต้องโทษจำคุก 20 ปี แต่เจ้าตัวอยู่ประเทศไทย และเสียชีวิตที่ประเทศไทยในปี 1985(2528)
เจ้าสุวรรณภูมา ได้เป็นที่ปรึกษาของประธานประเทศ ซึ่งก็คือ เจ้าสุภานุวงศ์ พระอนุชาต่างมารดา ทรงเป็นที่ปรึกษาภายใต้ระบอบสาธารณรัฐ แล้วก็ถึงอสัญกรรมที่เวียงจันทน์ในปี 1984(2527) กล่าวคือ 9 ปีหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็น สปป.ลาว
หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คนในครอบครัวของเจ้าศรีสว่างวัฒนาที่เหลือ ก็ย้ายออกจากพระราชวัง แล้วไปอยู่บ้านหลังเล็กๆ
ณ เวลานั้น รัฐบาลฝ่ายคณะประเทดลาว หรือ สปป.ลาว เล็งเห็นว่าพระองค์และครอบครัว รวมถึงราชนิกูล อาจจะกลายมาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของ สปป.ลาวในวันข้างหน้า ดังนั้น ในปี 1977(2520) จึงได้ควบคุมตัวพระองค์พร้อมมเหสีคำอุ้ย และโอรสของพระองค์ก็คือ เจ้าสวัสดิ์วงศ์ ไปคุมขังในค่ายสัมมนา Re-education Camp
แต่แท้ที่จริงแล้ว ค่ายสัมมนานี้ก็คือ ค่ายในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สำหรับประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งจุดนั้นอยู่ใกล้กันกับแขวงหัวพัน ชายแดนลาว-เวียดนาม และหลังจากนั้นพระองค์และครอบครัวก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
ต่อมาภายหลังทางการลาว ชี้แจงว่า.. เจ้าศรีสว่างวัฒนาเสด็จสวรรคตจากไข้ป่าในปี 1984(2527) ส่วนการสิ้นพระชนม์ของอดีตพระมเหสีคำอุ้ย และโอรสเจ้าสวัสดิ์วงศ์นั้นก็ยังคงเป็นปริศนาจนถึงวันนี้
ไกรสร พรหมวิหาร ก้าวมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของ สปป.ลาว ซึ่งถือเป็นผู้ดำเนินนโยบายสูงสุดจวบจนปี 1991(2534) โดยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนานถึง 16 ปี หลังจากนั้นก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานประเทศแทนเจ้าสุภานุวงศ์ ก่อนที่ตัวของไกรสร พรหมวิหาร จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา คือปี 1992(2535) ด้วยวัย 70 ปี
ฝากกดถูกใจ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
Reference ตอนที่ 7 สิ้นสุดสงคราม
https://shorturl.asia/dhBn5
https://shorturl.asia/RD3mj
https://shorturl.asia/r7dwf
https://shorturl.asia/nS1P4
https://shorturl.asia/NSyK3
https://shorturl.asia/cyAe9
https://shorturl.asia/xTt0c
https://shorturl.asia/rf2ZL
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
16 บันทึก
24
2
16
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ประเทศลาว สงครามลับในลาว
16
24
2
16
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย