Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 10:01 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 97 ชุมนุมญาติเข้ากรุง
เซียงหลิงยิ้มว่า
“พวกท่านดูว่าบทกลอนนี้ใช้ได้หรือไม่ หากใช้ได้ ข้าจะฝึกต่อ หากยังไม่ดีพอ ข้าคงทำใจไม่แต่งกลอนแล้ว”
ว่าแล้วก็ส่งบทกลอนให้พวกไต้วี่ดู กลอนมีว่า
精华欲掩料应难,影自娟娟魄自寒。
一片砧敲千里白,半轮鸡唱五更残。
绿蓑江上秋闻笛,红袖楼头夜倚栏。
博得嫦娥应借问,缘何不使永团圆。
หวังบังรัศมีจันทร์นั้นแสนเข็ญ
กายผ่องเพ็ญชวนพิศดวงจิตหนาว
ยินหวดหินพันลี้ฤดีร้าว
ยามห้าระกาป่าว คงค้างฟ้าครึ่งดวง
สวมเสื้อฝนบนนทีฟังขลุ่ยผิว
แขนเสื้อพลิ้วพิงหอราตรีล่วง
ถามจันทร์เจ้าเหงาไฉนให้หวงห่วง
ไยจึงมิเต็มดวงนิจนิรันดร์
(砧 หินหวดผ้าเวลาซัก)
(ฉางเอ๋อ 嫦娥 เทพีแห่งดวงจันทร์)
ทุกคนอ่านแล้วยิ้มว่า
“กลอนบทนี้ไม่เพียงดี หากยังมีจินตนาการแปลกใหม่ กล่าวกันว่า ใต้ฟ้าหามีเรื่องลำบาก หากยังมีความตั้งใจมุ่งมั่น ชมรมกวียินดีเชิญเจ้าเข้าร่วมแน่นอน”
เซียงหลิงได้ฟังยังไม่เชื่อหู คิดว่าพวกนางเพียงหลอกให้ดีใจ จึงรบเร้าถามไต้วี่และเป่าไช
ขณะสนทนา มีพวกสาวใช้และแม่บ้านเดินมากันหลายนาง มาถึงยิ้มว่า
“มีคุณหนูและคุณนายมากันหลายท่าน พวกเราไม่รู้จัก เชิญคุณหนูและคุณนายไปพบญาติเถิด”
หลี่หวานยิ้มว่า “พวกเจ้าพูดอะไรกัน ช่วยบอกให้ชัดหน่อย เป็นญาติของใคร”
แม่บ้านกับสาวใช้ยิ้มว่า “น้องสาวของคุณนายมากันสองท่าน ยังมีคุณหนูท่านหนึ่งบอกว่าเป็นน้องสาวของคุณหนูใหญ่เซวีย คุณชายอีกท่านหนึ่งบอกว่าเป็นน้องชายของคุณชายใหญ่เซวีย ข้าเพิ่งไปเชิญแม่น้าเซวียออกไปพบ คุณนายกับคุณหนูไปดูกันก่อนเถิด”
พูดจบก็กลับไป
เป่าไชยิ้มว่า “เซวียเคอ 薛蝌 ของเรากับน้องสาวมานั่นเอง”
หลี่หวานยิ้มว่า “หรือว่าอาสะใภ้ข้าก็เข้ากรุงมา ทำไมพวกเขาถึงมาพร้อมกัน แปลกจริง”
ทั้งหมดพากันมายังเรือนใหญ่ของหวางฮูหยิน 王夫人 เห็นคนอยู่กันแน่นขนัด พี่สะใภ้ของสิงฮูหยิน 邢夫人 ก็มา พาบุตรสาวชื่อสิ้วเอียน 岫烟 เข้ากรุงมาฝากสิงฮูหยิน ให้บังเอิญหวางเหยิน 王仁 พี่ชายของพี่เฟิ่งกำลังจะเข้ากรุง ทั้งสองครอบครัวจึงถือโอกาสเดินทางมาด้วยกัน
ตอนจอดพักเรือระหว่างทาง พบอาสะใภ้หม้ายของหลี่หวานพาบุตรสาวสองคน คนโตชื่อหลี่เหวิน 李纹 คนรองชื่อหลีฉี่ 李绮 กำลังเข้ากรุง สามครอบครัวจึงร่วมเดินทาง
ต่อมายังมีเซวียเคอ 薛蝌 น้องชายร่วมสายบิดา 从弟 ของเซวียผาน ปีก่อนหน้าตอนบิดาอยู่กรุง ได้สัญญาจะยกน้องสาวของเซวียเคอ ชื่อว่าเซวียเป่าฉิน 薛宝琴 ให้ตกแต่งเป็นภรรยาเหมยฮั่นหลิน 梅翰林 เซวียเคอกำลังจะพาน้องสาวมาเข้าพิธี พอรู้ว่าหวางเหยินเข้ากรุง จึงรีบพาน้องสาวตามมาสมทบ
ดังนั้น วันนี้จึงเหมือนวันชุมนุมญาติ ทุกคนต่างคารวะทักทายกัน แม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยินดีใจเป็นอย่างยิ่ง
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “มิน่าเล่า เมื่อวานเย็น ปลายไส้ตะเกียง 灯花 แตกแล้วรวม รวมแล้วแตกอยู่นั่นแหละ ที่แท้เพราะวันนี้”
ว่าแล้วก็รับของขวัญที่นำกันมาเยี่ยม พร้อมทั้งสั่งให้เตรียมตั้งโต๊ะ
พี่เฟิ่งนั้นมิจำต้องกล่าวถึง ยุ่งอยู่แล้วยิ่งยุ่งขึ้นไปอีก หลี่หวาน เป่าไชถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของอาและพี่น้อง ไต้วี่ได้เห็นตอนแรกก็ยินดี พอมาคิดถึงว่าทุกคนล้วนมีญาติ มีเพียงตนตัวคนเดียวไร้ที่พึ่ง อดไม่ได้น้ำตาร่วง เป่าวี่เข้าใจนางดีจึงปลอบนางจนดีขึ้น
หลังจากนั้น เป่าวี่รีบกลับมายังลานชื่นแดง ยิ้มแล้วเล่าให้สีเหยิน เส้อเยว่ ฉิงเหวินฟังว่า
“พวกเจ้ายังไม่รีบไปดู เห็นพี่ชายแท้ๆ (เซวียผาน) ของพี่เป่าหน้าตาแบบนั้น พี่น้องลูกท่านอากลับหน้าตาอีกอย่าง เหมือนพี่เป่าอย่างกับพี่น้องท้องเดียวกัน
ที่อัศจรรย์กว่านั้น วันทั้งวันพวกเจ้าชมพี่เป่าว่าเป็นคนงาม ตอนนี้พวกเจ้าลองดูน้องสาวของนาง ยังมีน้องสาวอีกสองคนของพี่สะใภ้ใหญ่ ข้าบรรยายไม่ถูกหรอก สวรรค์หนอสวรรค์ ท่านทรงไว้ซึ่งแก่นแท้แห่งความงามอันสูงส่งละเมียดละไมปานใด จึงได้เนรมิตคนงามยิ่งกว่างามปานนี้ได้
ข้าเปรียบเสมือนกบน้อยในกะลา วันทั้งวันเห็นหมู่สตรีในจวนนี้ว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง ไม่มีใครรองใคร มาบัดนี้จึงได้เปิดหูเปิดตาขึ้นอีกระดับว่านอกจากไม่กี่คนที่เห็นนี้ ยังมีที่ข้างนอกอีก”
ว่าแล้วก็ยิ้มกับตัวเอง
สีเหยินเห็นเป่าวี่ท่าทีเหมือนผีเข้า จึงไม่คิดจะไปดู แต่พวกฉิงเหวินไปดูมาแล้วจึงบอกสีเหยินว่า
“เจ้ารีบไปดูเถิด หลานสาวของไท่ไท่ใหญ่ น้องสาวของคุณหนูเป่า น้องสาวสองคนของคุณนายใหญ่ เหมือนสี่บุปผางามมัดรวมเป็นช่อ”
พูดไม่ทันจบ เห็นทั่นชุนเดินเข้ามาหาเป่าวี่ว่า
“ชมรมกวีของเรารุ่งเรืองใหญ่แล้ว”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ใช่แล้ว ชมรมกวีนี้ตั้งขึ้นเพราะนึกสนุก ภูตเทพส่งคนเหล่านี้มาเติม ว่าแต่ว่า พวกเขาเคยฝึกแต่งกลอนมาหรือไม่”
ทั่นชุนว่า “ข้าลองถามดูทุกคนแล้ว ถึงพวกเขาจะถ่อมตัว แต่ดูแล้วก็เป็นกันทุกคน แต่ถึงจะไม่เป็นก็ไม่ยาก เจ้าดูเซียงหลิงเป็นตัวอย่าง”
ฉิงเหวินยิ้มว่า “ในกลุ่มนั้น น้องสาวของคุณหนูใหญ่เซวียเหนือกว่าใคร คุณหนูสามเห็นด้วยหรือไม่”
ทั่นชุนว่า “เป็นดังนั้น ตามที่ข้าเห็น แม้แต่พี่สาวนางรวมทั้งคนอื่นๆ ก็ไม่อาจเทียบนาง”
สีเหยินฟังแล้วรู้สึกทึ่งยิ้มว่า “แปลกแท้ จะหาที่ไหนได้ดีกว่านี้อีก ข้าต้องไปดูแล้ว”
ทั่นชุนว่า “พอเหล่าไท่ไท่ได้เห็นนางก็หลงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้น บังคับไท่ไท่ของพวกเรา (หวางฮูหยิน) รับนางเป็นบุตรีบุญธรรม 干女儿 เหล่าไท่ไท่ตั้งใจจะเลี้ยงดูนางเอง เรื่องนี้เพิ่งตกลงเรียบร้อยเมื่อครู่ก่อนหน้า”
เป่าวี่ชอบใจยิ่ง รีบถามว่า “เป็นเรื่องจริงหรือ”
ทั่นชุนว่า “ข้าเคยโกหกสักกี่ครั้งกัน” แล้วยิ้มว่า “เหล่าไท่ไท่ได้หลานสาวคนนี้ คงลืมหลานชายอย่างเจ้าไปแล้ว”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ไม่เห็นเป็นไร เด็กสาวควรได้รับการทะนุถนอมนั้นถูกต้องแล้ว พรุ่งนี้วันที่สิบหก พวกเราควรเปิดชมรม”
ทั่นชุนว่า “ยายหนูหลินเพิ่งลุกจากเตียงได้ พี่รอง (หยิงชุน) ก็มาล้มป่วย ช่างลุ่มๆ ดอนๆ แท้”
เป่าวี่ว่า “พี่รองแต่งกลอนไม่ค่อยเป็น ขาดนางไปคนคงไม่เป็นไร”
ทั่นชุนว่า “อดใจรอไม่กี่วัน รอพวกที่มาใหม่เริ่มคุ้นกันแล้ว เชิญพวกเขามาร่วมไม่ดีหรือ ตอนนี้ ซ้อใหญ่ (หลี่หวาน)กับพี่เป่า (เป่าไช) คงไม่มีอารมณ์กวี อีกทั้งเซียงหยุนก็ยังไม่มา ผินเอ๋อ (ไต้วี่) เพิ่งหายป่วย ยังไม่มีใครพร้อม มิสู้รอจนยายหนูหยุนมา พวกมาใหม่เริ่มสนิท ผินเอ๋อหายดี ซ้อใหญ่กับพี่เป่าว่าง เซียงหลิงก้าวหน้าไปอีกขั้น เต็มชมรมพอดี ไม่ดีหรือ
ตอนนี้พวกเราไปดูลาดเลาที่เหล่าไท่ไท่ดีกว่า นอกจากน้องสาวของพี่เป่าแล้ว ที่เหลือคงพักอยู่ที่บ้านพวกเรานี้แน่ แต่หากสามคนนั้นจะไม่พัก พวกเราก็ขอให้เหล่าไท่ไท่รั้งตัวพวกนางไว้ที่อุทยาน เพิ่มมาอีกหลายคน สนุกดี”
เป่าวี่ฟังแล้วดีใจออกนอกหน้า รีบบอกว่า “ยังเป็นเจ้าที่เข้าใจสถานการณ์ ข้าแต่ไหนก็เหลวไหลเต็มไส้พุง หลงดีใจเปล่า กลับคิดไม่ถึงเรื่องนี้”
ว่าแล้ว สองพี่น้องก็มายังเรือนแม่เฒ่าเจี่ย พบว่าหวางฮูหยินรับเซวียเป่าฉิน 薛宝琴 เป็นบุตรีบุญธรรมจริง แม่เฒ่าเจี่ยยินดียิ่ง ไม่ได้สั่งให้ไปพำนักในอุทยาน ตกเย็นให้มานอนด้วยกันกับแม่เฒ่า ส่วนเซวียเคอให้ไปพักที่ห้องของเซวียผาน
แม่เฒ่าเจี่ยบอกสิงฮูหยินว่า
“หลานสาวเจ้าไม่ต้องให้กลับบ้านดอก ไปพักในอุทยานเที่ยวเล่นสักหลายวัน”
พี่ชายพี่สะใภ้ของสิงฮูหยินนั้นกำลังอยู่ในฐานะลำบาก ที่เข้ากรุงมาก็หวังจะมาพึ่งสิงฮูหยินให้ช่วยหาที่พักและช่วยค่าใช้จ่ายเดินทาง พอฟังคำแม่เฒ่าย่อมเต็มใจ สิงฮูหยินจึงฝากสิงสิ้วเอียน 邢岫烟 ให้พี่เฟิ่งดูแล
พี่เฟิ่งตรองว่าไม่สะดวกที่จะแยกจัดที่พักให้ใหม่ จึงประเมินดูอุปนิสัยที่แตกต่างของพวกน้องในอุทยาน เห็นว่าควรให้ไปพักรวมกับหยิงชุน 迎春 หากวันหน้าสิงสิ้วเอียนเกิดมีเรื่องระหองระแหงไปเข้าหูสิงฮูหยิน ก็จะไม่เกี่ยวกับตน หากนางไปอยู่ในอุทยานเกินกว่าหนึ่งเดือน ค่อยคำนวณส่วนของสิ้วเอียน สมทบเข้าไปในส่วนของหยิงชุน
พี่เฟิ่งประเมินสิ้วเอียนจากกิริยาท่าทางอย่างเป็นกลาง สังเกตว่าแตกต่างจากสิงฮูหยินแม้กระทั่งบิดามารดาของนางเอง นางเป็นคนอ่อนน้อมน่าเอ็นดู พี่เฟิ่งรู้สึกสงสารนางที่ทางบ้านมีฐานะยากจน จึงเห็นใจนางยิ่งกว่าพี่น้องคนอื่นๆ สิงฮูหยินเองกลับรู้สึกไม่ยี่หระ
แม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยินพอใจการวางตัวของหลี่หวานอยู่เป็นปกติ โดยเฉพาะการรักษาพรหมจรรย์ทั้งที่เป็นม่ายตั้งแต่ยังสาว พอมีพี่สะใภ้ม่ายมาเยือน ก็ไม่ยอมให้นางไปพำนักที่อื่น แม้นางจะมิยินยอมนักแต่ขัดความประสงค์ของแม่เฒ่าเจี่ยไม่ได้ จึงได้แต่พาหลี่เหวิน หลีฉี่ไปพักกับหลี่หวานที่บ้านข้าวหอม 稻香村
พอจัดการทุกอย่างลงตัวเรียบร้อย ก็มีข่าวมาว่าจงจิ้งโหว สือติ่ง 忠靖侯史鼎 ต้องย้ายไปรับราชการยังมณฑลอื่น จะพาครอบครัวออกเดินทางในไม่ช้า แม่เฒ่าเจี่ยเสียดายเซียงหยุน 湘云 จึงขอตัวไว้ให้พำนักที่จวน แล้วสั่งให้พี่เฟิ่งจัดหาที่พักให้อยู่ต่างหาก เซียงหยุนไม่ยอม ขอพักอยู่ด้วยกันกับเป่าไช
สุทัศนอุทยานจึงคึกคักยิ่งกว่าเก่า บัดนี้มีหลี่หวาน 李纨 เป็นหัวเรือใหญ่ หยิงชุน 迎春 ทั่นชุน 探春 ซีชุน 惜春 เป่าไช 宝钗 ไต้วี่ 黛玉 เซียงหยุน 湘云 หลี่เหวิน 李纹 หลีฉี่ 李绮 เป่าฉิน 宝琴 สิงสิ้วเอียน 邢岫烟 รวมถึงพี่เฟิ่งและเป่าวี่ ทั้งสิ้นสิบสามคน นับตามอายุ หลี่หวานอายุมากที่สุด รองลงมาคือพี่เฟิ่ง ที่เหลืออายุระหว่างสิบห้าถึงสิบเจ็ด กว่าครึ่งเกิดปีเดียวกันแต่ต่างเดือน จึงไล่กันเองไม่ค่อยถูกว่าใครพี่ใครน้อง กระทั่งแม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยิน พวกแม่บ้านเหล่าสาวใช้ก็พากันสับสน จึงเรียกพี่เรียกน้องกันถูกผิดวุ่นวายไปหมด
ถึงตอนนี้ เซียงหลิงหมกมุ่นอยู่กับการคิดประดิษฐ์กลอน หากแต่เกรงใจไม่ค่อยกล้าเซ้าซี้เป่าไช ก็ให้เผอิญได้อาศัยสื่อเซียงหยุน สื่อเซียงหยุนเป็นคนช่างเจรจา พอเซียงหลิงมาขอคำชี้แนะเรื่องบทกลอน ก็ยิ่งกว่าสาใจวิเคราะห์เจาะลึกได้ทั้งวันคืน จนเป่าไชถึงกับยิ้มว่า
“ข้าอิดหนาระอาใจรับไม่ได้จริงๆ เป็นแม่หญิงโดยแท้ เอาแต่ขีดเขียนกลอนเป็นอาชีพ รู้ไปถึงหูผู้มีปัญญาจะพากันหัวเราะว่าไม่รู้จักงานในหน้าที่ เซียงหลิงคนหนึ่งยังไม่ทันได้กำราบ มาเพิ่มปากแตรอีกหนึ่งเอาแต่เป่ายกยอกวี
杜工部之沉郁,韦苏州之淡雅,
温八叉之绮靡,李义山之隐僻
ตู้กงปู้สุขุมลุ่มลึก
เหวยซูโจวเรียบง่ายงามสง่า
เวินปาชาวิลิศมาหรา
หลี่อี้ซานลับเร้นแอบแฝง
พูดถึงแต่คนตายในอดีต คนเป็นในยุคนี้สองคนไม่เอ่ยถึง”
เซียงหยุนยิ้มถามว่า “สองคนไหน”
เป่าไชยิ้มว่า
“呆香菱之心苦,疯湘云之话多
เซียงหลิงทึ่มผู้หมกมุ่น
เซียงหยุนบ้าผู้ปากมาก”
เซียงหยุน เซียงหลิงได้ฟังต่างหัวเราะ
ระหว่างสนทนาก็เห็นเป่าฉินเดินมา สวมเสื้อคลุมประกายทองและหยกแวววับไม่รู้ทำจากวัสดุอะไร
เป่าไชถามว่า “นี่ได้มาจากไหน”
เป่าฉินยิ้มว่า “หิมะตกแล้ว เหล่าไท่ไท่จึงหาสิ่งนี้มาให้ข้า”
เซียงหลิงเดินมาดูใกล้ๆ แล้วว่า “มิน่าถึงงามนัก ที่แท้ทอจากขนนกยูง”
เซียงหยุนยิ้มว่า “ขนนกยูงที่ไหนกัน นี่ทอจากขนบนหัวเป็ดป่า เห็นได้ว่าเหล่าไท่ไท่รักและเอ็นดูเจ้ามาก ขนาดเป่าวี่ยังไม่ได้ใส่เลย”
เป่าไชยิ้มว่า “ดังที่กล่าวกันว่า แต่ละคนมีชะตาของตนเอง ข้าเองคิดไม่ถึงว่านางจะมา พอมาถึงก็ได้รับความรักและเอ็นดูจากเหล่าไท่ไท่”
เซียงหยุนบอกเป่าฉินว่า “นอกจากอยู่ต่อหน้าเหล่าไท่ไท่ กับมาที่อุทยาน สองแห่งนี้ที่เจ้าเล่นหัวกินดื่มได้แล้ว แม้ในเรือนเหล่าไท่ไท่ตอนที่ท่านไม่อยู่ เจ้าก็อย่าเข้าไป คนในเรือนนั้นใจร้ายนัก คอยหาทางเล่นงานพวกเราอยู่”
คำพูดนางทำเอาเป่าไช เป่าฉิน เซียงหลิง อิงเอ๋อต้องพากันหัวเราะ
เป่าไชยิ้มว่า “จะว่าเจ้าไม่คิด เจ้าก็คิด แต่ถึงแม้ได้คิดปากเจ้าก็ไวไปหน่อย วันนี้เจ้าควรนับฉินเอ๋อของพวกเราเป็นน้องแท้ๆ ได้แล้ว”
เซียงหยุนมองดูเป่าฉินแล้วยิ้มว่า “เสื้อตัวนี้เหมาะกับนาง คนอื่นใส่อย่างไรก็ไม่เหมาะ”
หู่พ่อ 琥珀 เดินเข้ามายิ้มว่า
“เหล่าไท่ไท่สั่งไว้ว่า บอกคุณหนูเป่าอย่าเข้มงวดกับคุณหนูฉินนัก นางยังเด็ก นางอยากทำอะไรก็ปล่อยนาง อยากได้อะไรก็ให้นาง อย่าคิดมาก”
เป่าไชรีบรับคำ แล้วผลักเป่าฉินยิ้มว่า
“เจ้าทำบุญมาแต่ไหน กลับไปได้แล้ว เดี๋ยวจะว่าพวกข้ารังแก ข้าไม่เขื่อว่าข้าสู้เจ้าไม่ได้”
เป่าวี่ ไต้วี่เดินเข้ามาระหว่างที่เป่าไชกระเซ้าเป่าฉินอยู่ เซียงหยุนจึงยิ้มว่า
“พี่เป่า ท่านแค่พูดเล่น แต่มีคนคิดว่าจริง”
หู่พ่อยิ้มว่า “จะถือโกรธเอาจริงจัง ไม่มีใครนอกจากเขา”
ปากพูดมือชี้ไปที่เป่าวี่
เป่าไช เซียงหยุนต่างยิ้มว่า “เขาไม่ใช่คนแบบนั้น”
หู่พ่อยิ้มอีกว่า “ไม่ใช่เขา ก็เป็นนาง”
แล้วชี้ไต้วี่ เซียงหยุนไม่พูดกระไร
เป่าไชยิ้มว่า “ยิ่งไม่ใช่ น้องสาวข้าก็เหมือนน้องสาวนาง นางชอบยิ่งกว่าข้าเสียอีก จะโกรธได้อย่างไร เจ้าเชื่อหยุนเอ๋อพูดเหลวไหล เอาอะไรกับปากนาง”
เป่าวี่ยังไม่รู้เรื่องระหว่างไต้วี่กับเป่าไชในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รู้แต่ว่าไต้วี่เป็นคนใจน้อยเกรงว่าพอนางเห็นแม่เฒ่าเจี่ยรักและเอ็นดูเป่าฉิน จะรู้สึกไม่สบายใจ พอได้ฟังคำพูดของเซียงหยุน และคำตอบของเป่าไชในตอนนี้ ประกอบกับสังเกตสีหน้าของไต้วี่ต่างจากทุกวัน สอดคล้องกับคำของเป่าไช จึงนึกสงสัยว่า
“สองคนนี้ปกติไม่ได้เป็นเช่นนี้ ดูแล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองดีกว่าปกติสักสิบเท่า”
ไต้วี่พอเห็นเป่าฉินก็เรียกนางว่า “น้องสาว 妹妹” เหมือนเรียกน้องสาวแท้ๆ ไม่ได้เรียกชื่อหรือแซ่
เป่าฉินอายุน้อยเป็นคนกระตือรือร้น ทั้งยังฉลาด เล่าเรียนเขียนอ่านมาแต่เล็ก มาอยู่จวนเจี่ยได้สองวัน ก็รู้จักเกือบทั้งจวน นางสังเกตเห็นว่าเหล่าพี่น้องสตรีในจวนไม่ใช่พวกถือดีหยิ่งยโส ทั้งยังมีไมตรีกับพี่สาวของนาง ไต้วี่นั้นนับว่าโดดเด่นที่สุด นางจึงรู้สึกนับถือไต้วี่เป็นพิเศษ เป่าวี่เห็นแล้วแอบประหลาดใจ
ตอนก่อนหน้า : เซียงหลิงหัดแต่งกลอน
https://www.blockdit.com/posts/6a01a932cfd2e4ffaa48a8f8
ตอนถัดไป : เหมยแดงหิมะขาวสาวงาม
1 บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย