14 พ.ค. เวลา 11:46 • ปรัชญา

พระพุทธเจ้าสอนอะไร?

ในโลกที่ศาสนาพุทธเต็มไปด้วยพิธีกรรมมากมาย ซึ่งคนรุ่นใหม่หลายคนได้ตั้งคำถามถึงพิธีกรรมเหล่านั้นว่าทำไปแล้วได้อะไร ซึ่งบางอย่างดูไม่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย เช่น การร้องขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การมูหรือการบูชาสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตน สิ่งเหล่านี้ทำให้คนรุ่นใหม่หันหน้าหนีจากศาสนา ซึ่งอาจจะทำให้พวกเขาพลาดโอกาสในการรับความรู้ดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย
ในบทความนี้จะมาตีแผ่ว่าจริงๆ แล้วพระพุทธเจ้าสอนอะไรกันแน่ ซึ่งพระพุทธเจ้ากล่าวว่าตัวเราไม่ใช่ตัวเราและตัวเราไม่ใช่ตัวตนตน เป็นเพียงธาตุ 4 มาประชุมรวมกันเท่านั้น แต่มนุษย์ส่วนใหญ่กลับยึดกายนี้ว่าเป็นของตน หากอ่านมาถึงตรงนี้บางคนอาจจะตาลอย แต่ขอให้อดทนกันสักนิด ผมจะแปลไทยเป็นไทยให้เอง
1. ตัวเราไม่ใช่ตัวเราและตัวเราไม่ใช่ตัวตนตน = ความหมายตามตัว คุณลองพิจารณาดูตามหลักวิทยาศาสตร์ ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วย อวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ไต ตับ ลำไส้ สมอง กล้ามเนื้อ ระบบประสาท และอื่นๆ
หากเคยเรียนวิทยาศาสตร์มาบ้างคงจะรู้ว่าอวัยวะแต่ละส่วนก็ประกอบกันขึ้นจากเซลล์นับไม่ถ้วน ซึ่งแต่ละเซลล์ก็มีองค์ประกอบเหมือนๆ กัน เช่น มีนิวเคลียส ไมโทคอนเดรีย RER หรืออื่นๆ อีกมากมาย มาถึงตรงนี้แล้วผมอยากถามคุณว่า แล้วตัวคุณอยู่ตรงไหนล่ะ ตรงเซลล์สักเซลล์ท่ามกลางเซลล์นับล้านๆ เซลล์นั่นไหม
อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงเริ่มแอะใจกันแล้ว บางคนอาจจะเริ่มมีคำถามว่าเมื่อร่างกายเราประกอบไปด้วยเซลล์หลายๆ เซลล์มารวมกัน แต่ทำไมเรายังรู้สึกว่าร่างกายนี้ยังเป็นของเราอยู่ล่ะ ตำตอบก็คือ เพราะ เรามีอวิชาที่ครอบงำจิตใจเราเอาไว้นั่นเอง โดยสิ่งไหนที่ผูกติดอยู่กับร่างกายเรา เราจะยึดมันว่านี่คือร่างกายเราทันที ซึ่งผมจะขยายรายละเอียดให้เห็นในข้อ 2.
2. มนุษย์ส่วนใหญ่กลับยึดกายนี้ว่าเป็นของตน = อะไรที่ติดอยู่กับร่างกายของตัวคุณ สิ่งนั้นก็คือคุณ คุณลองจินตนาการอุจาระที่อยู่ในไส้ตรงของตุณ ในตอนที่มันยังอยู่ในตัวคุณ คุณก็จะรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้รังเกียจ ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของคุณ แต่เมื่อมันออกมาจากร่างกายคุณแล้ว ความรู้สึกว่าอึก้อนนั้นคือตัวเรา จะหายไปทันที และคุณจะรังเกียจมัน ราวกับว่าเมื่อนาทีก่อนมันไม่เคยอยู่ในไส้ตรงของคุณเลย
ตัวอย่างที่สอง เส้นผมของคุณ ในตอนที่มันอยู่บนหัว คุณก็จะรักมันและดูแลมันอย่างดี ใครมาตัดคุณจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่เมื่อไหร่ที่ผมมันหลุดร่วงออกไป ซ้ำร้าย ถ้าเป็นเส้นผมที่ตกลงบนอาหาร คุณก็จะรู้สึกขยะแขยง บางคนอาเจียนออกมาเลยก็มี ราวกับมันไม่เคยอยู่บนหัวคุณมาก่อน
ตัวอย่างที่สาม น้ำลายที่อยู่ในปาก ตอนที่มันยังอยู่ในปาก คุณก็ไม่รู้สึกอะไรราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของคุณ แต่เมื่อคุณถุยมันออกมาแล้วคุณกลับมองว่าเป็นสิ่งสปกรก ต่อให้ผมเตรียมภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาเป็นอย่างดี เพื่อเก็บน้ำลายของคุณ คุณก็ไม่กล้ากลืนมันกลับไปอยู่ดี
จากตัวอย่างที่กล่าวมาคุณคงเข้าใจแล้ว ว่าร่างกายมนุษย์เราเป็นเพียงเซลล์มาประกอบกัน และมันจะยึดร่างกายนั้นเป็นตัวเป็นตน
ในบทความนี้ผมจะเล่าเพียงเท่านี้ บทความหน้าผมจะมาบอกว่าการรู้ว่าเราไม่ใช่ตัวตน จะมีประโยชน์อย่างไร หากอยากรู้ได้โปรดติดตามบทความต่อไป
โฆษณา