วันนี้ เวลา 03:51 • สุขภาพ

ยาฆ่าเชื้อเก่า อาจเป็นกุญแจสู่การเอาชนะเชื้อดื้อยา?

จากวิกฤตการเกิดเชื้อดื้อยาที่มีอยู่ทั่วโลก ในแต่ละปีมีผู้ป่วยนับแสนรายที่ต้องสังเวยชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยา ปัญหาเชื้อดื้อยาจึงเป็นปัญหาที่แพทย์ เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก พยายามหาวิธีการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
หนึ่งในวิธีที่ถูกพูดถึงมานานหลายปี คือการหยิบเอา "ยาขวดเก่า" หรือยาปฏิชีวนะยุคแรกๆ กลับมากำราบเชื้อดื้อยาเจน z ที่ไม่เคยเจอกับยาเหล่านี้มาก่อน และกลุ่มที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ เปปไทด์ต้านจุลชีพ หรือ Antimicrobial Peptides (AMPs)
เปปไทด์ต้านจุลชีพ หรือ Antimicrobial Peptides (AMPs) เป็นโปรตีนขนาดเล็กที่มีความยาวของกรดอะมิโนมักจะไม่เกิน 60 ตัว ซึ่งสามารถพบได้ตามธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นจากทั้งจุลชีพ แมลง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในเชิงเภสัชวิทยา AMPs มีกลไกการออกฤทธิ์ (Mechanism of Action) ที่แตกต่างจากยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่
AMPs จะออกฤทธิ์โดยการทำลายชั้นปกป้องเซลล์ (Bacterial envelopes) ซึ่งประกอบด้วยผนังเซลล์และเยื่อหุ้มไขมันโดยตรง ซึ่งกรณีนี้แตกต่างจากการยับยั้งการสร้างเยื่อหุ้มของเชื้ออย่างยาในกลุ่ม Cephalosporins ด้วยคุณสมบัติที่ตัวเปปไทด์มีประจุบวกที่แรงมาก จึงถูกดึงดูดเข้าหาเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรียที่มีประจุลบตรงข้ามกัน เมื่อสัมผัสกับเยื่อหุ้มเซลล์ AMPs จะทำการเจาะรูที่เยื่อหุ้มทำให้สารประกอบภายในเซลล์แบคทีเรียรั่วไหลออกมาและนำไปสู่การตายของเซลล์อย่างรวดเร็ว
แม้ AMPs จะมีประสิทธิภาพดี แต่ยาเก่าแก่อย่าง Polymyxin และ Vancomycin ที่สกัดได้จากแบคทีเรียในดินตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1940 และ 1950 กลับถูกลดบทบาทลงเมื่อมียาปฏิชีวนะกลุ่มใหม่ที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูงกว่าเข้ามาแทนที่ ปัญหาหลักๆที่พบคือ AMPs มีช่วงระดับยาเพื่อการรักษาที่แคบ (Narrow therapeutic range) ปริมาณยาที่ต้องใช้เพื่อให้เกิดผลการรักษาในมนุษย์มักจะสูงจนก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น Nephrotoxicity
ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เช่น การถ่ายภาพระดับโมเลกุล (Molecular imaging) และการสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ (Computer modelling) นักวิจัยสามารถแก้ไขปัญหาความไม่คงตัวและความเป็นพิษที่เคยเป็นข้อจำกัดในอดีตได้
Jian Li จาก Monash University ที่ได้ทำการปรับแต่งโครงสร้างโมเลกุลของ Polymyxin ทีละอะตอมอย่างเป็นระบบ และสร้างสารอนุพันธ์กว่า 1,400 ชนิด เพื่อลดความเป็นพิษจากยา บริษัทยา Omnix Medical ที่กำลังพัฒนาสาร OMN6 ซึ่งเป็น AMPs ที่สกัดมาจากผีเสื้อกลางคืนชนิดยักษ์ (Giant silk moth) เพื่อนำมาใช้เจาะจงทำลายเชื้อดื้อยา A. baumannii โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 1 (Phase I) แล้วโดยไม่พบข้อกังวลด้านความปลอดภัยต่อมนุษย์
นอกจากแหล่งจากธรรมชาติแล้ว นักชีววิทยาเชิงคำนวณ Ewa Szczurek ยังได้เปิดพรมแดนใหม่ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Machine Learning) เพื่อออกแบบสายเปปไทด์ชนิดใหม่ขึ้นมาเองจากฐานข้อมูลของ AMPs กว่า 30,000 ชนิดในธรรมชาติ เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ของลำดับกรดอะมิโนที่มีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าจำนวนของแบคทีเรียบนโลก โดยเป้าหมายคือเพื่อค้นหาสารประกอบใหม่โดยไม่ต้องเสียเวลาสังเคราะห์และทดสอบแบบสุ่มในห้องปฏิบัติการ
ในท้ายที่สุดนี้ การนำ AMPs กลับมาปัดฝุ่นและพัฒนาใหม่ถือเป็นการต่อลมหายใจในสงครามกับเชื้อดื้อยา แต่อย่างไรก็ตาม เชื้อโรคสามารถหากลไกการเอาตัวรอดจากยาปฏิชีวนะได้ตลอดเวลา การบริหารยา AMPs ในอนาคตจะต้องมีความแม่นยำสูง โดยต้องจ่ายยาให้ตรงจุดที่ต้องการรักษา ในขนาดรับประทาน (Dose) ที่สูงเพียงพอ และอาจต้องพิจารณาใช้เป็นยาผสม (Combination therapy) เพื่อสกัดกั้นกลไกการพัฒนาการดื้อยาของเชื้อโรคตั้งแต่เนิ่นๆ
อ้างอิง
โฆษณา