เมื่อวาน เวลา 02:09 • ธุรกิจ

การล่มสลายของ Daewoo ตำนานแชโบลเกาหลี สร้างมา 30 ปี แต่พังทลายใน 2 ปี!

สมมติว่าเราพูดถึงกลุ่มธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ มีบริษัทในเครือมากมาย ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจสิ่งทอ เครื่องจักรกล อู่ต่อเรือ ไปจนถึงรถยนต์ที่วิ่งอยู่เต็มท้องถนน
หากพูดถึงประเทศเกาหลีใต้ในปัจจุบัน หลายคนคงนึกถึงชื่ออย่าง Samsung หรือ Hyundai
แต่ย้อนกลับไปช่วงปี 1990 มีอีกหนึ่งอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ตีคู่มากับชื่อเหล่านี้
อาณาจักรนั้นมีชื่อว่า Daewoo Group ซึ่งในช่วงจุดสูงสุด พวกเขาคือกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของเกาหลีใต้…
เรื่องที่น่าตกใจก็คือ อาณาจักรที่ใช้เวลาสร้างมานานกว่า 30 ปี กลับพังทลายลงมาเหลือเพียงเถ้าถ่านภายในเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้น มันเกิดอะไรขึ้นกับมหาอำนาจทางธุรกิจแห่งนี้
เรื่องราวทั้งหมดต้องย้อนกลับไปที่ชายผู้หนึ่งที่มีชื่อว่า Kim Woo-choong
เขาเกิดในปี 1936 ในครอบครัวที่มีพี่น้องหกคน พ่อของเขาเคยเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนประถม
ซึ่งลูกศิษย์คนหนึ่งของโรงเรียนนี้คือ Park Chung-hee ผู้ซึ่งต่อมาได้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีของเกาหลีใต้…
ความสัมพันธ์เชื่อมโยงตรงนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญในอนาคต
แม้ชีวิตวัยเด็กของ Kim Woo-choong จะยากลำบากจากช่วงสงครามเกาหลี
แต่เขาก็พากเพียรจนเรียนจบเศรษฐศาสตร์จาก Yonsei University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อปของประเทศในปี 1960
หลังจากทำงานหาประสบการณ์อยู่หกปี ในปี 1967 ชายหนุ่มวัย 30 ปีคนนี้ก็ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นมาด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อยและพนักงานแค่ 4 คน เขาตั้งชื่อบริษัทว่า Daewoo Industrial
คำว่า Daewoo ในภาษาจีนมีความหมายว่า “จักรวาลอันยิ่งใหญ่” ซึ่งสะท้อนความทะเยอทะยานของเขาได้เป็นอย่างดี
และโอกาสทองก็มาถึงในปี 1970 เมื่อเขาทราบข่าววงในว่าสหรัฐอเมริกากำลังจะตั้งโควตานำเข้าสิ่งทอ
1
โควตานี้จะแบ่งให้ซัพพลายเออร์ต่างชาติโดยอิงจากส่วนแบ่งการตลาดในปัจจุบัน
เมื่อรู้แบบนี้ Daewoo จึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์ที่บ้าบิ่น พวกเขายอมหั่นราคาและไม่สนกำไร
ขอแค่ผลิตและส่งออกให้ได้ปริมาณมากที่สุดเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งให้ได้ก่อนกฎจะบังคับใช้…
กลยุทธ์ยอมเจ็บตัวในวันนี้ได้ผลลัพธ์ที่งดงาม ในปี 1972 รัฐบาลสหรัฐอเมริกามอบโควตานำเข้าถึง 30% ให้กับ Daewoo
โควตานี้เปรียบเสมือนใบอนุญาตพิมพ์เงิน ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับสองของเกาหลีใต้ในเวลาอันรวดเร็ว
เมื่อมีกระแสเงินสดมหาศาล Kim Woo-choong ก็ไม่รอช้าที่จะขยายธุรกิจ
ในยุคนั้นรัฐบาลของประธานาธิบดี Park Chung-hee ต้องการผลักดันประเทศให้เป็นอุตสาหกรรม
รัฐบาลจึงสนับสนุนกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Chaebol อย่างเต็มที่
บริษัทไหนที่ยอมทำตามนโยบายรัฐบาล จะได้รับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ
ในยุคที่เงินเฟ้อพุ่งสูงลิ่วและธนาคารเอกชนคิดดอกเบี้ยแพงมหาศาล
Daewoo กลับกู้เงินได้ในอัตราดอกเบี้ยเพียงตัวเลขหลักเดียวเท่านั้น…
ด้วยเงินกู้ราคาถูก Daewoo ขยายกิจการเข้าไปในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล การต่อเรือ และรถยนต์
กลยุทธ์ที่พวกเขาถนัดคือการเข้าไปซื้อกิจการที่กำลังจะล้มละลาย แล้วนำมาบริหารใหม่ให้กลับมามีกำไร
แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการเติบโตนี้คือ ปรัชญาการทำธุรกิจที่เน้นส่วนแบ่งการตลาดมากกว่ากำไร เน้นขายของราคาถูก ปริมาณเยอะ และไม่ค่อยลงทุนกับการวิจัยและพัฒนา
พวกเขาเลือกบุกตลาดในกลุ่มประเทศโลกที่สามแทนที่จะไปสู้ในตลาดพรีเมียม
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ Daewoo ขยายตัวได้ไร้ขีดจำกัดคือโครงสร้างความเป็นเจ้าของที่ซับซ้อน
บริษัทแม่ถือหุ้นบริษัทลูก วนลูปกลับมาถือหุ้นบริษัทแม่ไขว้กันไปมา
ทำให้ครอบครัวผู้ก่อตั้งถือหุ้นเพียงนิดเดียวแต่มีสิทธิควบคุมอาณาจักรทั้งหมดได้
ข้อเสียร้ายแรงของโครงสร้างแบบนี้คือ มันทำให้ตรวจสอบยากมากว่าธุรกิจไหนกำไรหรือขาดทุน
เพราะบริษัทในเครือก็ซื้อขายกันเอง แถมยังซ่อนหนี้สินไว้ตามซอกหลืบต่างๆ ได้อย่างแนบเนียน…
บททดสอบแรกมาถึงในปี 1988 ธุรกิจอู่ต่อเรือของ Daewoo ประสบปัญหาสภาพคล่องจนเกือบจะล้มละลาย
สิ่งที่พวกเขาทำคือหันไปหารัฐบาลและอ้างว่าที่ต้องแบกรับอู่ต่อเรือนี้ก็เพราะอดีตประธานาธิบดีขอร้องให้ทำ
ในที่สุดรัฐบาลก็เข้ามาอุ้มชูจริงๆ โดยอัดฉีดเงินและให้สินเชื่อเพื่อต่อลมหายใจ
การช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Moral Hazard” หรือภาวะภัยทางศีลธรรม
เมื่อรู้ว่าทำพลาดก็มีคนจ่ายบิลให้ พวกเขาจึงไม่เคยเรียนรู้จากความผิดพลาด
Daewoo กระโจนเข้าสู่ความลุ่มหลงใหม่ที่สูบเงินยิ่งกว่าเดิม นั่นคืออุตสาหกรรมยานยนต์
ในช่วงปี 1990 พวกเขาเริ่มต้นกว้านซื้อโรงงานผลิตรถยนต์ทั่วโลก ทั้งในโปแลนด์ อุซเบกิสถาน อินเดีย และยูเครน รวมแล้วถึง 14 แห่งใน 13 ประเทศ…
แม้หลายแห่งจะขาดทุนย่อยยับ แต่บริษัทก็ไม่ยอมถอย คำถามคือพวกเขาเอาเงินมาจากไหน
1
คำตอบสั้นๆ คือการก่อหนี้ พวกเขามีหนี้สะสมเข้าสู่ยุค 1990 มากกว่าหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
อาณาจักรนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยผลกำไรจากสินค้าที่ยอดเยี่ยม
แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยกองหนี้มหาศาลที่นำมาหมุนเวียนโปะบริษัทลูกไปมา
จนกระทั่งเมฆหมอกแห่งหายนะเริ่มก่อตัวขึ้นในปี 1997
วิกฤตต้มยำกุ้ง หรือ Asian Financial Crisis ลุกลามไปทั่วเอเชีย
ค่าเงินวอนอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง ภาระหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศของบริษัทเกาหลีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในชั่วข้ามคืน…
รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องไปขอรับเงินกู้ช่วยเหลือจาก IMF ซึ่งมาพร้อมกับเงื่อนไขบังคับให้ปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างเข้มงวด
1
กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ถูกกดดันให้รัดเข็มขัดและลดหนี้สินลง
ในขณะที่ธุรกิจรายอื่นหดตัวลงเพื่อความอยู่รอด Daewoo กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
ตลอดปี 1998 พวกเขากู้เงินเพิ่มอีกกว่าหนึ่งหมื่นสี่พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นบริษัทที่มีหนี้สินสูงที่สุดในประเทศ
ประธาน Kim เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะไม่กล้าปล่อยให้พวกเขาล้ม และจะต้องเข้ามาอุ้มชูเหมือนในอดีต
แต่ครั้งนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป รัฐบาลไม่สามารถทำตามใจได้อีกต่อไปภายใต้แรงกดดันจากวิกฤตเศรษฐกิจ…
ปลายปี 1998 รัฐบาลสั่งห้ามสถาบันการเงินถือครองตราสารหนี้ของ Daewoo เกินสัดส่วนที่กำหนด
มาตรการนี้เปรียบเสมือนการตัดท่อน้ำเลี้ยง เมื่อกู้เงินใหม่มาโปะหนี้เก่าไม่ได้ สภาพคล่องก็เหือดแห้งลงทันที
ในที่สุดความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรมก็ถูกเปิดเผย ปรากฏว่า Daewoo มีสถานะล้มละลายมาตั้งนานแล้ว
แต่ที่รายงานว่ามียอดขายเพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการตกแต่งบัญชีครั้งมโหฬาร
วิธีการของพวกเขาคือการให้บริษัทลูกขายสินทรัพย์ให้กันเองในราคาที่สูงเกินจริง
ผลที่ได้คือสามารถบันทึก “กำไรทิพย์” ลงในงบการเงินได้ แถมยังตีราคาสินทรัพย์อื่นๆ ให้สูงตามไปได้อีก…
เมื่อหักลบตัวเลขหลอกลวงเหล่านี้ออกไป พบว่า Daewoo ขาดทุนมหาศาล
และมีการประเมินว่ายอดตกแต่งบัญชีนั้นสูงถึงเกือบสองหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งถือเป็นการฉ้อโกงทางบัญชีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ในเวลานั้น
ศพเดินได้ไม่อาจปกปิดบาดแผลของตัวเองได้อีกต่อไป
ในเดือนสิงหาคม 1999 Kim Woo-choong ถูกปลดออกจากตำแหน่ง
บริษัทในเครือถูกยื่นฟ้องล้มละลายและถูกชำแหละแยกส่วนขายทอดตลาด
อาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุด ทิ้งหนี้สินไว้เบื้องหลังกว่าห้าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ กระจายไปตามธนาคารนับร้อยแห่งทั่วโลก
รัฐบาลต้องนำเงินภาษีประชาชนไปอัดฉีดเพื่อพยุงระบบธนาคารไม่ให้พังทลายตามลงไป…
ส่วนตัวผู้ก่อตั้งนั้นหลบหนีออกนอกประเทศไปใช้ชีวิตลี้ภัยอยู่นานถึง 5 ปี
ก่อนจะกลับมารับโทษจำคุกและเสียชีวิตลงในปี 2019 ปิดตำนานอดีตมหาอำนาจเบอร์สี่ของเกาหลีใต้อย่างถาวร
บทสรุปของเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า การเติบโตทางธุรกิจที่รวดเร็ว
หากไม่ได้ตั้งอยู่บนรากฐานของการจัดการการเงินที่แข็งแกร่ง มันก็เหมือนกับการสร้างปราสาททราย
การอาศัยสายสัมพันธ์ทางการเมืองและการกู้หนี้ยืมสินมาอุดรอยรั่ว อาจจะช่วยซื้อเวลาได้ชั่วคราว
แต่เมื่อพายุแห่งความจริงพัดมาถึง ปราสาททรายที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ระดับจักรวาล ก็สามารถอันตรธานหายไปได้ภายในพริบตาเดียว…
References : [wikipedia, bloomberg, forbes, ft, nytimes]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here https://www.tharadhol.com/the-fall-of-daewoo/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา