17 พ.ค. เวลา 00:00 • สุขภาพ

ท้องผูกแก้ยังไง? 10 วิธีที่ได้ผลจริง ไม่ต้องพึ่งยาระบาย

วันนี้ตื่นมาท้องแน่น รู้สึกอึดอัด ไปห้องน้ำแล้วถ่ายไม่ออก หรือถ่ายได้แต่แข็งมาก เจ็บ บางทีต้องนั่งนานกว่า 10 นาที แต่ก็ไม่ค่อยออก — นี่คืออาการที่คนทำงานออฟฟิศหลายคนคุ้นเคยดี
ท้องผูกไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ สถิติจากการศึกษาระบาดวิทยาชี้ว่าประชากรไทยราว 10-15% เจอปัญหานี้เป็นประจำ คนที่นั่งโต๊ะทั้งวัน กินข้าวกล่องไฟเบอร์ต่ำ ดื่มน้ำน้อย มักพบว่าท้องผูกมาเยือนบ่อยกว่าคนอื่น
ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องรีบวิ่งไปหาหมอหรือซื้อยาระบายทันที หากอาการยังไม่รุนแรง คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน บทความนี้รวม 10 วิธีที่ได้ผลจริง ทั้งด้านการกิน การออกกำลังกาย นิสัยการถ่าย และเทคนิคช่วยเหลือลำไส้ให้ทำงานกลับมาเป็นปกติ
ดื่มน้ำให้เพียงพอจริง ๆ ได้ผลมากกว่าที่คิด
น้ำเป็นตัวช่วยหลักในการทำให้อุจจาระอ่อนตัว เมื่อร่างกายขาดน้ำ ลำไส้ใหญ่จะดูดน้ำจากอุจจาระกลับมาใช้ในร่างกาย ทำให้อุจจาระแข็งมาก ถ่ายยาก
เป้าหมายที่ดีคือดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน หรือประมาณ 8-10 แก้ว โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังตื่นนอน ลองดื่มน้ำอุ่น 1-2 แก้วเปล่า ช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงานตอนเริ่มวัน อย่าดื่มครึ่งลิตรครั้งเดียวแล้วทิ้งช่วง ให้ดื่มทีละน้อยบ่อย ๆ ตลอดวัน
วิธีสังเกตว่าดื่มน้ำพอหรือยังคือดูสีปัสสาวะ ถ้าเหลืองจัด แสดงว่าน้ำน้อย ควรเพิ่มเติม ถ้าใสหรือเหลืองอ่อน แปลว่าดื่มน้ำเพียงพอแล้ว
ไฟเบอร์ไม่ใช่แค่ผัก ต้องเข้าใจความแตกต่างของสองชนิด
ไฟเบอร์แบ่งออกเป็นสองชนิดหลัก ๆ แต่ละชนิดทำงานต่างกัน
Soluble Fiber ละลายน้ำได้ ทำงานโดยดูดน้ำกลายเป็นเจล ช่วยให้อุจจาระอ่อนลื่น ผ่านลำไส้ง่ายขึ้น แหล่งที่มาเช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ แอปเปิล กล้วย ถั่ว เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์
Insoluble Fiber ละลายน้ำไม่ได้ ทำงานโดยเพิ่มปริมาตรและน้ำหนักของอุจจาระ กระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว ช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้น แหล่งที่มาเช่น ผักใบเขียว คะน้า ผักโขม ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ผลไม้ที่มีเปลือก
เป้าหมายคือกินไฟเบอร์ 25-30 กรัมต่อวัน ลองเริ่มวันด้วยข้าวโอ๊ต มื้อกลางวันใส่ผักสด มื้อเย็นใส่ถั่วหรือข้าวกล้อง แต่อย่าเพิ่มไฟเบอร์รวดเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้ท้องอืดแน่น ควรเพิ่มค่อย ๆ ใน 1-2 สัปดาห์
ออกกำลังกายไม่ต้องหนัก เดินเร็ว 20-30 นาทีก็พอ
การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้อุจจาระเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หลายคนเดินเช้าแล้วรู้สึกอยากถ่ายทันที
นอกจากเดินเร็วแล้ว โยคะท่ากระตุ้นท้องก็ช่วยได้ดี เช่น ท่า Pawanmuktasana กอดเข่าเข้าหาอก ท่า Cat-Cow แมวยืดหลัง ท่า Child's Pose หรือถ้าชอบวิ่งเบา ๆ ก็ทำได้ การสั่นสะเทือนช่วยกระตุ้นลำไส้
สิ่งสำคัญคือหลีกเลี่ยงนั่งนิ่งนาน ๆ หากทำงานโต๊ะ ควรลุกยืดเส้นยืดสายทุก 1-2 ชั่วโมง ควรออกกำลังกายวันละ 30 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานราบรื่น
ท่านั่งถ่ายที่ถูกต้องช่วยได้จริง ๆ
คุณเคยได้ยินเรื่อง Squatty Potty ไหม นี่คือแท่นรองเท้าที่วางในห้องน้ำ ช่วยให้คุณนั่งในท่าย่อตัว เข่าสูงกว่าสะโพก ประมาณ 35 องศา
ท่านี้ทำให้กล้ามเนื้อ puborectalis คลายตัว ลำไส้ตรงออกง่ายขึ้น ลดการเกร็งและถ่ายได้ง่ายขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องซื้อ Squatty Potty ใช้กล่องหรือแท่นรองเท้าสูง 15-20 ซม. ก็ได้
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเวลาที่สำคัญ ช่วงที่ดีที่สุดคือหลังตื่นนอน 30 นาที–1 ชั่วโมง หรือหลังกินอาหาร 15-30 นาที เพราะระบบย่อยอาหารเริ่มทำงาน ลำไส้บีบตัวมากขึ้น
อย่ารีบหรือกดดันตัวเอง ถ้าไม่ออกให้ลุกขึ้นมาพักก่อน แล้วลองใหม่ภายหลัง ไม่ควรนั่งนานเกิน 10-15 นาที
นวดหน้าท้องตามเข็มนาฬิกา ทำได้เองง่าย ๆ
การนวดหน้าท้องช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
วิธีทำคือนอนหงาย พับเข่าเล็กน้อยเพื่อให้กล้ามเนื้อท้องคลายตัว ใช้มือทั้งสองข้างกดเบา ๆ นวดตามเข็มนาฬิกา เริ่มจากด้านขวาล่าง ไปขวาบน ซ้ายบน ซ้ายล่าง ตามทิศทางการไหลของลำไส้ใหญ่
นวดทีละรอบประมาณ 10-15 นาที ทำก่อนนอนหรือตอนเช้าเป็นประจำ การศึกษาพบว่าการนวดหน้าท้องช่วยเพิ่มอัตราการถ่ายและลดอาการแน่นท้อง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่นอนติดเตียง
โพรไบโอติกช่วยได้จริง แต่ต้องเลือกสายพันธุ์ที่ใช่
โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์มีชีวิตที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ การศึกษาหลายชิ้นพบว่าสายพันธุ์บางชนิดช่วยลดอาการท้องผูกได้ เช่น Bifidobacterium lactis ช่วยเพิ่มความถี่ในการถ่าย ลดอาการแข็งของอุจจาระ
แหล่งอาหารที่มีโพรไบโอติกเช่น โยเกิร์ตธรรมชาติไม่ใส่น้ำตาล คีเฟอร์ กิมจิ เต้าหู้หมัก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีจำนวน CFU อย่างน้อย 1-10 พันล้าน ทานสม่ำเสมอ 4-8 สัปดาห์ ผลจะค่อย ๆ ปรากฏ
อาหารช่วยถ่ายที่หาง่าย มะขาม อะโวคาโด กล้วย
มะขามมีสารประกอบ tartaric acid ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย กินน้ำมะขามเปียก 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือแช่น้ำดื่ม
อะโวคาโดมีไฟเบอร์สูง ประมาณ 10 กรัมต่อผล และมีไขมันดีช่วยหล่อลื่นลำไส้ กินครึ่งผลต่อวัน ใส่สลัดหรือทำสมูทตี้
กล้วยที่สุกมี pectin ซึ่งเป็น soluble fiber ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัว แต่กล้วยดิบมี resistant starch สูง อาจทำให้ท้องผูกมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยง
ผลไม้อื่น ๆ ที่ช่วยได้เช่น ลูกพรุน มี sorbitol ดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ มะละกอมีเอนไซม์ papain ช่วยย่อยโปรตีนและกระตุ้นลำไส้
กาแฟก็ช่วยได้ คาเฟอีนกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ หลายคนดื่มกาแฟแล้วอยากถ่ายภายใน 10-20 นาที แนะนำดื่ม 1-2 แก้วต่อวัน อย่าเกินเพราะคาเฟอีนมากเกินไปทำให้ขาดน้ำ
น้ำมันมะกอกช้อนเช้า เทคนิคช่วยเหลือระยะสั้น
น้ำมันมะกอกช่วยหล่อลื่นผนังลำไส้และอุจจาระ ทำให้ถ่ายง่ายขึ้น ดื่ม 1 ช้อนโต๊ะตอนท้องว่างตอนเช้า หรือผสมกับน้ำมะนาว ผลมักเห็นได้ภายใน 6-8 ชั่วโมง
แต่ไม่ควรใช้เป็นประจำทุกวัน เพราะแคลอรีสูง ควรใช้เป็นครั้งคราวในช่วงท้องผูกหนัก
เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ ช่วยเพิ่มไฟเบอร์และหล่อลื่นลำไส้
เมล็ดเหล่านี้มีทั้ง soluble และ insoluble fiber สูง และมี omega-3 ช่วยลดการอักเสบในลำไส้
เมล็ดเจียแช่น้ำ 10-15 นาที จะบวมตัวกลายเป็นเจล ดื่มได้เลย หรือใส่ในโยเกิร์ต สมูทตี้ ข้าวโอ๊ต
เมล็ดแฟลกซ์ควรบดก่อนกิน เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดี ใส่ในซุป สลัด หรือโรยบนข้าว ปริมาณแนะนำ 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน อย่าลืมดื่มน้ำตามเพราะไฟเบอร์ต้องการน้ำในการทำงาน
พรีไบโอติก อาหารสำหรับแบคทีเรียดี
พรีไบโอติกเป็นอาหารที่ย่อยไม่ได้สำหรับแบคทีเรียดีในลำไส้ ช่วยให้แบคทีเรียเหล่านั้นเติบโตและทำงานได้ดี
แหล่งอาหารเช่น กระเทียม หัวหอม ต้นหอม กล้วย ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง ดอกกะหล่ำ ควรกินพรีไบโอติกควบคู่กับโพรไบโอติก เพื่อให้แบคทีเรียดีมีอาหารและสามารถอยู่รอดในลำไส้ได้นานขึ้น
สัญญาณเตือนว่าต้องพบแพทย์ทันที
วิธีต่าง ๆ ข้างต้นใช้ได้กับท้องผูกธรรมดา แต่หากพบอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์ทันที
ถ่ายไม่ออกเลยมากกว่า 7 วัน แม้ดื่มน้ำและกินไฟเบอร์มากขึ้น ปวดท้องรุนแรง บวมท้องมากจนทำกิจวัตรไม่ได้ มีเลือดในอุจจาระหรืออุจจาระดำ น้ำหนักลดลงเองโดยไม่ทราบสาเหตุ มีไข้ร่วมกับอาการท้องผูก เปลี่ยนนิสัยการถ่ายอย่างกะทันหัน
อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงโรคลำไส้ร้ายแรง เช่น โรคลำไส้อุดตัน โรคลำไส้แปรปรวน โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่
การแก้ท้องผูกด้วยวิธีธรรมชาติไม่ต้องใช้เงินมาก ไม่ต้องซื้อยา เพียงแค่เปลี่ยนนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ระบบย่อยอาหารของคุณก็จะกลับมาทำงานได้ดีอีกครั้ง
🎯 ติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ต่อได้ที่
📖 อ่านบทความฉบับเต็ม: https://healthntier.com/blog/relieve-constipation-natural-remedies-fast
🌐 เว็บไซต์หลัก: https://healthntier.com
📲 Line Official: @561aszhq
โฆษณา