17 พ.ค. เวลา 04:22 • ไลฟ์สไตล์
บางเรื่องราวนั้น ก็ยากจะเข้าใจได้ ยิ่งเรื่องราว ของพระ ที่ท่านมีร่างกาย ทีว่า กายเปลี่ยนแปลงสภาพไปแล้ว เป็นเรื่องราว ที่ว่า กายบริสุทธิ์ จิตบริสุทธิ์ กายแก้ว กายนี้ไม่มีอะไร มาขวางกั้นได้ เดินไปก็เหมือนลอยไปกับพื้น มีน้องที่เรารู้จัก .ไปวัด ไปที่กุฏิ หาหลวงตาไม่เจอ ก็เดินไปไปเจอหลวงตาอยู่หลังวัด พอเจอ .หลวงตา ก็บอกว่า กลับๆ กลับกุฏิกัน หลวงตาท่านผ่าเข่า ปรากฏว่า น้องที่แข็งแรง เดินตามหลวงตาไม่ทัน มาบอกเรา ผมเดินตามเหนื่อยเลย
เรื่องของกาย .เรื่องราวของจิต ที่ท่านไปถึงบรรลุธรรมนั้น คงยากที่จะอธิบาย มีเรื่องราว ที่ืเรานั้งรถ ไปกลับ หลวงตา เรามองข้างทางที่เป็นท้องนา มีพระเดินตาม ท้องนา ห่มครองผ้ากาสาวพัสตร์ ท่านเดินช้าๆปกติ ก็มองเห็นเดินตาม คู่ไปกับรถ ตลอดทางนั้น
พอกลับมา ถึงวัด ก็เล่าเรื่องนี้ ให้ท่านฟัง ท่านบอกว่า นั่นพระอรหันต์น่ะ
คราวนี้ เรื่องราวของจิต พระพุทธเจ้า ท่านมีสัพพัญญูญาณ ที่มีได้ เฉพาะ พระพุทธเจ้า เมื่อถึงเวลา ที่สมควรโปรด พระองค์คุลีมาร ท่านก็เสด็จไปโปรด ตรัสเพียงไม่กี่คำ ก็ไปสะกิด เปิดจิตของ เปิดสิ่งที่ขวางกั้นจิตของ องคุลีมาร
ด้วยปัญญาธรรมที่ องคุบีมาร ท่านสะสมบุญกุศลบารมีมาเป็นอเนกชาติ ชาตินี้ เป็นชาติสุดท้าย จิตที่ขูขึ้นมา เหมือน ดอกบัวพ้นน้ำ รอแสงพระอาทิตย์ จิตของพระพุทธเจ้า เสมือนแสงพระอาทิตย์ พอจิตขององค์พระองคุลีมาร ต้องแสงพระอาทิตย์ ดอกบัวก็บาน สิ่งที่ขวางสติปัญญา เหมือนม่านหมอก ก็หลุดออกไป มีปัญญา สว่างไสว มองเห็น สัจจะ มองเห็นการที่ยุติ เกิดแก่เจ็บตาย
คราวนี้ เรื่องราวของกายพระอรหันต์นั้น คงยากที่จะเจอะเจอ แม้ในปัจจุบันนี้ ก็ยังมีพระอรหันต์ ที่กายท่านแปรสภาพไปแล้ว เป็นกายแก้ว ไม่ต้องมีอาหาร เอาอาหารอะไรไปเติมกาย ขับถ่ายเป็นกากทิ้ง เมืองไทย ก็มีหลานพระองค์ ท่านอยู่ตามถ้ำ ตามป่า คนเข้าไปไม่ถึง ที่สะดือทะเล ก็มี หิมาลัยก็มี ที่ยุโรป ก็มี ที่อยู่ของท่าน แล้วที่อยู่ท่าน จิตที่เป็นนามธรรม พวกเปรต อสุรกาย ก็ไปเข้าใกล้ ไม้ได้
เรื่องราวอย่างนี้ เป็นเรื่องราวของธรรม แต่เวลาฟัง จิตของคนทั่วไป ก็มองเป็นเรื่องราวอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เรื่องราวของธรรม นั้นเป็นเรื่องราวที่ยากจะเข้าถึง ยากจะเข้าใจแม้คำว่า บุญ นั้นแท้จริงเป็นอย่างไร ทำไมจิตที่เป็นนามธรรม นรก เปรต อสุรกาย จิตทีเป็นโอปปะติกะ ต้องการแสงสีของบุญ ทำไมคนธรรพ์ คนลับแล เทพยดาอินทร์พรหม ต้องการ เรียนรู้จักธรรม เรียนรู้ จักว่าเมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ต้องทำอะไรบ้าง ในคะว่าสร้างบุญกุศลบารมี
เทพยดาอินทร์พรหม เค้าไม่มีกาย ทีจะมาคลี่คลายกรรม กายเค้าไม่มีทุกข์ ไม่มีอารมณ์ แล้วเค้าฟังธรรม ไปเก็บไว้ที่ไหน เค้่าเก็บไว้ ที่ธาตุทั้งสี่ของเค้า พอเกิดมา ได้กายพ่อแม่เป็นมนุษย์สดุประเสริฐ มีสติปัญญา มีใครมาสะกิดเข้าไปถึงจิต เค้าก็สามารถ ทีจะหันมาสร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรมต่อไปได้ ส่วนจิตที่มาจากนรก อบายภูมิ จิตนั้นสะสมแต่กรรม บุญกุศลไม่มี สะกิดเท่าไหร่ ก็ไม่แตกใบ เหมือนตอไม้ รดน้ำเท่าไหร่ ก็ไม่แตกใบ ไม่โตขึ้นมาได้เลย
นั่นก็เลยมีสิ่ง ที่เค้าเรียกว่า จิตที่มีแต่ อวดเก่ง อวดดี ต่อกรรมของตนเอง แก้ไขอะไรไม่ได้ มาจากดินแดน ที่ทุกข์ มาได้อาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ ก็อาศัยกายนี้ แค่กืนกับนอน รอคอยให่กายนี้ แก่เฒ่าเจ็บป่วยตาย .สร้างสิ่งที่เป็นคุณให้แก่จิตของตนไม่ได้ ยิ่งร่ำรวยเป็นเศรษฐีกรรม สมบัติมากมาย แต่จิตออกจากกาย กลับลงนรก
เรื่องราวของจิต ที่ท่านเค้าถึงธรรมแม้แต่สนุข ในวัด ท่านก็รู้ว่า จิตดวงนี้ มาจากไหน เคยเป็นนักบวขตำแหน่งโต พอจิตออกจากกาย ก็มีสังขารกรรม ให้จิตอาศัย เป็นสุนัขเสียนี่ เรื่องราวอย่างนี้ เค้าเรียนรู้เรื่อง ในวงแคบๆ เพราะติเตียน ที่ว่า จิตนั้นมาอาศัยกายเป็นสุนัข ก็เสียหาย จิตของผู้ที่ติเตียนก็เสียหาย
เรามาดูตัวอย่าง นักบวชหลงกินหลงนอน สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ก็ไม่มี แล้วจะเอาอะไรไปตอบแทนคุณ ของผู้ที่เค้าถวาย ที่เค้าเหน็ดเหนื่อย ใช้กายไปหามา ข้าวแต่ละเม็ด ที่ฉันเข้าไป จะเป็นเสมือน เหล็ก ที่เผาไฟร้อน ทีภิกษุองค์นั้นฉันเข้าไป
แล้วเรื่องราวภิกษุ ที่มาขอบวช ครองผ้าเหลือง แล้วก็ไม่สวดมนต์ ไม่ปฏิบัติ มัวท่องคาถาอาคม หาลาภยศ มาครองผ้าเหลือง ทำตนเป็นผู้มีจิตอาสา มันใช่กิจ ที่สมควรทำมั้ย ที่ว่าไปขอบวขในโบสถ์ มีเปลี่ยนแปลงนิสัยอะไร ให้จิตเป็นพระ พอแล้วได้บ้าง จิตยังห่วงโลก จมอยู่กับโลก แล้วจะไปไหน ไปหากายบุญ กายเทพยดาอินทร์พรหม คงเป็นไปไม่ได้เลย
จึงมีเรื่องราวผู้ที่มาดำรงตน ครองผ้ากาสาวพัสตร์ เมื่อจิตออกจ่กกาย กลับลงนรก มีราวเหล็กท่อนใหญ่ ให้เอาผ้ากาสาวพัสตร์ ถอดวางพลาดไส้ เหลือแต่ตัวร่อนจ้อน ลงนรก ราวเหล็กท่อนใหญ่ มาผ้าวางพาดไว้มากมาย ราวเหล็กใหญ่ๆ ยังแอ่นเหมือนเหล็กอ่อน ริงรับน้ำหนักผ้าที่มากมาย นี่มันมากมายขนาดไหน ที่ว่า จิตของนักบวชตกนรก นี่ก็เป็นเรื่องราว ที่พระท่านลงไปโปรดสัตว์ พระมาลัยโปรดสัตว์ ท่านเบ่าให้ฟัง
โฆษณา