Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
A CREATE
•
ติดตาม
17 พ.ค. เวลา 06:35 • ธุรกิจ
ตอนที่ 5: อยู่กับความผันผวนอย่าง “ไม่เปราะ” — ผูกชีวิตส่วนตัวกับงานให้ยิ่งโดน ยิ่งแข็งแรงขึ้น
(ตอนนี้ต่อจากตอนที่ 4 ที่เราคุยกันเรื่อง Effectuation: เริ่มจากสิ่งที่มี คุมความเสี่ยงด้วย Affordable Loss เดินไปกับพันธมิตร และใช้ความบังเอิญให้เป็นโอกาส ตอนสุดท้ายนี้ เราจะยกเลเวลขึ้นไปอีกขั้น — ไม่ใช่แค่ “ทนให้ได้” แต่ “ยิ่งเจอแรงสั่นสะเทือน ยิ่งเรียนรู้และเติบโต” ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการงานในภาพเดียวกัน)
เราไม่ได้อยากแค่ “ฟื้นตัว”
เราอยาก “ดีขึ้นกว่าเดิม”
คำว่า Resilience ทำให้เรานึกถึงการ
“ล้มแล้วลุกกลับมาที่เดิม”
แต่ในโลกยุคนี้ หลายครั้ง
กลับมาที่เดิม…อาจไม่พอแล้ว
Nassim Taleb เสนอคำว่า **Antifragility** —
สิ่งที่ไม่ใช่แค่ไม่พังเมื่อโดนกระแทก
แต่ “ดีขึ้น” จากแรงกระแทกนั้น
- Fragile = โดนแล้วแตก
- Robust = โดนแล้วยังอยู่เท่าเดิม
- Antifragile = โดนแล้วเก่งขึ้น แข็งแรงขึ้น
มีทางเลือกมากขึ้น
ในชีวิตส่วนตัว : เหมือนกล้ามเนื้อที่ยิ่งใช้งานถูกวิธี ยิ่งแข็งแรง
ในงาน/อาชีพ : ยิ่งเจอ disruption ยิ่ง refine สกิล ระบบ ความคิด จนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
คำถามคือ : เราจะออกแบบ “พอร์ตชีวิต+งาน”
ให้มีคุณสมบัติแบบนี้ได้อย่างไร?
ชีวิตกับงานคือ “ระบบเดียวกัน” ไม่ใช่สองโลกแยก
อย่าใช้วิธีคิดแบบแยกโลกออกเป็น 2 ก้อน :
- ชีวิตส่วนตัว (บ้าน ครอบครัว สุขภาพ ความสุข)
- งาน/ธุรกิจ (เป้าหมาย ผลลัพธ์ ความสำเร็จ)
แต่ในชีวิตจริง เวลาระบบหนึ่งสั่น
อีกระบบก็สะเทือนตาม :
- งานหนักเกิน → สุขภาพเสีย ความสัมพันธ์ตึง
- ปัญหาครอบครัว/สุขภาพ → performance ในงานตก
Antifragility มองทั้งชีวิตกับงานเป็น “ระบบเดียว” ที่เวลาเจอแรงสั่น จะส่งผลเป็นลูกโซ่ทั้งคู่
เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่
> ทำยังไงให้ธุรกิจรอด
แต่คือ
> ทำยังไงให้ “ชีวิต+งาน”
กลายเป็นระบบที่ยิ่งเจอแรงสั่น
ยิ่งเพิ่มความแข็งแรง ความสามารถ และทางเลือก
หลักการ Antifragile ที่ใช้ได้จริงกับชีวิต+งาน
ผมขอเลือกหลักการที่ practical ที่สุดจากแนวคิด Antifragility มา 4 ข้อ แล้วผูกกับทั้งชีวิตและงานในทีเดียว
1) ไม่เอาทุกอย่างไปผูกกับ “จุดเปราะบางจุดเดียว”
ในงาน/อาชีพ :
- ถ้ารายได้คุณมาจากแหล่งเดียว สกิลเดียว
ลูกค้ากลุ่มเดียว คุณเปราะบางมาก
- Antifragile career จะมี **option** หลายทาง: สกิลหลายกลุ่ม, network หลายวง, source of income มากกว่า
ในชีวิต :
- ถ้าคุณปล่อยให้สุขภาพเป็นสิ่ง “ที่ค่อยไปเก็บเอาตอนหลัง” คุณกำลังสร้างจุดเปราะบางที่อันตรายที่สุด
- ถ้าทุกอย่างในชีวิตถูกแขวนบน “ภาพลักษณ์ความสำเร็จ” คุณจะไม่กล้าลองอะไรใหม่ที่เสี่ยงทำให้ภาพนั้นมีรอย
สิ่งที่ทำได้ :
- ดูพอร์ตชีวิต–งานของตัวเองแล้วถามว่า :
“ถ้าจุดนี้พัง ระบบทั้งก้อนสั่นไหม?” ถ้าใช่ นั่นคือ fragility จุดใหญ่ของคุณ
- เริ่มสร้าง “ขาที่สอง ขาที่สาม” ทั้งในรายได้ สกิล และแหล่งเติมพลังชีวิต ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกอย่างผูกกับเสาเดียว
2) ใช้ “Barbell Strategy” กับเวลาและพลังงาน
Barbell Strategy ในโลกการเงินคือการแบ่งพอร์ตเป็น 2 ขั้ว :
- ส่วนที่ปลอดภัยมาก
- ส่วนที่เสี่ยง แต่ใช้เงินส่วนน้อย และมี upside สูง
เอามาใช้กับชีวิต+งานได้แบบนี้ :
ในงาน/อาชีพ :
- ข้างหนึ่ง : งาน/รายได้หลักที่ค่อนข้างมั่นคง
(ไม่ต้องโตแรง แต่เลี้ยงระบบได้)
- อีกข้าง : โปรเจกต์ทดลองเล็ก ๆ
ที่มีโอกาสเติบโตสูง (แต่ถ้าไม่เวิร์กก็เสียไม่เยอะ) เช่น side project, pilot, new skill bet
ในชีวิตส่วนตัว :
- ข้างหนึ่ง : routine ที่ทำให้ร่างกาย–จิตใจอยู่ในสภาพพื้นฐานที่ดี (นอน, ออกกำลังกาย, เวลาคุณภาพกับคนสำคัญ)
- อีกข้าง: กิจกรรมที่ “ท้าทายตัวเองพอให้โต” เช่น ออกกำลังกายยากขึ้นนิดหน่อย, ลองทำสิ่งที่กลัวแต่มีความหมาย, เรียนสิ่งที่เกิน comfort zone
ประเด็นคือ :
> เราไม่ต้องทำทุกอย่างให้ “พอดี” ตรงกลาง
แต่ตั้งใจมีทั้งด้านปลอดภัย และด้านท้าทายไว้
พร้อมกันอย่างมีสติ
3) ตั้งใจ “รับแรงสั่น” ขนาดเล็กบ่อย ๆ แทนการหลบทุกอย่าง
กล้ามเนื้อแข็งแรงเพราะได้รับแรงต้านที่เหมาะสมเป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะเราไม่เคยใช้มันเลย
ในงาน/อาชีพ :
- ลองรับโจทย์ยากที่ต้อง stretch skill
- กล้าขอ feedback ตรง ๆ จากลูกค้า/หัวหน้า/ทีม แล้วใช้ feedback นั้นฝึกใจให้รับและปรับตัว
- ทดลอง present งานต่อคนใหม่ ๆ ที่อาจท้าทายมุมมองของคุณ
ในชีวิตส่วนตัว :
- เผชิญความไม่สบายใจเล็ก ๆ อย่างตั้งใจ เช่น พูดคุยเรื่องที่เคยเลี่ยงกับคนสำคัญ, ลองกิจกรรมที่เราเคยบอกตัวเองว่า “ไม่ใช่สายเรา” แต่มีโอกาสเปิดโลก
- ยอมรับความไม่แน่นอนบางอย่าง (แผนที่เปลี่ยนได้, ตารางที่ไม่ต้องยัดทุกอย่างให้แน่นเกินไป)
แล้วสังเกตว่าคุณรับได้มากกว่าที่คิด
ยิ่งเรา “ฝึกเจอแรงสั่นเล็ก ๆ” บ่อยและมีสติ เราจะทนแรงสั่นใหญ่ได้ดีขึ้น และบางครั้งยังใช้มันเป็นแรงส่งได้ด้วย
4) เก็บ “บทเรียนจากรอยร้าว” ให้กลายเป็นทรัพย์สิน
บทความหนึ่งใช้ภาพ Kintsugi — เครื่องปั้นดินเผาที่แตกแล้วซ่อมด้วยทอง รอยแตกไม่ถูกซ่อน แต่ถูกทำให้เห็นชัดเป็นส่วนหนึ่งของความงาม
คำถามสำคัญคือ :
- เราจัดการกับ “รอยร้าว” ในชีวิตและงานอย่างไร?
- แกล้งทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
- เก็บไว้เป็นความลับ
- หรือทำให้เป็นบทเรียน และใช้มันเป็นทรัพย์สินในการช่วยคนอื่น/ออกแบบระบบใหม่
ในงาน/อาชีพ :
- failure ในโปรเจกต์, การตัดสินใจผิด,
ความสัมพันธ์กับลูกค้าบางรายที่จบไม่สวย —
ถ้าคุณกล้าถอดบทเรียนและสื่อสารในระดับ
ที่เหมาะสม มันกลายเป็น credibility แบบลึก (ไม่ใช่แค่ภาพสวย ๆ)
ในชีวิตส่วนตัว :
- ประสบการณ์เหนื่อยล้า, burnout, ปัญหาสุขภาพ, ความผิดพลาดทางการเงิน — ถ้าเราแค่ “ลืม” เราไม่ได้ antifragile เราแค่กลับไปเสี่ยงใหม่อีกครั้ง
- ถ้าเรายอม “นั่งกับรอยร้าว” สักพัก, เข้าใจมัน,
และเอาไปออกแบบกติกาชีวิตใหม่ มันจะกลายเป็น “ทองที่เคลือบอยู่บนรอยแตก”
Antifragile คือการทำให้รอยร้าว “เปลี่ยนสเปกของเรา” ให้ดีขึ้นจริง ๆ — ไม่ใช่แค่ผ่านไป
สูตรสั้น ๆ : ออกแบบ “ระบบชีวิต+งานแบบ Antifragile”
ลองใช้ 5 คำถามนี้ช่วยออกแบบของคุณเอง
1) จุดเปราะบางหลักของชีวิต+งานตอนนี้คืออะไร?
- ถ้าอันนี้พัง อะไรในชีวิตคุณสั่นมากที่สุด?
2) คุณจะสร้าง “ขาที่สอง/สาม” ตรงนั้นได้อย่างไร?
- ในรายได้, สกิล, สุขภาพ, ความสัมพันธ์
3) ส่วนไหนในชีวิต+งานที่คุณอยาก “ทำเป็น barbell”?
- ตรงไหนคือ base ที่ปลอดภัย
- ตรงไหนคือ small bets ที่กล้าทดลอง
4) คุณจะฝึก “รับแรงสั่นเล็ก ๆ” อะไรเป็นประจำ?
- ในงาน (feedback, project ยากขึ้น, คน/ตลาดใหม่)
- ในชีวิต (กิจกรรมที่ท้าทายตัวเองอย่างเหมาะสม)
5) รอยร้าวในอดีตของคุณบอกอะไร?
- จาก burnout, จาก fail, จากความผิดพลาดทางการเงิน/ความสัมพันธ์
- คุณอยากใช้บทเรียนไหนไปเปลี่ยนดีไซน์ชีวิต+งานใน 12 เดือนข้างหน้าบ้าง?
เขียนคำตอบแบบสั้น ๆ แต่ซื่อสัตย์กับตัวเอง คุณจะเห็นภาพ “ระบบชีวิต+งาน” ของคุณชัดขึ้นมาก
ปิดซีรีส์: จาก “อยู่ให้รอด”
สู่ “ใช้ความผันผวนให้เป็นประโยชน์”
ตลอด 4–5 ตอนที่ผ่านมา เราเดินมาพร้อมกันจาก…
- ตอนที่ 1: ทำความเข้าใจว่าโลกยุคนี้มันเปลี่ยนไปยังไง และทำไมสูตรคิดแบบเดิมเริ่มไม่พอ
- ตอนที่ 2: เริ่มมองชีวิต+การงานแบบ “พอร์ต” ไม่ใช่ทางเดียว
- ตอนที่ 3: เข้าใจว่าทำไมสมองเราถึงกลัวความเสี่ยงมากกว่าที่คิด และใช้เครื่องมือช่วยออกแบบการตัดสินใจ
- ตอนที่ 4: เรียนรู้ Effectuation — เริ่มจากสิ่งที่มี คุมความเสี่ยง และใช้การทดลองเล็ก ๆ เดินไปข้างหน้า
- ตอนที่ 5: เอาทั้งหมดนี้มารวมกัน เพื่อออกแบบ “ระบบชีวิต+งาน” ที่ไม่ใช่แค่ทน แต่ยิ่งถูกทดสอบ ยิ่งแข็งแรงขึ้นในแบบของเราเอง
หวังว่าพออ่านครบชุด คุณจะได้อย่างน้อย 2 อย่าง :
1) เลนส์ใหม่ในการมองโลก
และมองชีวิต–การงานของตัวเอง
2) เครื่องมือเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง
ใน 3–6–12 เดือนข้างหน้า
คำถามสุดท้ายที่อยากชวนคุณคิด คือ :
> ถ้าอีก 3 ปีจากนี้ ชีวิต+งานของคุณ
ต้อง “แข็งแรงขึ้นจากแรงสั่นสะเทือน” ไม่ใช่พังลง
> วันนี้คุณจะเริ่มทำอะไรเล็ก ๆ
ได้ก่อนเลยภายใน 7 วัน?
Sources
[1] 10 Principles to Live an Antifragile Life
https://fs.blog/an-antifragile-way-of-life/
[2] Why resilience isn't enough: The case for antifragile ...
https://www.fastcompany.com/91317307/why-resilience-isnt-enough-the-case-for-antifragile-leadership
[3] Antifragility - Wikipedia
https://en.wikipedia.org/wiki/Antifragility
[4] Antifragility in Work and Life
https://ttfuturesinstitute.com/antifragility-in-work-and-life/
[5] The Antifragile Mindset: Gaining from Disorder as a ...
https://www.linkedin.com/pulse/antifragile-mindset-gaining-from-disorder-personal-abhay-gangadharan-7lgmc
[6] What is Antifragility (With A Career Example) - Frontera
https://fronterabrands.com/antifragility/
[7] Anti-Fragility as We Train Ourselves to Improve
https://zenhabits.net/antifragile/
[8] Embracing Antifragility: Navigating Life's Challenges for ...
https://www.linkedin.com/pulse/embracing-antifragility-navigating-lifes-challenges-carracelas-sassi-amcsf
[9] The gold in the cracks
https://www.fastcompany.com/91446666/the-gold-in-the-cracks
[10] What does Anti-Fragility mean to you?
https://www.drnormanchorn.com/what-does-anti-fragility-mean-to-you
[11] Kathryn Froehlich - The case for antifragile leadership
https://www.linkedin.com/posts/kathrynfroehlich_why-resilience-isnt-enough-the-case-for-activity-7329157644470902785-cbeW
[12] 87 Antifragility Hacks for Building Unbreakable Resilience ...
https://successunlimited-mantra.com/index.php/blog/87-antifragility-hacks-for-building-unbreakable-resilience-to-thrive-under-pressure-stress
[13] The 9 traits of Transformative Antifragile Leaders
https://dominique-ara.com/en/blog/nine-key-traits-of-transformative-antifragile-leadership/
[14] Why resilience isn't enough: The case for antifragile ...
https://www.instagram.com/p/DJJu-j6tCNY/?hl=zh-cn
[15] My 7 Takeaways from Antifragile by Nassim Nicholas Taleb
https://medium.com/@RationalBadger/my-7-takeaways-from-antifragile-by-nassim-nicholas-taleb-b6aeb545c73d
[16] Antifragile or How We Become Fragile
https://www.leadershipnow.com/leadingblog/2013/01/antifragile_or_how_we_become_f.html
แนวคิด
พัฒนาตัวเอง
ธุรกิจ
1 บันทึก
1
3
1
1
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย