Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Wealthy Thai
•
ติดตาม
18 พ.ค. เวลา 10:05 • หุ้น & เศรษฐกิจ
“Asia Tech” หัวใจของ “Supply Chain” เทคโนโลยีของโลก
โอกาสลงทุนรับ “Megatrend” แห่ง “โลกยุคดิจิทัล”… ส่วน “หุ้นญี่ปุ่น” เปลี่ยนผ่านสู่ “โครงสร้างยุคใหม่” !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่?...“หุ้นเทคโนโลยีเอเชีย” เป็นธีมการลงทุนที่เป็นเป้าหมายของเงินทั่วโลก “กำไรโตโดดเด่น-ราคาถูกกว่า” หุ้นเทคฯ สหรัฐ
ที่สำคัญ “เอเชีย” คือหัวใจของ “Supply Chain” เทคโนโลยีของโลก เป็นจุดกำเนิดของ “นวัตกรรม” ยุคใหม่ และยังเป็นตลาดที่มีผู้บริโภคทรงพลังที่สุดในโลกพร้อมรับการเติบโตของเทคโนโลยี
นอกจาก “ไต้หวัน” และ “เกาหลีใต้” ที่เป็นผู้นำในด้านเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) แล้ว
“ญี่ปุ่น” ก็เป็นเจ้าของ "โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ" ที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรม AI
ส่วน “จีน” ก็มีหุ้นกลุ่มเทคโนยียังมีระดับราคาไม่แพงและมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกมาก ทำให้ “หุ้นเอเชียเทคฯ” มีบริษัทเทคฯ ที่มีศักยภาพเติบโตที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ทำไม “Asia Tech” และ “หุ้นญี่ปุ่น” จึงเป็น 2 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมๆ กันได้เลย
“Asia Tech” โอกาสลงทุนรับ “Megatrend” แห่ง “โลกยุคดิจิทัล”
สำหรับ “หุ้นเทคโนโลยีเอเชีย” (Asia Tech) ได้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของโอกาสลงทุน เพราะได้ประโยชน์เต็มๆ จากการเป็นผู้ถือวัสดุต้นน้ำและผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นหัวใจของห่วงโช่อุปทานของ AI ซึ่งมีความต้องการใช้งานพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง
โดย “สุภาพร ลีนะบรรจง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี บอกว่า หุ้นเทคโนโลยีในเอเชียมีศักยภาพเติบโตสูง จากการมีบทบาทสำคัญในฝั่งผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย ยิ่งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มีการลงทุนมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้บริโภค บริษัทผู้ผลิตก็จะยิ่งได้รับประโยชน์
ภาพที่ชัดเจนคืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ วัสดุสำคัญในการผลิตชิปที่อยู่ใน AI, สมาร์ทโฟน, รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึง Data Center ประเทศผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อย่าง ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และจีน ล้วนอยู่ในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของโลกจากการเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีที่แท้จริง
“นอกจากนี้ ‘หุ้นเทคโนโลยีในเอเชีย’ กำลังสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก และราคาหุ้นยังไม่แพง โดย P/E ของ ‘MSCI Asia Pacific Info Tech Index’ อยู่ที่ประมาณ 13 เท่า ขณะที่กำไร (EPS) มีแนวโน้มเติบโตสูงจากแรงหนุนของความต้องการใช้งาน AI และการลงทุนอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscaler) รวมทั้งแรงหนุนจากเมกะเทรนด์อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบอัตโนมัติ (Automation)
และ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ส่งผลให้ตลาดเทคโนโลยีเอเชียเติบโตสู่ระดับมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่การขยายขนาดตลาดเท่านั้น แต่ขยายสู่ความหลากหลายของธุรกิจ จากการเติบโตเดิมในกลุ่มฮาร์ดแวร์ ขยายไปสู่กลุ่มซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล ด้วยเช่นกัน” (ที่มา : Wellington Management, FactSet, MSCI โดยเป็นข้อมูลตั้งแต่ 31 ม.ค. 06 – 30 ก.ย. 25) จึงเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีของเอเชีย”
“หุ้นญี่ปุ่น” อีกธีมน่าสนใจเปลี่ยนผ่านก้าวสู่ “โครงสร้างยุคใหม่”
ในขณะที่ “จุมพล สายมาลา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.พรินซิเพิล บอกว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ลงทุน โดยมีปัจจัยมาจาก 1) ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้เงินทุนส่งผลให้ภาคธุรกิจสามารถสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment: ROI) เพิ่มขึ้น รวมถึงการซื้อหุ้นคืนที่มีมูลค่าทำสถิติสูงสุดใหม่
2) การสิ้นสุดภาวะเงินฝืดที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้บริษัทมีความสามารถตั้งราคาสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของกำไรบริษัทและอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity: ROE) รวมถึงตลาดหุ้นกลับมาเติบโต นอกจากนี้ พื้นฐานของบริษัทญี่ปุ่นยังแข็งแกร่งกว่าสหรัฐและยุโรป สะท้อนจากการเติบโตของอัตรากำไรต่อหุ้น (EPS Growth) อัตราการจ่ายเงินปันผลที่เติบโตอย่างชัดเจน
3) มูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ สะท้อนว่าราคาหุ้นยังมี Upside ที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้อีกในระยะยาว ขณะที่ Forward EPS Growth หรือกำไรต่อหุ้นล่วงหน้า (คาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า) สูงกว่าของสหรัฐ นับตั้งแต่นโยบาย Abenomics และการเติบโตของเงินปันผลอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสหรัฐ
และ 4) นโยบาย “Sanaenomics” เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต โดยรัฐบาลภายใต้การนำของ “Sanae Takaichi” นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ขับเคลื่อนการเติบโตครั้งใหม่ผ่านการผนึกกำลังของภาครัฐและเอกชนเพื่อลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ใน 17 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์, AI และ Automation ฯลฯ เพื่อยกระดับความสามารถ การแข่งขันในระยะยาวให้กับประเทศ
“นอกจากนี้ เงินสดในภาคครัวเรือนจำนวนมากของญี่ปุ่น กำลังไหลเข้า สู่ตลาดหุ้นผ่านนโยบาย NISA ที่มีเป้าหมายส่งเสริมการลงทุน โดยการเปลี่ยนเงินออมในภาคครัวเรือนเป็นเงินลงทุน เพื่อขับเคลื่อนตลาดหุ้นและเศรษฐกิจญี่ปุ่นผ่านการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จึงเป็นโอกาสลงทุนใน ‘หุ้นญี่ปุ่น’ รับช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ช่วยหนุนภาคธุรกิจสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาวะเงินฝืดถึงจุดสิ้นสุด มูลค่าหุ้นยังไม่แพง”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งรองรับ “แนวโน้มกำไรโตดี-ราคาไม่แพง” และพร้อมจะเติบโตไปกับ “โลกยุคดิจิทัล” เชื่อว่าทั้ง 2 ธีมการลงทุน “Asia Tech” และ “หุ้นญี่ปุ่น” จะเป็นทางเลือกที่เติมเต็มพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี
การลงทุน
เศรษฐกิจ
กองทุน
2 บันทึก
2
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย