วันนี้ เวลา 07:57 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

KGGB แม่นยำแค่ไหน

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ล่าสุดมีข่าวที่น่ายินดีต่อจากการจัดหาเครืองบินขับไล่ Gripen E/F มาทดแทนเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ฝูงบิน 102 กองบิน 1 โคราช ซึ่งก็มีการถลงไปเมื่อวานนี้โดยพลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกทหารอากาศ
แต่ว่าข่าวนี้ไม่ใช่การจัดหาเครื่องบินขับไล่หรือเครื่องบินโจมตี เป็นการจัดหาชุดคิทติดตั้งระเบิดนำวิถี KGGB เข้าประจำการเพิ่มเติม เรื่องราวนี้จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ
เพจ Military Weapons อาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร รายงานว่ากองทัพอากาศไทยได้รับมอบชุดนำวิถีความแม่นยำสูงแบบ KGGB ของ LIG Nex1 ประเทศเกาหลีใต้ เพิ่มเติมล็อตที่ 3 จำนวน 10 ชุด ซึ่งได้ใช้ในการรบเป็นครั้งแรก โดยติดตั้งกับระเบิดไม่นำวิถี Mk.82 ขนาด 500 ปอนด์ ให้สามารถโจมตีเป้าหมายระยะไกลได้ในระหว่างการปะทะกับกองทัพเขมร เมื่อปีพ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา
ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาตรวจเยี่ยมฝูงบิน F-16 ที่กองบิน 4 ตาคลี
สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าในระหว่างการปะทะเหตุการณ์ชายแดนไทย - เขมร ที่ผ่านมา เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยได้ใช้งาน KGGB ซึ่งเป็นชุดคิทติดตั้งระเบิดนำวิถีด้วย GPS ที่พัฒนาโดยบริษัท LIG Nex1 ของเกาหลีใต้ เพื่อโจมตีเป้าหมายทางทหารของเขมรตามแนวชายแดน โดยการโจมตีทางอากาศในครั้งนั้น ได้ทำลายกองบัญชาการ, คลังยุทโธปกรณ์หลายแห่ง และระบบจรวด BM-21 Grad
ทหารในสังกัดกองทัพอากาศไทยระบุว่า การโจมตีทางิอากาศที่แม่นยำในครั้งนั้น เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางทหารในวงกว้าง เพื่อตอบโต้การบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตไทยของกัมพูชา การสู้รบเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมพ.ศ. 2568 และได้ขยายตัวไปยังหลายอำเภอ ในจังหวัดสุรินทร์ ภาคอีสานตอนใต้ และทางภาคตะวันออก
แหล่งข่าวทางทหารของไทยยืนยันว่าการใช้ระเบิดนำวิถีดังกล่าวมีเป้าหมายชัดเจน คือเพื่อเผาหน่วยทหารปืนใหญ่ของกัมพูชาให้กลายเป็นซาก และป้องกันการโจมตีเพิ่มเติมต่อที่มั่นของฝ่ายไทยเพื่อให้ทหารไทยรวมถึงประชาชนไม่ต้องไปป่าช้ากันหลายคน
การใช้อาวุธแม่นยำสูงถือเป็นมาตรการที่มีการวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และลดความเสียหายต่อพลเรือนบริเวณแนวชายแดน
F-16ADF ไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มเติมก็สามารถติดตั้ง KGGB ได้
ในเดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2565 เว็บไซต์ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ได้เผยแพร่เอกสารแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร และรายละเอียดค่าใช้จ่าย ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ลงวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ถึงโครงการจัดซื้อชุดคิทเพิ่มระยะและทำให้เป็นระเบิดนำวิถี (Guidance-Extended Range Kits)
สำหรับระเบิดเอนกประสงค์ขนาด 500 ปอนด์ จำนวน 10 Set พร้อมอุปกรณ์สนับสนุน เจ้าของโครงการ คือ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ กองทัพอากาศไทย ซึ่งประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 48 ล้านบาท ($1.3 million) แหล่งที่มาของราคากลาง (ราคาอ้างอิง) มีรายเดียวคือ บริษัท LIG Nex1 Co., Ltd. สาธารณรัฐเกาหลี
ซึ่งบ่งชี้ได้ว่า โครงการนี้จะเป็นการจัดซื้อชุดระเบิดร่อนนำวิถีด้วยดาวเทียม GPS แบบ Korean GPS Guided Bomb (KGGB) สำหรับกองทัพอากาศไทย และตามมาด้วยอีกจำนวน 10 Set พร้อมอุปกรณ์สนับสนุน วงเงิน 54 ล้านบาท ($1.4 million) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565
เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 กองทัพอากาศไทย ได้รับมอบชุดระเบิดร่อนนำวิถีดาวเทียมชุดแรก และได้ดำเนินการฝึกการใช้งานระเบิดร่อนนำวิถีดาวเทียม KGGB ครั้งแรกแล้ว โดยการทดสอบดังกล่าว ระเบิดร่อนนำวิถีดาวเทียม KGGB ได้ถูกติดตั้ง และทำการปล่อยจากเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย ณ การฝึกทดสอบในสถานที่ที่ไม่เปิดเผยในประเทศไทย
รวมถึงกองทัพอากาศ ได้ทำการติดตั้งชุดระเบิดร่อนนำวิถีดาวเทียม KGGB กับลูกระเบิดทำลายอเนกประสงค์ RWM Mk. 82 ขนาด 500 ปอนด์ ซึ่งผลิตในไทย โดยกรมสรรพาวุธทหารอากาศ (สพ.ทอ.) นำมาใช้งานกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ในสถานการณ์จริง
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568 กรมสรรพาวุธทหารอากาศ กองทัพอากาศไทย ออกเผยแพร่แผนจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ 2568 ในโครงการจัดหาอุปกรณ์นำวิถี และเพิ่มระยะ รหัส KGGB จำนวน 10 ชุด
หน่วยงานเจ้าของโครงการ คือ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ (M68090015239) ลงวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568 รหัสแผนจัดซื้อจัดจ้าง P68090021176 งบประมาณโครงการ 46,414,500.00 บาท (สี่สิบหกล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นสี่พันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยคาดว่าจะประกาศจัดซื้อจัดจ้างได้ ภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2568
เครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช
สำหรับการจัดซื้อครั้งนี้ นับเป็นการจัดซื้อ “ล็อตที่ 3” ซึ่งในเมื่อไม่กี่วันมานี้ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 บริษัท LIG Nex1 ของเกาหลีใต้ ได้ยืนยันว่าส่งมอบชุด KGGB ล็อตที่ 3 จำนวน 10 ชุด ให้กองทัพอากาศไทยแล้ว
สำหรับระเบิดนำวิถีด้วยดาวเทียม Global Positioning System (GPS) และ Inertial Guidance System (INS) เป็นอาวุธนำวิถีที่มีความแม่นยำ (Precision-guided Munition: PGM) ใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศ และไม่ต้องการระบบการชี้เป้าหมาย
เป็นที่ทราบกันดีว่ากองทัพอากาศไทยไม่มี JDAM แต่มีสิ่งที่เทียบเคียงกันได้ คือ ระเบิดนำวิถีด้วยดาวเทียมแบบ Korean GPS Guided Bomb (KGGB) คุณสมบัติที่สำคัญ ของชุดระเบิดร่อนนำวิถี KGGB คือสามารถติดตั้งใช้งานได้โดยไม่ต้องมีการดัดแปลงโครงสร้างอากาศยาน หรือชุดคำสั่งเพิ่มเติม โดยการบันทึกข้อมูลภารกิจล่วงหน้าให้กับอุปกรณ์หน่วยแสดงผลนักบิน Pilot Display Unit (PDU) ซึ่งนักบินจะนำไปไว้กับตนเองในห้องนักบินของเครื่อง
KGGB สามารถติดตั้งกับตำบลอาวุธของเครื่องบินรบที่จุดแข็ง รองรับลูกระเบิด Mk. 82 โดยนักบินจะทำการบินเครื่องเข้าสู่ตำแหน่งห่างจากเป้าหมายที่กำหนด PDU จะสื่อสารข้อมูลแบบไร้สายกับชุดปีก นักบินจะทำหน้าที่ปลดระเบิดที่จะนำวิถีร่อนเข้าหาเป้าหมายเอง อธิบายให้เข้าใจง่ายคือสามารถยิงได้ตั้งแต่เครื่องบินรบฝ่ายเราอยู่เหนืออุบลฯไปถึงฐานทัพในจังหวัดพระวิหารได้
F-16 ฝูงบิน 103 บินโชว์วันเด็กพ.ศ.2569 ที่กองบิน 6 ดอนเมือง
ทำให้อากาศยานหลายแบบของกองทัพอากาศไทย เช่น เครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH, เครื่องบินขับไล่ F-16MLU และเครื่องบินขับไล่ F-5TH สามารถใช้งานชุดระเบิดนำวิถีร่อน KGGB กับลูกระเบิดทำลาย Mk. 82 ที่ผลิตในไทยโดยกรมสรรพาวุธทหารอากาศได้ โดยไม่ต้องมีการดัดแปลงเพิ่มเติม
จากข่าวที่ว่ามีการพัฒนาชุดคิทระเบิดร่อนนำวิถีด้วยดาวเทียมแบบ KGGB (Korean GPS-Guided Bomb) รุ่นที่ 2 (KGGB 2) นั้น จะมีการติดตั้งระบบค้นหา และควบคุมเพิ่มเติม ซึ่งทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายที่เป็นวัตถุที่เคลื่อนที่ได้ โดยการทำงานร่วมกับระบบค้นหาอินฟราเรดระดับกลาง (Mid-infrared Seeker), เรดาร์กึ่งแอคทีฟ (Semi Active Radar: SAL) และระบบเชื่อมโยงข้อมูลอาวุธ (Weapons Data Link: WDL)
นอกจากนี้ น้ำหนักระเบิดที่ KGGB 2 สามารถติดตั้งได้ จะเพิ่มขึ้นจาก 500 ปอนด์เป็น 1000 ปอนด์ ซึ่งเป็นระเบิดที่กองทัพอากาศไทยไม่มี เพราะในปัจจุบันเมื่อสแกนคลังแสงกองทัพอากาศไทยพบว่ามีประจำการด้วยระเบิดเอนกประสงค์ไม่นำวิถี และระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ขนาด 500 และ 2000 ปอนด์ ไม่มีขนาด 250, 750 และ 1000 ปอนด์
สำหรับชุดคิทระเบิดร่อนนำวิถีด้วยดาวเทียม KGGB รุ่นแรกที่กองทัพอากาศไทยมีอยู่นั้น สามารถติดตั้งเข้ากับระเบิดไม่นำวิถีขนาด 500 ปอนด์ ซึ่งผลิตโดยกรมสรรพาวุธทหารอากาศ กองทัพอากาศไทย
40 ยังแจ๋วแต่ F-16 ยังไม่เก่าตามยุค
การติดตั้งชุดคิท KGGB เข้ากับระเบิดขนาด 500 ปอนด์ที่ไม่นำวิถี จะทำให้ระเบิดยุคสงครามเย็นที่ทิ้งไปตามยถากรรมหรือโดนเป้าหมายมั่วซั่วให้กลายเป็นระเบิดนำวิถีด้วยดาวเทียม (GPS) ขนาด 500 ปอนด์ โดยมีพิสัยการร่อนโจมตีระหว่าง 85 - 103 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องบินที่ใช้ในการรบและความสูงที่ปล่อย
ซึ่ง KGGB จะนำวิถีด้วย GPS-aided INS เป็นการโจมตีแบบยิงแล้วลืม (Fire and Forget) ซึ่งมีข้อดีคือไม่ต้องชี้เป้าให้ระเบิดตลอดเวลาเหมือนระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ตระกูล Paveway II ทำให้ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสภาพอากาศ และการชี้เป้า
จึงสามารถโจมตีได้ทั้งยามฝนตกหนัก ท้องฟ้ามีเมฆมาก มีหมอกหนา หรือแม้กระทั่งยามกลางคืน โดยระเบิดจะร่อนโจมตีด้วยความเร็ว 987 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (~274 เมตรต่อวินาที) และมีค่าความคลาดเคลื่อน (CEP) ระหว่าง 4 - 6.9 เมตร สามารถติดตั้งกับ F-16, F-5 และ T-50 ของกองทัพอากาศไทย
จากซ้ายไปขวา พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ พลอากาศเอก อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลอากาศเอก เสกสรรค์ คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพลอากาศเอก อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสนาธิการทหารอากาศ
ในยุทธการศตวรรษที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคมพ.ศ.2568 กองทัพอากาศไทยได้นำชุดคิทระเบิดร่อนนำวิถีด้วยดาวเทียมแบบ KGGB มาใช้งานกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ในการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินทั้งรถถัง , รถยิงขีปนาวุธหลายลำกล้อง BM-21 , กองบัญชาการและค่ายทหารเพียงแต่ว่าไม่ได้เปิดรายละเอียดว่าปฏิบัติการณ์ในพื้นที่ใดบ้าง เนื่องด้วยเหตุผลทางด้านความมั่นคง
วันที่ 10 ธันวาคมปีเดียวกันไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า จากการปฏิบัติการป้องกันอธิปไตยไทยตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมเป็นต้นมา กองทัพบกสูญเสียกำลังพลผู้กล้าหาญท่านแรก คือ จ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต และเหล่าทหารผู้กล้าผู้ซึ่งลุกขึ้นยืน ณ แนวหน้า ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติของทหารอาชีพ และท่านได้มอบชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย
ทั้งนี้ เพื่อสดุดีเกียรติยศและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของวีรชน กองทัพบกจึงประกาศนามการรบในครั้งนี้ว่า "ยุทธการศตวรรษ" เพื่อเกียรติศักดิ์แห่งผู้ปกป้องแผ่นดิน ซึ่งการเสียสละของพวกเขา เหล่าทหารกล้า ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์หนึ่งในสนามรบ แต่เป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ของกองทัพบก เป็นบทพิสูจน์แห่งศรัทธา หน้าที่ และการไม่ยอมถอย เมื่อผืนแผ่นดินไทยถูกคุกคาม
ในช่วงการปะทะรอบใหม่ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพกัมพูชาที่ดำเนินมาระหว่างวันที่ 7-27 ธันวาคม พ.ศ.2568 และมีการรบเกิดขึ้นตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศตั้งแค่จังหวัดชายแดนภาคอีสานตอนล่างในความรับผิดชอบกองทัพภาคที่ 2 และภาคตะวันออกของกองทัพภาคที่ 1 กองทัพบกไทย
รวมถึงพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือไทยและนาวิกโยธินไทยใน กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด และ หมวดเรือลาดตระเวนชายแดนในอ่าวไทย การใช้ระเบิด KGGB จากเครื่องบินขับไล่ F-16 เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยที่ไม่มีความสูญเสียต่อพลเรือนฝ่ายตรงข้าม
F-16 กองทัพอากาศสิงคโปร์
หลังจากสิ้นสุดการปะทะใหญ่ในปี 68 เครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน103 กองบิน 1 โคราชและเครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน403 กองบิน 4 ตาคลี การประดับตกแต่งภาพวาดแต้มสังหารที่เป็นภาพวาดเล็กๆของอาวุธที่หลากหลายชนิดที่นำมาใช้แต่สื่อถึงความยิ่งใหญ่ของกำลังรบที่ใช้โดยกองทัพอากาศไทยในการรักษาอธิปไตย ทั้งลูกระเบิดอากาศทำลายอเนกประสงค์ Mk 82 ขนาด 500lbs และ Mk 84 ขนาด 2,000lbs ระเบิดนำวิถี laser แบบ Pavway II และ LIZARD 3 รวมถึงระเบิดนำวิถีร่อนดาวเทียม KGGB ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ต่อมาเมื่อมีการฝึกผสมทางอากาศ Cope Tiger 2026 ระหว่างกองทัพอากาศไทย , กองทัพอากาศสิงคโปร์ , และกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทย โดยดำเนินขึ้นระหว่างวันที่ 15-27 มีนาคม พ.ศ.2569 ณ กองบิน1 จังหวัดนครราชสีมา
สำหรับกำลังฝึกทางอากาศในส่วนของกองทัพอากาศไทยมีหนึ่งในอากาศยานที่ได้ความสนใจจากการใช้ชุดคิทระเบิดร่อนนำวิถีด้วยดาวเทียม KGGB ร่วมกับระเบิดไม่นำวิถีขนาด 500 ปอนด์คือเครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน103 กองบิน1 โคราชและฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
ซึ่งจะเห็นได้ว่าการมีเครื่องบินขับไล่แบบนี้ต่อให้เป็นอากาศยานยุคสงครามเย็น ก็มีความสามารถในการใช้อาวุธทันสมัยได้ไม่แพ้เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 แบบใดในโลก
F-16 ติดตั้ง KGGB
ข้อมูลจำเพาะของ Korean GPS-Guided Bomb (KGGB)
- ประเภท: ระบบอาวุธนำวิถีร่อนจากอากาศสู่พื้น
- ใช้งานกับ: ระเบิดเอนกประสงค์แบบธรรมดา MK-82
- ผู้ผลิต: บริษัท LIG Nex1 ประเทศเกาหลีใต้
- น้ำหนัก: ชุดคิท KGGB 316 กิโลกรัม, ระบบนำวิถี GPS หนัก 89 กิโลกรัม และระเบิดเอนกประสงค์แบบ Mk. 82 หนัก 227 กิโลกรัม
- ยาว: 2.5 เมตร
- กว้าง: 3.24 เมตร
- ระยะปฏิบัติการ: 85 - 103 กิโลเมตร
- ความสูงที่สามารถปฏิบัติการ: 25,000 - 35,000 ฟุต
- ความเร็ว: 0.8 มัค หรือ 987 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ระบบนำวิถี: GPS-aided INS (ยิงแล้วลืม)
- ค่าความคลาดเคลื่อน: อัตราความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับ
ช่างสรรพาวุธกองบิน 1 ติดตั้ง KGGB ให้กับ F-16
การจัดหาชุดคิทระเบิดร่อนนำวิถีด้วยดาวเทียม KGGB มาใช้งานกับเครื่องบินรบในกองทัพอากาศไทยถือว่าเป็นการรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกยุคปัจจุบัน จากเดิมที่นิยมใช้ระเบิดไม่นำวิถียุคสงครามเย็นมาใช้โจมตีเป้าหมาย ทำให้ต้องพัฒนามาถึงขั้นที่ใช้ระเบิดติดตั้งชุดคิทนำวิถีสมัยใหม่โจมตีต่อเป้าหมาย นี่คือหลักนิยมของกองทัพอากาศไทยในสมัยนี้ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Airlinesweek
WassnaNanuam
Chaiyan AngKhakhummool
คุณวัชย์ชนัน ภัชร์จรินท์ญา
Military Weapons อาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร
Puwanai Pasakul
NuerNava
เรียบเรียงโดย : ROOSTER
โฆษณา