20 พ.ค. เวลา 01:26 • ปรัชญา
คนบ้าหนังสือจริงๆแต่ไม่บ้าอยากได้เงินเยอะๆ
ถึงแม้ตัวเองจะไม่ได้รวย ไม่มีเงินถึงหลักล้าน
ก็คงจะเลือกหนังสือ 1 ล้านบาท
คนแบบนี้มีไหม มีแต่คงจะน้อยมากๆ
ยิ่งในยุคนี้ด้วย
ส่วนคนที่เลือกหนังสือ 100 บาท
เราว่าก็คงอาจจะมีอยู่พอสมควร
เพราะเงินมันแค่ 100 บาท
บางคนไม่เอาเงินได้ เอาหนังสือแทน
ยิ่งโดยเฉพาะคนที่ชอบหนังสือนะ
คงเลือกหนังสือแทนเงิน 100
แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆอีกเช่น
หนังสือนั้น ให้เราเป็นคนไปเลือกเอง
หรือเลือกหนังสือมาให้แล้ว
เพราะถ้าเลือกมาให้แล้ว
เป็นหนังสือที่เราไม่ได้สนใจ
ส่วนตัวเราคงไม่เอาหนังสือ
เอาเงิน 100 บาทแทน
หรือเอาเงิน 1 ล้านบาทแทน
แต่ถ้าถึงแม้ให้เราเป็นคนไปเลือกหนังสือเอง
หนังสือ 1 ล้านบาท ในยุคนี้เราก็คงไม่เอา
เราไม่ได้ต้องการหนังสือ 1 ล้านบาท
ซึ่งจะต้องหลายเล่มขนาดนั้น ถึงจะครบจำนวนเงิน 1 ล้านบาท คละกันไปราคา
หนังสือที่ชอบมีหลายราคา ราคากลางๆ
ราคาสูงๆ
เราก็คงจะเลือกเป็นเงินแทน 1 ล้านบาท
แล้วไปซื้อหนังซื้อเอง เอาจำนวนและเรื่องที่ตนเองอยากได้ หรือหาเจอ ที่ชอบที่สนใจ
ส่วนเงิน 100 บาท กับหนังสือ 100 บาท
ส่วนตัวเราเลือกหนังสือ
สรุปคำตอบของเราก็คงจะเข้าข่ายในแบบที่ผู้ตั้งคำถามคาดเดาวิเคราะห์ไว้ในคำตอบของคนส่วนใหญ่ที่จะออกมาเป็นแบบไหน
แต่เราก็มีเหตุผลแบบนั้นแหละที่บอกไป
ว่าทำไมเราถึงเลือกแบบนั้น
ทั้งๆที่เราก็ชอบหนังสือเช่นกัน
หรือแม้เราจะมีเงินหลักล้านอยู่แล้ว
หรือรวยอยู่ด้วย เราก็จะเลือกในแบบที่เลือกแบบนี้อยู่ดี
และเงิน 1 ล้านที่เลือกมา เงินที่เหลือเยอะ
จากการซื้อหนังสือไปแล้ว
เราก็จะเอาไปใช้อื่นๆได้อีก
ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เช่นช่วยเหลือคนอื่นๆที่เขาขาดแคลน
หรือถ้าคนที่เขาให้เราเลือก
เขาตั้งข้อห้ามไว้ว่า ถ้าเลือกเงิน 1 ล้าน
ห้ามเอาไปซื้อหนังสือ
เราก็ทำได้ เราก็ไม่ซื้อหนังสือ
หรือจะห้ามให้เอาไปช่วยเหลือแจกจ่ายคนอื่นๆต่ออีกไหมล่ะ จะห้ามอันนี้ด้วยไหม
คำถามนี้ คนรวยอยู่แล้วคนมีพลัง ตอบได้สบายๆ
เราคิดเช่นนั้น
หรือคนรวยแต่งก โลภมาก จะเอาอีกก็แล้วแต่
นานาจิต
แต่คนที่ไม่มีสิ คำถามนี้ก็ตอบง่ายมากเช่นกัน
เขาก็ต้องเอา 1 ล้านอยู่แล้ว
เข้าใจดีว่าคำถามแบบนี้ในยุคสมัยนี้
เรื่องหนังสือ
การอ่านหนังสือกับคนยุคสมัยนี้
และหน้าจอ
และการตลาดของหนังสือที่พ่ายแพ้อ่อนกำลังลงไปมากๆ ยิ่งในไทยนี่ปิดตัวไปมากแล้วเช่นกัน
พวกหนังสือรายเดือน รายสัปดาห์
ส่วนหนังสือนิยายและแนวอื่นๆก็อยู่ยาก
ลำบากเช่นกันหมด
โฆษณา