วันนี้ เวลา 09:56 • ความคิดเห็น
เรื่องราว เมื่อเรามีกาย ที่เรื่อง ที่เราใช้กาย ไปสัมผัส มีวิญญาณ ทั้งหก ไปสัมผัส เรื่องราวต่างๆ ไม่ว่า ความรู้ การอ่าน การฟัง สัมผัสต่างๆ เกิดขึ้น เช่น ตาเห็นภาพ ก็ส่งเป็น เคลื่อนกระแสไฟ ส่งไปที่สมอง เป็นเสมือน ศูนย์อย่างหนึ่ง แล้ว สมองก็ส่งไปให้จิต ..(จิตเราจริง มันยั่งไม่ตื่น) จิตก็ส่งต่อไปที่ ธาตุทั้งสี่ ไปสะกิด เรื่องราวต่างๆ ที่บันทึก เก็บสะสมมา มีชอบใจ ไม่ชอบใจ ในสิ่งที่จดจำ เคยสัมผัสมา ธาตุทั้งสี่ ก็ส่งขึ้นมาที่จิต เป็นอารามณ์ ส่งต่อไปที่สมอง เป็นอารมณ์นึก๕ิด ในสิ่งที่สัมมเกิดขึ้น
แล้วยามที่อยู่เฉยๆ อารมณ์ที่อยู่กับธาตุทั้งสี่ ก็ไห้ลขึ้นมา ปรุงแต่งไปที่หัว วิญญาณทั้งหก มีอารมณ์ปรุง ต่างเกิดขึ้น .ที่เค้าเรียกว่าอารมณ์กรรมตัวกระทำ นั่นจึงเป็นเรื่องราวที่ว่า อารมณ์ปิดปิด อารมณ์นึกคิด ที่เกิดขึ้น จิตก็ไหลเข้าไปยึดอาราธนานึกคิด ที่เกิดขึ้น ว่า เป็นของตน
ครวนี้ หากเรามาเรียนรู้จัก คำว่า จิต พระพุทธเจ้าท่านก็ทำกายนิ่ง เป็นหินเป็นเสา พระสาวกท่านก็ทำตาม กายนิ่ง จิตก็นิ่งไปตามกาย นิ่งเพื่อปลดเปลื้อง ทุกข์..กายมันเจ็บปวด ก็ทำกายนิ่ง นั่งพับเพียบ จิตมีสตินี่ ก็นั่งนิ่งๆ นั่งพับเพียบ สมมุติว่า ครึ่งชั่วโมง เราก็นั่งไปจนครบเวลา
กายมันปวด เจ็บปวดเราก็ทน บังคับกายนิ่ง ไม่กระดุกกระดิก สิ่งที่ทำให้กายไม่นิ่ง นั้งเฉยไม่ได้ ก็คือ อารมณ์ นึก๕ิด พออารมณ์นึกคิดเกิดขึ้น จิตไปยึด อารมณ์ที่ให้ทุกเจ็บปวด ยึดอารมณ์ที่เป็นทุกข์ วางไม่ได้ ปลดปล่อยไม่ได้ จิตก็เกิดความกลัว กลัวกายจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ขยับเขยื้อนกาย ทนทุกข์ทรมานไม่ไหว จิตก็ผ่านทุกขเวทนา ไม่ได้
คราวนี้ คนที่ไม่เคยฝึกหัด ก็ไม่สามารถ ที่จะเรียนรู้ ไปถึงคำว่า จิตอารมณ์อยในกายของคุณบิดามารดา ก็เลยไม่จักคำว่า จิตของตนเองเลย อยู่ไปจนแก่เจ็บชรา ก็เป็นอารมณ์ที่ยึดถือไปเสียทั้งหมดแม้นามตื่นยามนอน มีแต่อารมณ์นึก๕ิด ไอ้ที่จะทำให้กาย ปราศจากอารมณ์เสียบ้าง ทำไม่ได้เลย เค้าจึงมีคำว่า จิตทาสีทาสา จิตที่ดป็นทาสของอารมณ์ จิตเลิกทาสไม่ได้เลย
ต่อให้เรียนรู้ สูงแค่ไหน ใหญ่โตยิ่งใหญ่ในโลกเป็นจักรพรรดิ คนจน คนรวย แม้แต่ฤาษีดาบส ทำกายนิ่งได้แต่ก็ ไม่สามรถปลดเปลื้องอารมณ์ได้ นั่นก็สิ่งที่ว่า ขันติเป็นบารมี ปลดเปลื้องทุกข์ สลัดทุกข์ออกไปจากจิต จิตไม่ยึดทุกข์ ปลดเปลื้องทุกข์ ที่มีเรื่องราวของแสงรัตนะ มาช่วยสะสางสีต่างๆ สีเวรกรรม ออกไปจากธาตุทั้งสี่ ให้ธาตุทั้งสี่ ในกาย กลายเป็นแก้วเจียระไน ก็เรียนรู้จัก จิตของตนเองไม่ได้ ว่า ตกเป็นจิตทาสีทาสา เป็นทาสของอารมณ์นึกคิด ต้องมาเกิดแก่เจ็บตาย ไม่รู้จักเบื่อ นับชาติไม่ได้
ชาตินี้เป็นมนุษย์ ไม่รู้ชาติหน้า วันข้าหน้า จะมีกายเป็นอะไร ส่วนผู้ที่เค้า มีกายเป็นมนุษย์ สร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรม เค้าเหมือนเดินสวนทางกระแสโลก พายเรือทวนน้ำ นำพาให้จิต ไปสู่ ท่า ท่านบุญกุศล ท่านี้ เมือพายเรือไปถึง ก็มีกายเป็นบุญ กายเทพยดาอินทร์พรหม
หากไม่รู้จัก พายเรือทวนน้ำ ทวนกระแสอารมณ์นึกคิด แต่กับปล่อยกายปล่อยจิต ปล่อยเรือตามน้ำ เมือเรือแตก จิตก็ตกลงไปใต้ท้องน้ำ .เป็นเหยื่อกุ้งหอยปูปลา ที่ว่า ทางเดินของสัตว์ผู้มีกรรม มีกายเป็นกรรมให้อาศัย กุ้งหอยปูปลา วนเวียนว่ายตายเกิด ในท้องทะเล ผลัดกันเกิดมากินซึ่งกันและกัน แล้วเมื่อไหร่ จะขึ้นบกมีกายเป็นมนุษย์ คงต้องอยู่ในท้องทะเลยาวนาน นับชาติไม่ได้ เกิดตายๆ ในท้องทะเล
เรื่องราวต่างๆ ที่เรา ก็สามารถดูได้ จากข่าวคราวต่าง ๆ ทำไมคนที่เรียนสูง มีความรู้ความสามารถ แล้วทำไม ชีวิตต้องไปติดคุก ไปทุกข์ทรมาน เรื่องราวของโลกธรรม มีลากมียศ ทรัพย์สินเงินทอง ก็ว่าดี พอเสื่อมลาภเสื่อมยศ เสื่อมวาสนา ชีวิตเป็นอย่างไร มีความสุขดีมั้ย ยิ่งตอนเสื่อมลาภ เสื่อมวาสนา ร่าวกายเจ็บป่วย มันเป็นอย่างไรบ้าง ใช้ร่างกายมีความสุขมั้ย .เราก็พอเรียนรู้ได้ด้าย ตาและหูของเรา เราก็นำมาใคร่ครวญพิจารณา เรื่องราวของโลกธรรม ที่ว่า จ้ตนั้นหลงไหล แล้วเราหลงใหล เหมือนเค้ามั้ย ในเรื่องราวโลกธรรม
เมื่อเราจะไม่ไปหลงใหล เรื่องราวเหล่านี้ เราจะใช้ สติสัมปชัญญะ หันมาดูตัวเราเอง .เราจะเป็นหลงใหล โลกธรรมมั้ย . นั้นจึง เป็นเรื่องราวที่ยากจะรู้จักได้ .โลกธรรม
คราวนี้ มาพิจารณา เรื่องราวของการที่เราได้กายมาเสมือนเรือลำหนึ่ง ให้จิตนั่พายเรือ ทวนน้ำ ไปหาท่าบุญกุศล ทวนอารมณ์ โลภโกรธหลง
มีเรื่องราวกระแสโลกธรรม ที่พัดมา ปะทะที่หัวเรือ คือ วิญญาณทั้งหก ทีไปกระแทก ตาสัมผัส รับรูป หูได้ยินเสียง เราคัดหัวเรื่อเป็นมั้ย มองกระแสน้ำกระแสอารมณนึกคิกได้มั้ย มองออก อ่านออกมั้ย
มันมีเรื่องราว ทั้งหมาเน่า สิ่งของที่ลอยน้ำมา ทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง โลกธรรม เราสายน้ำออกมั้ย แล้วมันก็มีทั้งคลื่นลม เกาะแก่งโขด หิน น้ำตื้น น้ำลึก พายเรื่อไปเห็นประตูบานใหญ่ ก็เราเรือพาย เสือกหัวเข้าไป ติดตื้น ติดเกาะ เลิกพายเรือ เรือติดเกาะ เข้าเที่ยว การพนัน เสพยาเสพติด . เมื่อเลิกพายเรือ เรือก็ผุพัง ติดเกาะ รอวันตาย
.เวลาไปงานศพ .ก็ได้เรียนรู้ ยิ่งคนใหญ่โต บางที่เศรษฐี มีเงินมีทอง พอถึงเวลา เปลื่ยนสังขาร ไปได้ สังขารเปรตบ้าง ไปเป็นไก่บ้าง .หากเรียนรู้ ดูคนที่ไม่มีกายจากไป เปลื่อนสังขารเป็นอะไร มันยิ่งน่าสังเวช ที่เกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งที่ ..ตักตวงบุญกุศลไปกับจิตไม่ได้ จิตต้องไปเดืนหนทางสัตว์ทุกทรมาน .
โฆษณา