20 พ.ค. เวลา 13:52 • ปรัชญา
เรื่องราวการสร้างบุญกุศลบารมี ตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พอจิตเดินทางใกล้ไปถึง คำว่า ยุติการเกิด การเกิดนัยชาติน้อยลง มันก็มีเรื่องราว การตัดกระแสการเวียนว่ายตายเกิด ที่อยู่กับ เป็นบัญชีกรรมอยู่กับธาตที่สี่ ที่เป็นเสมือนดินฟ้าอากาศ ก็มีแสงธรรม ส่องลงมา จิตมีแสงธรรม ก็อาศัยแสงนั้น ไปส่องดู อณูเมล็ดทราย ที่สะสมมากับธาตุทั้งสี่ เมล็ดทรายเมล็ดหนึ่งก็ชาติหนึ่ง ก็หินเมล็ดทราย มาส่องดู ภพชาติที่เคยเกิดมา ตกนรก เป็นเปรต อสุรกาย เทพอินทร์พรหม เป็นหมา เป็นไก่ .เค้่าก็เรียนรู้ ไปถึงคำว่า ธาตุทั้งสี่
พอเข้าเรียนจักอย่างนี้ ก็ยังระลึกไม่ได้ว่า ทุกข์ทรมาน เอ้า .คราวนี้ เค้าจะสอน เรื่องกรรม เรื่องทุกข์ เพียงนิดเดียว เราก็ทนไม่ไหว เรือเปิดจิต ให้รู้จักทุกข์ ที่ตนเองเคยตกนรก มันทุกทรมาน อย่างไร เอ้า ..จะเปิดจิตให้ ..ระหว่างที่ภาวนา พุทโธ ก็มีแสงส่องมา ที่จิต.. เอ้า .ในนรกทุกข์ทรมาน ที่เคยตกลงไป
. พอแสงส่องลงมา ก็ทุกข์ทรมาน เหมือนจิตอยู่ในเปลวเพลิง แสบร้อน ดิ้นทุรนทุราย เหมือนไม่มีกาย .เป็นสพาพเหมือนนามธรรม ดิ้นทุรนทุราย มีการทรมาน นายนฤบาล ทรมาน เอาสามง่าม แทงลงไปที่จิต ที่เป็นนามธรรม ร้องครวญคราญ กลัวแล้วๆ ไม่ทำอีกแล้ว นี่ก็เพิ่งได้เรียนรู้ นอนดิ้นทุรนทุราย คนเดียวในห้อง ตั้งแต่ตีสามถึงหกโมงเช้า พอลืมตา เอ้า สวางแล้ว แต่ก็นอนเจ็บทุกข์ทรมาน ร่างกายเหมือน ถูกเค้าตัยฟาดพื้น เจ็บปวด แสบร้อน ก็พยายามตั้งสติ .ลุกขึ้นมากราบพระ .ขอบคุณครูที่สอนให้รู้จัก ระลึกทุกข์ในนรก ที่เคยไปอยู่มา
พอตอนเช้า คนที่บ้านมาเห็น เค้าก็กลัวเราจะตาย วันนั้นนอนไปทั้งวัน กลืนกินอะไรไม่ได้เลย เจ็บตัวแสบร้อนไปทั้งวัน ฝืนเดินก็ไม่ได้ นั่งก็ เจ็บหัว เอาคอตั้งบ่าไม่ไหว จะรอนขนานกับโลกท่าเดียว ท่านอนตาย ก็รู้จักขอบคุณ ที่ท่านสอนให้รู้จักทุกขเวทนาในนรก เหมือนตัวเราทั้งตัว อยู่ในกองเพลิง ไม่มีอะไรมาบรรเทาทุกข์ หรือทำให้อากาศนั้นเย็นลงไเลย มีแต่อากาศเปลวไฟ เผาผลาญจิต .
คนเรานั้น มันรับรู้ไม่ได้ในคำว่าทุกข์ของจิต ที่เวียนว่ายตายเกิด. จึงไม่คิดจะหนีทุกข์ เลยต้องเกิดตาย เป็นธรรมดา ของจิตที่มีกรรม หนีกรรม หนีทุกข์ไม่ได้ .จิต รับรู้ทุกข์ นั้นไม่ได้ ก็หลงใหล ไปอารมณ์ต่างๆ ที่ว่า โลกเค้า หลอกเราให้สร้างกรรม
เรื่องราวการระลึกซาติ พระอรหันต์ หลายพระองค์ ท่านก็เล่าเรื่องราวให้ฟัง ว่า ท่านก็เคยไปนรก เปรต อสุรกาย ก็มาเกิดเป็นมนุษย์ สร้างบุญกุศล ขึ้รไปเป็นเทพยดาอินทร์พรหม เอ้า..หมดบุญหนุนำจิต ก็มาเกิดเป็นมนุษย์ หลงใหลเพลิดเพลินกับโลก จิตออกจากกาย ไปลงนรกอีกแล้ว พอได้กายมนุษย์ ก็สร้างบุญกุศลอีก ออกจากกายมนุษย์ ก็มีกายเป็นบุญ กายเทพยดาอินทร์พรหม หมดบุญก็มาเกิดอีก ก็พลาดอีก ตกนรก กว่าจะเจอะเจอพระพุทธเจ้า ก็ใช้เวลาเป็นหลายอสงไขย เราก็ฟังมา ก็จดจำมาเล่า .
.บางองค์ใช้กาายพ่อแม่เป็นมนุษย์ ชำระสะสาง กรรม ด้วยคำว่า จิตมีขันติเป็นบารมี ชำระสะสาง กรรมที่บันทึกอยู่กับธาตุทั้งสี่ ทำไปจน ธาตุทั้งสีหมดกรรม เป็นกายแก้วใสสะอาด ไม่ต้องอาศัยน้ำเลือดน้ำหนอง ผลไม้อะไรมาประทั้งสังขาร กายเป็นแก้ว ไม่ต้องหาอะไรมาเติมกายนี้อีก กายเป็นแก่วจิตเป็นแก้วเจียรไน ก่อนเจ้าแดนพระนิพพาน
พระโมคคัลลา ท่านก็ต้องใช้กายที่อาศัย ชดใช้กรรมที่เป็นบัญชี อยู่กับธาตุทั้งสี่ ท่านเล่าว่า เรืองรางนั้นก็นานมาแล้ว เป็นกัปป์ๆ ที่ท่านพลาดไปใช้กายพ่อแม่ ที่ได้มาอาศัย ไปทำร้ายพ่อแม่ ก็เป็นกรรมหนัก ท่านก็บเล่าว่า ท่านก็ต้องใช้กายนี้ ชดใช้กรรม ปิดบัญชีกรรม แต่จิตท่านดีเมื่อใช้กายชดใช้กรรมแล้ว จิตท่านก็ไปอยู่เบื้องขวา พระพุทธเจ้า
บางพระองค์ บรรลุธรรมแล้ว ก็ยังไม่เข้าดินแดนพระนิพพาน ท่านก็มีเรื่องราว ที่ว่าอธิษฐาน อยู่ต่อ ช่วย พยุงศาสนา ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอธิษฐานไว้ ห้าพันปี ท่่านก็ช่วยเหลือ จิตที่สร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรม
. หากทำไม่ครบที่อธิษฐาน ก็ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ เกิดมาสร้างบุญกุศลกันใหม่ ชำระสะสางกรรม ปิดบัญชีกรรมที่ใช้ ธาตุทั้งสี่ไปสร้างกรรม เรื่องราวอย่างนี้ พอเรียนรู้มากขึ้น เราก็จะพูดคุย เรื่องราวบุญกุศลหนีเวรกรรม กับใครเค้าไม่ได้ พอเค้าก็ไม่ได้สร้างบุญกุศล เพื่อหนีเวรกรรม จิตเค้าก็เหมือนถูกปิดประตู ลงกลอนแน่นหนา รับฟังไม่ได้เลย
เรื่องราวของจิตที่ท่านเข้าไปถึงธรรมได้ ท่านก็ได้สิทธิ์ ที่จะรู้วันเวลา ที่ต้องจากสังขาร . นั้น เป็นเรื่องราวของจิตที่มากมายด้วยคำวา่า บุญกุศลบารมี มีบัญชีที่ต้องเกิดมาชำระสะสาง ไปรอเกิดอีกชาติเดียว พบเจอแสงพระอาทิตย์ ที่หลวงพ่อองค์พระศรีลงม ตรัสรู้ ท่านก็เกิดทัน กลวงพ่อองค์พระศรี .ชำระสะสางกรรม ทำกายให้เป็นแก้วเจียรไน ยุติการเกิด ระหว่างที่รอคอย เกิดอีกครั้งหนึ่ง ท่านก็ไปสถิตย์ที่ชั้นดาวดึงส์ เรียนรู้จักธรรม
เรื่องราวของพระอรหันต์ นั่น ไม่เหมือนเรื่องที่ คนนั้นเค้าแต่งตั้งกัน องค์นั้นองค์นี้ เป็นพระอรหันต์ ลดละ สลัดทิ้งกายไม่ได้ ท่องคาถาอาคม สร้างสิ่งนั้นสิ่งนี้ เครื่่องราวของขลัง ที่ส่งให้ชาวบ้านมีกรรม ยึดกรรมมากขึ้น .เป็นพระอรหันต์หรือ . เจ้าชายสิทธัตถะ ท่านทำอย่างกับชีวิตของท่าน พระอรหันต์ท่านก็เดินตามรอยไป
เข้าป่าด้วยเสื้อผ้าชุดเดียว ขันน้ำสักใบก็ไม่มี มีคนไปด้วย เข้าป่าสามคน คือกายบิดามารดา ธาตทั้งสิงของคุณบิดามารดา หิวน้ำก็อาศัยมือทั้งสองพ่อแม่วักน้ำดื่มกืน ที่เค้า ว่า ของๆโลก ไม่เอามาใช้อีก เอามาใช้อีก ก็ต้องมาเกิดตายอีก
โฆษณา