21 พ.ค. เวลา 00:48 • ความคิดเห็น
ชีวิตนั้น ก่อนจะเกิดมา เค้าก็ให้ไปแจ้งเกิด ต้องไปเกิดกับพ่อแม่ที่นั้นที่นี่ มีชีวิต เป็นอย่างไร เป็นคนจน คนมี คนสติไม่ดี ต้องไปเจอะอะไร สภาพแบบไหน เค้าอ่านให้ฟัง มีรายละเอียด เป็นวันเดือนปี นาที ว่าจะเกิดอะไร ต้องชดใช้กรรมอะไร ที่เคยทำมา จะอยู่ไปถึง กำหนดอายุขันหรือไม่ ทีเค้าแจ้งมา
คราวนี้ ชีวิตมันมีอารมณ์ปรุงแต่ง เกิดใช้กายวาจาใจ ไปในทางที่ไม่ดี ค่าของชีวิต ก็ถูกหัก บั่นทอน เกิดเป็นกรรมตัดรอน จะค่า ความเป็นคนไม่เหลือ บ้างก็เสียจริต จิตเสียหาย หมดความเป็นคน เดินเร่ร่อน น้ำท่่าไม่อาบ ผมเผ่าเลอะเทอะรุงรัง
เรื่องชีวิตจะดีไม่ดี มันเรื่องราว สติสัมปชัญญะ เหตุผล ของจิตตัวเอง ใช้กายนี้ ดูแลกายนี้เอง ใครจะว่า ให้เราทำดี ทำอย่างนี้นะจะดี เข่น ตอนเป็นเด็ก ทั้งครู พ่อแม่ ยอกว่า ให้ตั้งใจเรียน แต่เราก็ไปโรงเรียนเหมือนกัน ลืมเอาความตั้งใจไปเรียน ครูสอน ตามเรามอง หูได้ยินเสียง แต่ใจไปอยู่กับอารมณ์ คิดเรื่องราวนั้นเรียนนี้ มันก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรมาก เก็บบันทึกจดจำไม่ได้
คราวนี้ เรานั่น ก็ไม่รู้วันตาย ก็มีชีวิตเป็นปกติ คิดนั้นคนนี้ เราเจอะเจอหลวงตา ท่านบอกว่า .จิตฉันมันเฉย จิตฉันมันหมดอารมณ์กรรมตัวกระทำ ความยึดเป็นหญิงเป็นชายไม่มี เจ็บปวดอย่างไร จิตฉันก็ นิ่งเฉย .นั้นคือ ผู้ที่ท่านทำได้ จิตที่มีธรรม
เราได้ยินท่านเล่า ว่า ข้างบนบอกว่า ฉันต้องละสังขาร สองครั้งแรกเราก็รีบอาราธนาท่าน พอครั้งที่สาม เราก็ขออีก คราวนี้ ท่านบอกว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับท่านว่าจะอยู่ต่อ ท่านก็บอกว่า ใครที่สามารถ ให้อยู่ต่อได้ เราก็ไปขอ .ท่านก็บอกว่า เลยเส้นที่สามมาแล้ว เทพเค้าเตรียมงานต้อนรับกันแล้ว
หลังจากที่เราไปขอ .กลับมา หลวงตา ก็อาการไม่ดี ร่างกายช็อต หมอต้องผ่าเส้นเลือด แทงเข็มให้ หลวงตา ให้พบพยาบาล มาเรียกเรา เข้าไปนั่งจับแขนท่านอีกข้างหนึ่ง เราก็นั่งทำจิตของเรา เห็น ..เอ้า..คนตัวดำหมอบตามข่องทางเดิน เป็นแถว ..อ้อ..ไอ้พวกนี้เองมันมารบกวน หลังจากนั้น ท่านก็มีอาการดีขึ้น พอเรากลับมาถึงบ้าน สวดมนต์ หลวงตา ก็มายืนข้างหน้า ถือผ้ากาสาวพัสตร์ เราก็ .นึกในใจ ว่าท่านคงจากลา ละสังขาร รุ่งเช้า คนก็โทรมาบอกว่า ท่านละสังจารแล้ว
แม้ ว่าท่านจากเราเพียงกาย แต่จิตท่านก็ยังช่วยอนุเคราะห์ ช่วยสอน ช่วยชี้เรื่องราว ต่างๆ เหตุผล เรื่องราวที่ลึก เจ้าใจยากให้ฟัง คราวนี้ ก็มาถึงเวลา ที่ว่า จากกัน ทางจิต ..ท่านต้องขึ้น ไป ได้คัดขึ้น ชั้นดาวดึงส์ เราก็ทำบุญ ส่งท่าน มีผ้าป่า กองสังฆทาน คนที่มาร่วมมากันมากมาย หูทิพย์ตาทิพย์ ที่หลวงตา เคยไปโปรด ที่รู้จักท่าน ก็มา มนุษย์ต่างชาติ ก็มากันหลายดวงดาว คนธรรพ์คนลับแล ก็มาส่งท่าน เพราะนานๆ จะมีจิตสักดวงหนึ่ง ขึ้นไปชั่นดาวดึงส์ได้ แล้วก็คงไม่ได้ เจอะเจอกันอีก เพราะจะเป็นผู้ที่ยุติการเกิด
การขึ้นไปชั้นดาวดึงส์ ท่านก็ไปเรียน ปฏิบัติธรรม อยู่ที่สถาน พระเขี้ยวแก้ว มีพระท่านเล่าให้ฟัง . ท่านบอกว่า หากพักการเรียนการปฏิธรรม ก็จะลงมาสนทนา บอกเล่าอะไรให้ฟัง เรื่องราวดารส่งจิตท่านขึ้นชั้นดาวดึงส์ ก็มีเรียกราวที่ ยากจะได้ยินได้ฟัง เรื่องราวการเปิดศูนย์จักรววล เรื่องราง การเปิดศูนย์ของธรรม จิตที่สูงๆ ท่านทำได้ .นั่นเป็นเรื่องราวของธรรม อย่าไปมองเป็นเรื่องราวอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ .เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องพระเจ้าอะไรไป เสียหายหมด .นี่ก็กลัวน่ะ เอาเรื่องราวเหล่านี้มาเล่า .
มีองค์เทพ อีกองค์ หนึ่งท่านเคย ลงมาข่วย ในเรื่องราว ที่เราไปสัมผัส ถูกเรื่องราวไสยาศาสตร์จิตของท่านมีแสง บาปมาร .ท่านก็บอก ฉันก็คงไม่ได้มา เพราะมีเรื่องราว ที่ต้อง เตรียมตัว ไปพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง หากบอกชื่อไป ทุกคนคงจะรู้จัก แต่เราก็ว่า ไม่ยอกดีกว่า กลัวจะเป็นเรื่องราวความยึดถือ เอาชื่อที่สูงๆ ไปวิพากษ์วิจารณ์ ผิดทาง . เรื่องราวที่เราได้เรียนรู้ ก็มีเรื่องราวของแสงรัตนะ ที่ช่วยคลี่คลาย ตัดเรื่องราวไสยศาสตร์ พวกนี้ เค้ากลัวแสงรัตนะ .
โฆษณา