21 พ.ค. เวลา 00:50 • ความคิดเห็น
คำถามที่น่ากลัวอาจไม่ใช่ “เราจะจำอะไรได้”แต่สำคัญที่ว่า“ใครกันที่กำลังจำ”
มนุษย์ผูกตัวตนไว้กับเรื่องเล่า
ของชีวิตเราเรียงอดีตให้กลาย
เป็น“ฉัน”เหมือนเอาเศษกระจก
มาต่อเป็นเงาเดียวกัน
ทว่าวันหนึ่งเศษกระจกถูกเปลี่ยนหมดเงาในกระจกยังจะเรียกว่าเป็นคนเดิมได้หรือไม่?
ลึกลงไปข้างในตัวตนอาจไม่เคยนิ่งอยู่แล้วทุกวันเราก็ลืมเปลี่ยน ตีความอดีตใหม่ตลอดเวลา
เด็กที่เคยร้องไห้เพราะของเล่นหายกับผู้ใหญ่ที่นั่งนิ่งมองฝนตก เป็นคนเดียวกันในทางกายแต่ไม่ใช่คนเดิมในทางความรู้สึกเสียทีเดียว
ชีวิตจึงอาจเป็นการ“เปลี่ยนตัวเองอย่างต่อเนื่อง”มากกว่าการรักษาตัวตนเดิมไว้
ปะต้ามองในมุมปรัชญามองว่า ความทรงจำคือสะพานของอัตลักษณ์หากสะพานถูกรื้อหมด ความต่อเนื่องของคนชื่อ“ฉัน”
ก็ขาดไป
แต่บางแนวคิดกลับมองว่าต่อ
ให้ความจำหายยังมีบางอย่างที่เหลืออยู่ วิธีที่เรารู้สึกต่อโลกเอยสัญชาตญาณ ความเมตตา ความกลัวเอยหรือแม้แต่ร่องรอยที่ชีวิตเคยสลักไว้ในจิตใจ
เหมือนต้นไม้ที่ถูกตัดกิ่งจนหมด แต่รากยังจำฤดูฝนได้จำว่าเคย
“รักคนชื่อเธอ”มากที่สุด
แต่บางคนก่ะจำไม่ได้จริงๆ
ว่ารักเธอตอนไหน
บางที“ตัวตน”อาจไม่ใช่ก้อนหิน
ที่คงเดิมหากเป็นเปลวไฟเปลี่ยนเชื้อเปลี่ยนควันเปลี่ยนรูปอยู่เสมอ
แต่คนก็ยังเรียกมันว่าไฟดวงเดิม เราจึงอาจไม่ใช่คนเดิมเสียทีเดียว และก็ไม่ใช่คนใหม่ทั้งหมดเช่นกัน เป็นเพียงสายน้ำที่ไหลต่อเนื่อง
แม้น้ำทุกหยดจะไม่ใช่หยดเก่า
อีกแล้วก่ะตาม
โฆษณา