21 พ.ค. เวลา 04:25 • ปรัชญา

ความคาดหวังคือสารพิษ ทำไมยิ่งอยากสำเร็จ ชีวิตยิ่งพัง

ในปัจจุบันชีวิตผู้คนเต็มไปด้วยความคาดหวังมากมาย ทั้งคาดหวังกับคนรัก คาดหวังเรื่องงาน คาดหวังเรื่องเงิน หรือคาดหวังเรื่องเศรฐกิจ ทำให้เกิดความเครียดสูงจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งการทำงานที่เคร่งเครียดเกินไปโดยไม่จำเป็น เช่น
คนเล่นหุ้น หรือคนทำธุรกิจที่นั่งเฝ้าแต่หน้าจอวิเคราะห์กำไรจนนอนไม่หลับ การนั่งอยากให้หุ้นขึ้น/ยอดขายโต คือการกังวลในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แทนที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกลับจะทำให้แย่ลงทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพทางการเงิน
วิธีแก้ไขคือการแยกให้ให้ถูกว่าอะไรควรปล่อยวาง อะไรควรโฟกัส โดย
1. สิ่งที่ไม่ควรโฟกัส คือ เรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น อยากให้งานที่ทำออกมาดี อยากมีกล้าม อยากมีซิกแพค อยากให้หุ้นขึ้น ไม่อยากให้แฟนบ่น ไม่อยากให้หัวหน้าด่า ไม่อยากทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความอยากที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ต่อให้คุณอยากให้งานออกมาดีแค่ไหน แต่ทำงานอย่างลวกๆ ไม่มีการพัฒนาเพิ่มเติม มันก็จะไม่มีทางดีได้เลย
ต่อให้คุณอยากมีกล้ามแค่ไหน แต่คุณเอาแต่กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และไม่ออกกำลังกาย เอาแต่นอนทั้งวัน มันก็ไม่มีทางมีกล้ามได้อย่างแน่นอน
ต่อให้คุณไม่อยากให้แฟนบ่นแค่ไหน คุณก็ไม่สามารถทำให้เขาหายบ่นได้ เพราะเขาเองก็เป็นแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไร เปรียบเหมือน สุนัขก็ต้องเห่า นกก็จำเป็นต้องบิน คนที่เขามีนิสัยอย่างไรเขาก็ต้องเป็นแบบนั้น จะไปเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เว้นแต่เขาจะเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากความอยากของเรา
2. สิ่งที่ควรจะโฟกัส คือ สิ่งที่เราควบคุมได้
2.1 อยากให้งานที่ทำออกมาดี ให้โฟกัสที่การทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งตรงหน้า เดี๋ยวผลลัพธ์จะออกมาดีเอง
2.2 อยากมีกล้าม แทนที่จะโฟกัสว่าเมื่อไหร่จะได้ๆ ให้โฟกัสการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีวินัย ควบคุมการกินให้ดี เมื่อทำได้แบบนี้ ต่อให้คุณไม่อยากมีกล้าม คุณก็จะมีกล้ามอยู่ดี เพราะทำเหตุมาแบบนั้น
2.3 อยากให้หุ้นขึ้น แทนที่จะภาวนาให้มันเป็นไปตามความอยากของตน ให้โฟกัสที่การหาความรู้เยอะๆ และเลือกการลงทุนที่เหมาะสม
2.4 ไม่อยากให้แฟนบ่น หากยังคิดว่า ทำไมเขาถึงว่าเรา ทำไมเขาไม่เห็นใจเราเลย ถ้าคิดแบบนี้คุณจะไม่มีวันมีความสุข เพราะร่างกายของคนอื่นเราไม่สามารถควบคุมได้เลย สิ่งที่ควรโฟกัสคือใจตนเอง การโดนแฟนบ่นไม่เท่ากับต้องทุกข์ใจ หากนำคนมา 100 คน และให้แฟนบ่น ก็ไม่ใช่ทุกคนจะทุกข์ใจ อาจจะมีบางคนรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำเพราะเขารู้สึกว่าแฟนกำลังเป็นห่วงเขาอยู่ ตัวอย่างนี้เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่า มันมีวิธีคิดแบบอื่นที่ดีกว่า และสามารถเอาเป็นแบบอย่างได้ และเป็นสิ่งที่ควบคุมได้เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเอง
ดังนั้นการจะทำอะไรให้โฟกัสที่การทำเหตุให้สมบูรณ์แล้วรอผลลัพธ์ เช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้ เรามีหน้าที่รดน้ำพรวนดิน ส่วนหน้าที่การเติบโตเป็นของต้นไม้เอง อะไรที่ควบคุมไม่ได้ก็อย่าเปลืองแรงนำมาคิด ให้โฟกัสไปในสิ่งที่เราทำได้ก็พอแล้ว เมื่อทำได้แบบนี้ ในวันที่เราทำเหตุจนสมผลแล้ว ผมลัพธ์ที่ดีย่อมตามมาเอง
โฆษณา