Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
DoctorWantTime
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 00:25 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ใครเป็นมนุษย์เงินเดือน และอยากเริ่มลงทุน และที่ทำงานมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว
ให้ลองเริ่มศึกษาและเริ่มจากตรงนี้ก่อนก็ได้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) คืออะไร? ลดหย่อนภาษีได้แค่ไหน? แล้วถ้าออกจากงานจะมีทางเลือกยังไงบ้าง?
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund – PVD) เป็นสวัสดิการที่ดีที่นายจ้างจัดให้กับลูกจ้างประจำ เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและใช้เป็นเงินเกษียณในอนาคต
2
การเข้าร่วม PVD จะขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะมีนะ
1
📌 สมัครเข้า PVD แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
• พนักงานจะเลือกได้ว่าให้หักเงินเดือนกี่ % เข้า PVD (สูงสุดไม่เกิน 15%)
• นายจ้างจะสมทบเงินเพิ่มเข้าไปให้ตามเงื่อนไขบริษัท เช่น ออม 4% นายจ้างสมทบอีก 4% เหมือนได้เงินเพิ่มโดยอัตโนมัติเลย!
• บลจ. จะนำเงินไปลงทุนตามแผนที่เราเลือก เช่น ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ฯลฯ ให้เกิดดอกผล (หรืออาจมีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน ตามความเสี่ยงของแผนที่เราเลือก)
📌 เงินใน PVD แบ่งออกเป็น 4 ส่วน:
1. เงินสะสม: เงินที่เราหักจากเงินเดือนเข้าไปทุกเดือน
2. ผลประโยชน์ของเงินสะสม: ดอกผลหรือกำไรที่เกิดจากเงินสะสมของเรา
3. เงินสมทบ: เงินที่นายจ้างสมทบเพิ่มให้เรา
4. ผลประโยชน์ของเงินสมทบ: กำไรที่เกิดจากเงินสมทบของนายจ้าง
เราจะเห็นทั้ง 4 ส่วนนี้แยกชัดเจนในใบรายงานกองทุนที่ส่งมาให้ตรวจสอบทุกปี
📌 สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
• ลดหย่อนภาษีได้เฉพาะ “เงินสะสม” ไม่เกิน 15% ของรายได้ และเมื่อนับรวมกับ RMF + ประกันบำนาญ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท/ปี
• เป็นการออมแบบ DCA หักเงินอัตโนมัติทุกเดือน ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน เมื่อเงินเดือนเราเพิ่มขึ้น เงินที่หักเข้ากองทุน และเงินที่นายจ้างสมทบให้ก็จะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน เพราะคิดเป็น % นะ
📌 3 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ PVD
1. แผนการลงทุนเลือกได้ตามใจเรา
หลายบริษัทมีแผนลงทุนหลากหลาย เช่น แผนตราสารหนี้เน้นความปลอดภัย หรือแผนผสมที่มีหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และอสังหาริมทรัพย์
ใครที่เริ่มศึกษาเรื่องการลงทุน ลองใช้ PVD เป็นสนามในการเลือกแผนที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงของตัวเองดู และเมื่อเวลาผ่านไปเราก็สามารถปรับเปลี่ยนแผนให้เหมาะสมกับช่วงอายุได้
2. ภาษีตอนออกจาก PVD ขึ้นกับเงื่อนไข
เราจะได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมดเมื่อนำเงินออกมา ถ้า:
• ลาออกจากงาน + ลาออกจาก PVD ตอนอายุครบ 55 ปีเต็ม และเป็นสมาชิกมาไม่น้อยกว่า 5 ปี
• หรือ เสียชีวิต / ทุพพลภาพ
*แต่ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขข้างต้นและเลือกถอนเงินสดออกมาเลย:* เงินส่วนที่เป็นเงินสมทบและผลประโยชน์ทั้งหมด (ยกเว้นเงินสะสมของเรา) จะต้องถูกนำไปคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีในปีนั้นทันที
แม้ว่าประโยชน์ทางภาษีจากเงินสะสมที่เคยลดหย่อนไป สรรพากรจะไม่ทวงคืนย้อนหลัง (ต่างจาก RMF ที่ต้องคืนภาษีถ้าย้ายออกผิดเงื่อนไข) แต่การถอนเงินสดออกมา ก่อนเวลา ก็ทำให้เราเสียภาษีเงินก้อนกวนใจอยู่ดี
3. ลาออกจากงานเดิม... เงินออมไม่จำเป็นต้องสะดุด
สำหรับใครที่ลาออกจากงานเก่า แต่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องรีบใช้เงินก้อนนี้ อยากเก็บเงินเพื่อการเกษียณต่อ และไม่อยากเสียภาษี มี 3 ทางเลือกหลักๆ:
🟢 คงเงินไว้ในกอง PVD เดิม: ปล่อยให้ บลจ. เดิมบริหารต่อ โดยจ่ายค่าธรรมเนียมการคงเงินประมาณปีละ 500 บาท (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน) เพื่อรอโอนย้ายในอนาคต
🟢 โอนไป PVD ของที่ทำงานใหม่ / กบข.: ถ้าย้ายไปบริษัทใหม่ที่มี PVD หรือย้ายไปเป็นข้าราชการ สามารถโอนยอดไปสะสมและนับอายุสมาชิกต่อเนื่องได้เลย
🟢 โอนไป RMF for PVD: ในกรณีที่ที่ทำงานใหม่ไม่มี PVD หรือออกมาทำธุรกิจส่วนตัว สามารถโอนเงินก้อนนี้เข้ากองทุน RMF ประเภทที่ "รองรับการโอนย้ายจาก PVD" ซึ่งจะช่วยให้เรานับอายุสมาชิกต่อเนื่องได้ ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย บลจ. และหลากหลายสินทรัพย์เลย
*หมายเหตุ: เงินก้อนที่โอนย้ายมาจาก PVD นี้ ไม่สามารถนำมาใช้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีซ้ำได้นะ
อย่าลืมนะ... ก่อนเริ่มลงทุน ควรศึกษารายละเอียดให้เข้าใจและเลือกแผนที่ตอบโจทย์เป้าหมายวัยเกษียณของเราที่สุด เพื่ออนาคตทางการเงินที่มั่นคง 😊
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #PVD #กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ #ลดหย่อนภาษี #มนุษย์เงินเดือน
ภาษี
การลงทุน
การเงิน
38 บันทึก
33
30
38
33
30
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย