Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
นักเขียนเกรดต่ำ
•
ติดตาม
22 พ.ค. เวลา 11:05 • นิยาย เรื่องสั้น
EP.3 เรื่องจริง เรื่องแปลก...หรือคิดไปเอง
สวัสดีครับ EP ที่ 3 แล้ว วันนี้อยากจะเล่าเรื่องแปลกๆหน่อย ไม่ได้หน้ากลัวอะไร แต่มันแค่แปลก มันเริ่มจากที่แม่ของผมเริ่มเป็นมะเร็งและไม่ยอมรับการรักษา ถ้ารักษาอาจจะหายก็ได้ แต่แม่เลือกที่จะไม่รักษา เพราะร่างกายแม่ไม่แข็งแรง แม่เป็น "ธาลัสซีเมีย" หรือโรคโลหิตจาง อาการแม่จะเหนื่อยง่าย แม่รู้ว่าถ้ารักษาอาจจะไปไวกว่าไม่รักษา แม่มีพี่น้อง4คน แม่เป็นคนที่4
พี่สาวสองคน และพี่ชายอีก1คน แต่พี่ชายก็เสียชีวิตตั้งแต่เด็กเพราะ โรคเดียวกับแม่ แต่แม่โชคดีมาก เด็กคนอื่นต้องให้เลือดตลอด แต่แม่ไม่เคยให้เลือดแม่แต่ครั้งเดียว เพราะมีคนมาแนะนำยาหม้อให้กิน อาการของโรคก็ดีขึ้นกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ โดยที่หมอไม่ต้องนัดรักษาโรคธาลัสซีเมียอีกเลย
จนปี2562 แม่ก็ไปตรวจโรคปกติตามที่หมอนัด รอบนี้หมอบอกว่าเจอมะเร็งที่ตับแต่มันเพิ่งจะเริ่ม แต่อย่างที่บอกไปแม่ไม่ขอรับการรักษา เพราะรู้ตัวว่า ถ้ารักษาไปเรื่อยๆร่างกายคงรับไม่ไหวแน่ๆ เลยขอให้ชีวิตให้สุดๆก่อนที่จะเสีย อยากกินอะไรก็กิน แม่ร้องไห้แต่ช่วงอาทิตย์แรกๆ หลังจากนั้นแม่ก็ใช้ชีวิตปกติแบบที่เคยใช้
ตลอดเวลา แม่จะสั่งเสียไว้ตลอด ว่าถ้าแม่เป็นอะไรไป รูปหน้าศพต้องเอารูปนี้นะ ไม่ต้องจัดอะไรเยอะเลย ไม่เอาอะไรทั้งนั้น สวดสามคืนพอแล้ว ไม่ต้องไปเสียเงินกับอะไรที่ไม่จำเป็น
และปลายปี2565 ช่วงเดือนกันยายน แม่มีอาการท้องอืด เป็นๆหายๆ พอช่วงเดือนพฤศจิกายน เริ่มอืดขึ้นเรื่อยๆและไม่หาย ท้องใหญ่ขึ้นทุกวัน แต่แม่ก็ไม่ยอมไปหาหมอ เริ่มบวมทั้งตัว แม่เริ่มหายใจไม่ออกและตัดสินใจไปหาหมอ ในวันที่ 25 ธันวาคม 2565
หมอสั่งให้นอนดูอาการ และเจาะน้ำในท้องออก ป้าของผมเขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะเฝ้าแม่ให้ เพราะผมต้องดูพ่อที่บ้าน เพราะตอนนั้นพ่อเริ่มมีอาการ หลงๆลืมๆแล้ว หมอบอกกับป้าว่า เหมือนมะเร็งจะกระจายแล้ว แม่นอนโรงพยาบาลเพื่อเจาะน้ำในท้องออกอยู่สองคืน น้ำที่เจาะออกมาได้สามลิตร
วันที่ 27 ธันวาคม ช่วงบ่ายๆทางโรงพยาบาลโทรมาว่า รับแม่กลับบ้านได้เลย ผมดีใจมากที่แม่ได้กลับบ้าน (ผมขอเล่าย้อนกลับไปนิดนึง ตอนที่แม่เริ่มท้องอืดมากๆ ผมได้กลิ่นยาหม่องที่แม่ทาตอนกลางดึก ทุกคืน ทำให้ผมรู้สึกเครียดและสงสารแม่มาก เพราะรู้ว่าเขาทรมาน ผมรู้ว่าเขามีเวลาอีกไม่นาน ผมพยายามทำใจ ผมเคยพูดกับแฟนว่า ถ้าแม่เป็นไรไปจริงๆ งานศพแม่ ฉันขอไม่ไปได้ไหม ฉันทำใจไม่ได้จริงๆ)
กลับมาที่วันที่ไปรับแม่ที่โรงพยาบาล หมอก็ให้ยาฆ่าเชื้อ แบบที่ให้ทางสายน้ำเกลือมาสองขวด ให้ไปล้างสองวันที่คลินิกที่แม่ใช้สิทธิ์การรักษาอยู่ พอแม่กลับมาถึงบ้าน เหมือนแม่จะดีขึ้น อาจเป็นเพราะเจาะน้ำในท้องออกเลยดีขึ้น จนผมลืมเรื่องที่หมอบอกว่ามะเร็งมันกระจายไปเลย
เช้าวันที่ 28 ธันวาคม ผมต้องพาแม่ไปให้ยาฆ่าเชื้อ ก่อนไปแม่ขอเข้าห้องน้ำ พ่อก็ค่อยจับแม่พาไปเข้าห้องน้ำ แต่แม่ร้องว่าให้จับเบาๆเพราะเขาเจ็บ แต่ที่ผมเห็นพ่อผมแค่คอยพยุงไม่ได้จับแรงอะไร มันทำให้ผมนึงถึงเรื่องยาย ก่อนยายจะเสียด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เพราะยายกินยาชุดเยอะ อาการจับตัวแล้วเจ็บ จับตรงไหนก็เจ็บคืออาการก่อนยายจะเสีย
แต่ผมพยายามคิดในแง่ดี แม่อาจจะระบมจากแผลที่เจาะตรงท้องก็ได้ พอถึงคลินิกป้ากับแฟนผมก็พาแม่ไปให้ยา ผมก็รออยู่ในรถ พอเสร็จ ก็ขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางแม่อยากกินน้ำแดงโซดา ผมเลยแวะร้านสะดวกซื้อ และแฟนผมก็ลงไปซื้อน้ำแดง โซดาและน้ำแข็ง เพื่อมาชงให้แม่กิน
พอถึงบ้าน แฟนผมก็ชงน้ำแดงโซดาให้แม่กิน จากที่แม่ กินอะไรไม่ได้มาสามเดือน น้ำเปล่ายังกินได้แค่จิบๆ แต่น้ำแดงโซดา แม่กินจนหมดแก้วและยังกินน้ำแข็งจนหมด จากนั้นก็นั่งคุยกันปกติ แต่แม่เริ่มมีอาการลิ้นแข็ง เริ่มง่วงอยากนอน ผมก็ให้แม่นอน มีป้า พ่อ ผมและแฟนผมคอยดูอาการแม่
พอช่วงบ่ายแม่เริ่มพูดไม่รู้เรื่อง เริ่มเพ้อเป็นช่วงๆ ทุกคนจะพาไปหาหมอ แต่แม่ไม่ยอมไป พอบ่ายสามโมง แม่เรียกผมบอกว่า อยากกินข้าว ผมรู้ว่าเขากินไม่ลงหรอก แต่เขาอยากมีชีวิตรอด ผมถามแม่ว่า แม่สู้ใช้ไหม แม่ผมพยักหน้า ผมเอาข้าวมาป้อนแม่ แต่แม่ก็กินได้แค่สองคำ
จากนั้นแม่ก็หลับ และแฟนผมต้องไปทำงาน เลยเหลือแค่ผม พ่อและป้าอยู่เฝ้าแม่ ช่วงสี่โมงห้าโมงเย็น แม่เริ่มเพ้อหนัก พูดไม่รู้เรื่องแล้ว พ่อนั่งคอยลูบหัวแม่อยู่หลายชั่วโมงไม่ยอมลุก ถึงจะมีอาการหลงลืม ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าพ่อกำลังคิดอะไรอยู่ แต่คงเสียใจมากๆเพราะตั้งแต่ผมเกิดมา 30กว่าปีไม่เคยเห็นพ่อร้องไห้เลย แต่ครั้งนี้ผมเห็นน้ำตาพ่อไหลออกมา ผมก็ไม่กล้ามอง เพราะกลัวพ่อจะอาย
แม่เริ่มหายใจแรงขึ้น อาการไม่ค่อยดี ผมเลยโทรหาแฟนผม แล้วบอกว่า เหมือนแม่จะไปแล้วเลย แฟนผมตกใจร้องไห้ แล้วขอลางาน รีบขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน แฟนผมเล่าว่าตอนขับรถกลับบ้าน รู้ตัวเลยว่าขับรถได้เหี้...มากเพราะรีบ แฟนผมบอกว่า คงต้องมีใครด่าบ้างแหละว่า รีบไปหาพ่อหาแม่มึงหรอ แฟนผมก็คงจะตอบว่าใช่รีบกลับมาหาแม่
พอเวลาเกือบ หกโมงเย็นแม่ก็หยุดหายใจ ผมทำอะไรไม่ถูก จะร้องไห้ก็ร้องไม่สุด มันเหมือนเสียใจแต่ก็โล่งใจ เสียใจเพราะแม่จากไป และโล่งใจที่แม่จะไม่ทรมานอีกแล้ว เดินไปกราบเท้าแม่ แล้วก็เดินไปกอดแฟนแล้วผมก็ร้องไห้
จากนั้นก็โทรบอกญาติๆ ญาติๆก็มากันเต็มบ้านไปหมด ไม่มีเวลาได้เสียใจเลย แล้วก็เดินเรื่องไปแจ้งความ ให้หมอมาตรวจ คืนนั้นไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เฝ้าร่างไร้วิญญาณของแม่ ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนกลัวผีนะ แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้ มันน่าแปลก ผมเลิกกลัวผีไปเลย ไม่กลัวแม้แต่นิดเดียว
จบจากคืนนั้น พอช่วงสิบโมงของวันที่ 29 ธันวาคม ก็นำศพแม่ไปไว้ที่วัดเพื่อทำพิธีทางศาสนา คืนแรกผ่านไป ก็ไม่มีอะไร พอคืนที่สองของวันที่ 30 ธันวาคม เวลาสี่ทุ่ม ที่บ้านผมมีป้า มีตา มีแฟนผม มีพ่อ และมีญาติๆฝั่งพ่ออีก2คน ผมก็รู้สึกปวดท้อง เลยขึ้นมาเข้าห้องน้ำข้างบนบ้าน
ผมก็เอามือถือมาเล่นด้วย ผมก็นั่งทำธุระในห้องน้ำและก็เล่นมือถือไปด้วย อยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อผม ผมจำได้ว่านี่คือเสียงของแม่ผม ผมจำน้ำเสียงแบบนี้ได้ เวลาที่แม่ใช้น้ำเสียงเรียกผมแบบนี้คือ เวลาที่แม่จะถามอะไรผม หรือมีอะไรสงสัย จะใช้น้ำเสียงแบบนี้เรียกผม
พอผมได้ยินแบบนั้น ผมไม่ได้กลัวหรือตกใจอะไร คิดว่าแฟนแกล้งหรือเปล่า เลยโทรไลน์ไปถามแฟนที่อยู่ข้างล่าง ผมถามแฟนผมว่า แกล้งหรือเปล่าเมื่อกี้ แฟนผมบอกจะแกล้งอะไร เขาทำกับข้าวอยู่ในครัว แต่ในใจผมคิดว่า ผมอาจจะคิดถึงแม่จนคิดไปเอง ได้ยินไปเอง แต่ถ้าวันนั้นเป็นเสียงแม่จริงๆ แม่คงจะสงสัยว่าญาติมาทำอะไรกันเต็มบ้านเลย
พอผ่านงานศพแม่ไป ก็ต้องมาคิดถึงเรื่อง งานร้อยวันแม่ ผมกับแฟนและป้าก็คุยกันว่า เรามีงบไม่เยอะ เราก็บอกแต่ญาติใกล้ๆตัวพอแล้วทำที่วัดง่ายๆเลี้ยงพระอย่างเดียว ก็ตกลงกันไว้แบบนั้น แต่พอใกล้ถึงงานร้อยวันแม่ ผมก็เอามือถือแม่มาดูว่ามีญาติคนไหนที่เราไม่ได้บอกอีกว่าแม่เสียแล้ว
แล้วผมก็เจอไลน์ของเพื่อนสนิทแม่ที่สนิทกันมากๆ มันเด้งขึ้นมาเพราะผมไปเปิดเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติ เพื่อจะดูว่ามีใครที่ยังไม่ได้บอกอีกบ้าง แต่เขาไม่ได้คุยกันมาหลายปีแล้วเพราะมีเรื่องไม่เข้าใจกัน เพื่อนคนนี้เป็นเหมือนญาติอีกคน
ผมเลยบอกแฟนว่า เราจะบอกเขาดีไหม แฟนผมบอกว่า เอามานี่เดี๋ยวคุยเอง จะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจระหว่างแม่กับเพื่อนแม่อีก แฟนผมก็เลยโทรไป ผมนั่งดูแฟนผมคุยแต่ไม่รู้ว่าปลายสายเขาพูดอะไร แต่ผมเห็นแฟนผมน้ำตาไหล และเสียงดังจากปลายสายเป็นเสียงร้องไห้โฮที่ดังมากจนผมได้ยินเสียง ผมรู้เลยว่าเพื่อนแม่คนนี้คงเสียใจมาก
แฟนผมก็เลยบอกเขาว่า เดือนเมษาจะครบร้อยวันแม่ ป้ามางานด้วยนะ ทางเพื่อนแม่เขาก็ถามว่าจะจัดงานยังไง แฟนผมก็บอกไปว่าทำที่วัดค่ะป้า บอกแค่คนใกล้ๆตัว แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อ เพื่อนแม่เขาบอกว่า จัดงานที่บ้านไปเลย ค่าใช้จ่ายเท่าไรเดี๋ยวเขาออกให้ทั้งหมด มันเป็นเรื่องที่แปลกอีกเรื่อง ถ้าวันนั้นผมไม่ได้เอามือถือแม่มาดู ก็คงไม่ได้บอกเพื่อนแม่ งานแม่ก็คงจัดแบบเรียบง่าย เพื่อนแม่คนนี้ก็อาจจะไม่รู้เลยว่าแม่เสียแล้ว
แต่เรื่องนี้มันเหมือนปลดล็อคอะไรหลายๆอย่างให้กับเพื่อนแม่ และตัวแม่เอง ไม่รู้ว่าแม่จะรู้ไหม ว่าเพื่อนแม่เขารักแม่มากและเขาก็รู้สึกผิดกับเรื่องที่ผิดใจกัน แต่มันคงปลดล็อคได้อะไรในใจของเขาได้เยอะอยู่ เพราะเขาจัดงานร้อยวันให้แม่งานใหญ่มากแขกมากันเต็มบ้าน ถ้าแม่รู้คงจะดีใจมากๆ
"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง ผี แบบจ๋าๆ แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกเฉยๆ" ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านกันนะครับ
(เขียนจากเรื่องจริง)
เรื่องผี
เรื่องเล่า
ประสบการณ์
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย