25 พ.ค. เวลา 12:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สงครามทัวร์สุขภาพ : คนชนะคือคนถูกเลือก ไม่ใช่คนโฆษณาเสียงดัง

ฝนยามค่ำคืนไหลเป็นเส้นยาวตามกระจกสนามบินนานาชาติสิงคโปร์ ผู้โดยสารจากตะวันออกกลางทยอยเข็นกระเป๋าออกมาจาก Gate ด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า Brian นั่งเงียบอยู่ตรงมุมร้านกาแฟฝั่งขาเข้า โทรศัพท์วางคว่ำบนโต๊ะ สายตาไม่ได้มองคน แต่มองโลโก้รถตู้สีดำติดตรา Elysium Medical Group ที่จอดรับผู้โดยสารคันแล้วคันเล่า เขากดนาฬิกาจับเวลา
ห้าสิบสองนาที สี่เที่ยว
“คุณเห็นอะไร” เสียงของ Charles ดังผ่านหูฟัง
Brian ไม่ตอบทันที เขามองพนักงานต้อนรับของโรงพยาบาลอีกแห่งที่กำลังเดินเข้าไปคุยกับเอเจนซี่ทัวร์สุขภาพตรงทางออก “โรงพยาบาลอื่นเริ่มแจกแพ็กเกจตรวจสุขภาพฟรีแล้ว ส่วนลดเริ่มไหลลงมาถึงหน้าบ้าน”
Charles เงียบไปครู่หนึ่ง
Brian เปิดหน้าต่างใหม่บนแท็บเล็ต “แต่ EMG ไม่เล่นเกมเดียวกัน”
“ยังไง”
“ผมลองสุ่มโทรไปจองคิวศูนย์ปลูกถ่ายไตในฐานะลูกค้าใหม่ คิวเร็วสุดอีก 4 สัปดาห์ แล้วเจ้าหน้าที่ถามก่อนเลยว่าจะใช้ล่ามภาษาอาหรับไหม”
ปลายสายเงียบไป 2 วินาที
“โรงพยาบาลที่ต้องการปริมาณคนไข้จะยิงโฆษณาตรวจสุขภาพ” Charles พูดเรียบๆ “แต่โรงพยาบาลที่ต้องการกำไรส่วนต่างจะล็อกระบบส่งต่อคนไข้”
Brian พยักหน้า แม้อีกฝ่ายจะมองไม่เห็น “ผมเช็ก Google Trends ด้วย คำค้นภาษาอาหรับเกี่ยวกับการผ่าตัดเปลี่ยนไตในสิงคโปร์ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง 3 เดือน”
“คู่แข่งล่ะ”
“เริ่มซื้อทราฟฟิกหนัก แต่ยอดปิดงานแปลก” Brian ตอบ “คนกดโฆษณาเยอะ แต่สุดท้ายยังถามหา EMG”
Charles ไม่ตอบ เขานั่งเปิดงบไตรมาสล่าสุดอีกครั้ง อาคารใหม่ของ EMG เพิ่งเปิดใช้งานเต็มไตรมาสแรก ค่าเสื่อมราคาเริ่มวิ่งผ่านงบกำไรขาดทุนเต็มจำนวน กำไรสุทธิลดลงจนนักวิเคราะห์เริ่มหั่นประมาณการ แต่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา กลับลดลงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดกับอาคารใหม่ที่อัตราการครองเตียงยังต่ำ
โทรศัพท์อีกสายแทรกเข้ามา Derek โทรมา
“คุณยังถือ EMG อยู่จริงเหรอ” ด้านหลังของ Derek เต็มไปด้วยหน้าจอคำสั่งซื้อขาย หุ้นโรงพยาบาลทั้งกลุ่มกำลังไหลลงพร้อมกัน “ตลาดเริ่มเล่นธีมเศรษฐกิจถดถอยแล้ว Charles ตัวบ่งชี้ล่วงหน้าฝั่งการบริโภคด้านสุขภาพเริ่มชะลอ คนไข้ที่นัดผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วนลดลงชัดเจน”
Charles มองตัวเลขเงินสดคงเหลือบนจอ “เคสปลูกถ่ายไตไม่ใช่การผ่าตัดทางเลือก”
“ตลาดไม่แคร์หรอก”
“ตลาดตอนนี้แคร์เรื่องความเร็วในการคืนทุนมากกว่าคุณภาพสินทรัพย์”
Derek หัวเราะสั้นๆ “แล้วแผนของคุณคืออะไร ถือจนขาดทุนทางบัญชีอีก 30% หรือ?”
Charles ไม่ตอบทันที เขาเปิดรายงานอีกชุดแทน ค่าธรรมเนียมเอเจนซี่ของกลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ลดลง
“คุณเห็นอะไร” Derek ถาม
“EMG เริ่มคัดกรองคนไข้เองโดยตรง”
“อะไรนะ”
“ก่อนหน้านี้เขาพึ่งเอเจนซี่ แต่ตอนนี้คนไข้เริ่มเข้ามาเองผ่านการแนะนำของแพทย์” Charles พูดต่อ “ถ้าโรงพยาบาลต้องซื้อทราฟฟิกตลอด แปลว่าความต้องการยังไม่เหนียวแน่นพอ”
“คุณกำลังมองโมเดลธุรกิจสวยหรูเกินไป”
“แล้วคุณก็กำลังมองทุกอย่างผ่านแรงส่งของราคาหุ้น”
Derek เอนตัวพิงเก้าอี้ “กราฟเทคนิคหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันแล้วนะ”
“แต่รถรับคนไข้หน้าสนามบินยังวิ่งไม่หยุด”
สองวันต่อมา Joseph นั่งอยู่ในห้องประชุมเล็กของกองทุน พลางมองตัวเลขสีแดงในพอร์ต “ผมไม่เข้าใจ” เขาสไลด์งบการเงินไปตรงหน้า Charles “ค่าเสื่อมพุ่งขึ้นขนาดนี้ ทำไมคุณยังคิดว่าความสามารถในการทำกำไรจริงไม่ได้ลดลง”
Charles มองออกไปนอกกระจก ฝนเริ่มตกอีกครั้ง “Joseph คุณเคยเห็นโรงแรมเปิดใหม่ไหม”
“ครับ”
“ปีแรกงบมักดูแย่ เพราะอัตราเข้าพักยังไม่เต็ม แต่โรงพยาบาลเฉพาะทางไม่เหมือนโรงแรม” Charles เลื่อนรูปในแท็บเล็ตไปตรงหน้า เป็นภาพที่ Brian ส่งมาเมื่อคืน ศูนย์ปลูกถ่ายไตของ EMG ตอนเกือบเที่ยงคืน ไฟยังเปิดเกือบทุกชั้น “ถ้าอาคารยังว่าง ค่าเสื่อมคือพิษ แต่ถ้าการใช้งานผ่านจุดคุ้มทุนก่อนตลาดจะรู้ตัว ค่าเสื่อมจะกลายเป็นพลังทวีทางการเงิน”
Joseph ขมวดคิ้ว “แต่มันจะเต็มเร็วขนาดนั้นได้ยังไง”
Charles เปิดอีกไฟล์ เป็นประกาศรับสมัครงานภาษาอาหรับของ EMG ทั้งตำแหน่งล่าม เจ้าหน้าที่ประสานงานวีซ่า และทีมติดตามผู้ป่วยต่างชาติ “โรงพยาบาลทั่วไปเปิดตึกก่อนแล้วค่อยหาคนไข้ แต่ EMG หาคนไข้ให้ครบก่อนจะเปิดตึก”
Joseph เงียบไป
Charles เลื่อนหน้าจอต่อ แสดงสัญญาความร่วมมือกับเครือข่ายคลินิกส่งต่อในโอมาน โปรแกรมดูแลผู้ป่วยโรคไตระยะประคับประคอง บริการรับส่งสนามบิน ไปจนถึงห้องพักสำหรับครอบครัวผู้ป่วยระยะยาว “พวกนี้ไม่ใช่การตลาดแบบป้ายบิลบอร์ด”
“มันคืออะไรครับ”
“มันคือระบบล็อกการตัดสินใจ เวลาครอบครัวคนไข้เลือกโรงพยาบาลปลูกถ่ายไต เขาไม่ได้เปรียบเทียบราคาเหมือนซื้อโทรศัพท์” Charles เคาะโต๊ะเบาๆ “เขาเลือกที่ที่เขารู้สึกว่าความเสี่ยงที่จะพลาดน้อยที่สุด”
คืนนั้น Elena เข้ามาสมทบที่ห้องประชุม เธอโยนรายงานภาวะสินเชื่อลงบนโต๊ะ “ธนาคารเริ่มคุมเข้มการปล่อยกู้ภาคพาณิชย์”
Charles เงยหน้าขึ้น “Elena คุณคิดว่าอะไรจะเกิดก่อน”
“การเพิ่มทุน”
“ใคร”
“โรงพยาบาลที่เร่งเปิดหลายสาขาพร้อมกันช่วงดอกเบี้ยต่ำ”
Derek หัวเราะเบาๆ จากมุมห้อง “ตลาดรับรู้เรื่องนั้นไปหมดแล้ว”
“ตลาดรู้ว่ามีหนี้” Elena ตอบ “แต่ยังไม่รู้ว่าถ้าอัตราใช้งานต่ำกว่าคาดแค่ 2 ไตรมาส เงื่อนไขทางการเงินกับธนาคารจะเริ่มตึงตัวจนหายใจไม่ออก”
Isaac ที่นั่งเงียบมานานพูดขึ้นเป็นครั้งแรก “แต่ EMG ก็มีความเสี่ยงอีกแบบ การพึ่งพาสินทรัพย์หลักเพียงแห่งเดียว” เขามุนปากกาเล่น “ถ้าการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์สะดุด หรือภาครัฐเปลี่ยนนโยบาย บริษัทไม่มีเครือข่ายกระจายความเสี่ยง ตลาดอาจไม่ได้กังวลเรื่องค่าเสื่อม แต่กำลังหักส่วนลดเพราะความเปราะบางของโครงสร้างธุรกิจ”
ห้องประชุมเงียบลงทันที Joseph มอง Charles ครั้งนี้เขาไม่ตอบเร็วเหมือนเดิม
3 เดือนต่อมา วิกฤตสภาพคล่องในภูมิภาคเริ่มลาม หุ้นโรงพยาบาลที่ใช้หนี้สูงร่วงต่อเนื่อง หลายแห่งเริ่มออกโปรโมชั่นผ่าตัด บางแห่งยืดระยะเวลาชำระเงินให้ลูกค้าองค์กร หรือเริ่มระงับการจ้างงาน
Brian ส่งรูปเข้ากลุ่ม เป็นป้ายโฆษณาตรวจสุขภาพฟรีสำหรับลูกค้าใหม่ของโรงพยาบาลคู่แข่งที่ติดเต็มสถานีรถไฟใต้ดิน อีกภาพตามมาเป็นประกาศจาก EMG เรื่องการปรับขึ้นค่าบริการผู้ป่วยต่างชาติ 12%
Derek พิมพ์กลับทันที “บ้าหรือเปล่า วงจรเศรษฐกิจแบบนี้ยังกล้าขึ้นราคา?”
Brian ตอบสั้นๆ “คิวเต็มถึงไตรมาสหน้า”
Charles ไม่พิมพ์อะไร เขากำลังมองชุดข้อมูลรายได้ผู้ป่วยต่างชาติของ EMG ที่โตเร็วกว่าจำนวนคนไข้ นั่นหมายถึงรายได้ต่อหัวพุ่งสูงขึ้น ประเภทของโรคที่รักษาเริ่มซับซ้อนกว่าเดิม
“คุณคิดอะไรอยู่” Elena ถาม
Charles วางปากกา “ตลาดกำลังเข้าใจผิดว่า EMG เป็นแค่โรงพยาบาล แต่มันกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการส่งต่อผู้ป่วยระดับภูมิภาค”
คืนวันประกาศงบ Joseph นั่งนิ่งอยู่หน้าจอ กำไรสุทธิของ EMG โต 41% อัตรากำไรจากการดำเนินงานขยายตัว และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินทุนที่ใช้ไปกระโดดขึ้นเหนือช่วงก่อนเปิดอาคารใหม่ ราคาหุ้นดีดแรงทันทีหลังหน้าจอคำสั่งซื้อขายช่วงปิดตลาดแสดงผล
“เป็นไปได้ยังไง” Joseph พึมพำ
Charles มองตัวเลขสัดส่วนคนไข้ “เพราะตึกใหม่ไม่ได้ถูกเติมด้วยปริมาณคนไข้ทั่วไป แต่ถูกเติมด้วยเคสเปลี่ยนไต เคสหัวใจ และการผ่าตัดซับซ้อน ซึ่งสัดส่วนเพิ่มขึ้นเกือบทั้งหมด หลังผ่านจุดคุ้มทุน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของเคสพวกนี้ต่ำกว่ารายได้ที่เข้ามามาก”
Joseph ยังขมวดคิ้ว Charles จึงพูดต่อ “พลังทวีจากการดำเนินงานของโรงพยาบาลเฉพาะทางไม่เหมือนโรงงาน ต้นทุนคงที่คือทีมแพทย์และโครงสร้างพื้นฐาน แต่เมื่อระบบส่งต่อคนไข้เริ่มนิ่ง กำไรส่วนเพิ่มจะไหลลงมาที่บรรทัดสุดท้ายเร็วมาก”
Brian ส่งข้อความใหม่เข้ามา “เอเจนซี่ฝั่งดูไบบอกว่า EMG เริ่มปฏิเสธเคสที่กำไรน้อยแล้ว”
Derek อ่านจบแล้วนิ่งไปพักใหญ่ “งั้นที่ผมเห็นว่าแรงส่งราคาพัง...”
Charles มองออกไปนอกหน้าต่าง “คุณเห็นถูก แต่คุณประเมินช่วงเวลาผิดไปหน่อย”
หนึ่งสัปดาห์หลังงบออก กองทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อหุ้น EMG ส่วนโรงพยาบาลที่เคยเร่งขยายสาขาด้วยหนี้เริ่มประกาศขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อรักษาหน้าตัก Isaac นั่งดูรายชื่อดีลการปรับโครงสร้างหนี้บนหน้าจอ
“เงินไม่ได้หายไปไหนจริงๆ”
Charles พยักหน้า “มันแค่ย้ายที่ จากปริมาณไปหาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จากการกู้ยืมไปหางบดุลที่แข็งแกร่ง และย้ายจากคนที่ต้องวิ่งซื้อความต้องการของตลาด ไปหาคนที่ถูกเลือกเพราะเดิมพันของความผิดพลาดนั้นสูงเกินไป”
Brian ส่งข้อความสุดท้ายเข้ามา “ผมลองสุ่มโทรจองคิวอีกครั้ง เร็วสุดคือ 8 สัปดาห์ และเขาเพิ่งปรับราคาเพิ่มอีก 15%”
Joseph เงยหน้าขึ้น “แล้วลูกค้ายอมจ่าย?”
Charles ยิ้มบางๆ ขณะปิดหน้าจอลงช้าๆ “เวลาคนกำลังเดิมพันด้วยชีวิต เขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำถามว่าอะไรถูกที่สุด แต่เขาเริ่มจากคำถามว่าที่ไหนพลาดน้อยที่สุด”
"เนื้อหาในนิยายเป็นเหตุการณ์สมมติ ตัวละครและชื่อบริษัทถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงและถ่ายทอดบทเรียนทางธุรกิจเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนในหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ"
— เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#หุ้น
#การลงทุน
#ทัวร์สุขภาพ
#หุ้นโรงพยาบาล

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา