26 พ.ค. เวลา 12:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ลูกค้ารอหม้อแปลงข้ามไตรมาส : แต่ตลาดเริ่มไม่เชื่อกำไร

ฝนเดือนพฤษภาคมตกกระทบกระจกของอาคารสำนักงานเหนือ Marina Bay เป็นจังหวะสม่ำเสมอเหมือนเสียงเดินเครื่อง relay ในสถานีไฟฟ้าย่อย Brian วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะไม้สีดำก่อนเลื่อนเอกสารไปให้ Charles
“ผู้รับเหมาที่ Kuala Lumpur เริ่มขอเลื่อนส่งมอบอีกแล้ว”
Charles ยังไม่เงยหน้า เขากำลังไล่ดูงบไตรมาสล่าสุดของ Voltaris Grid Systems บริษัทผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดกลางที่ตลาดเคยมองว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากรอบลงทุนโครงสร้างไฟฟ้า รายได้ยังโต ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งยังสูง แต่กำไรสุทธิหายไปเกือบทั้งบรรทัด
Joseph ขมวดคิ้ว “ต้นทุนวัตถุดิบขึ้นแรงขนาดนั้นเลยเหรอ”
Charles เงยหน้าจากปึกงบการเงินแล้วหันไปทางกระจก “Elena?”
หญิงสาวยืนพิงกระจก มองไฟจากท่าเรือที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ “ต้นทุนเงินยังไม่ลง” เธอพูดสั้นๆ “โครงการที่เคยอนุมัติง่ายตอนดอกเบี้ยต่ำ ตอนนี้เริ่มใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น โดยเฉพาะฝั่ง Solar”
Derek หัวเราะเบาๆ พลางโยนกราฟค่าระวางเรือลงบนโต๊ะ “แต่ความต้องการฝั่งโครงสร้างพื้นฐานยังไม่จบนะ”
Brian พยักหน้า “ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ Johor บอกว่าหม้อแปลงแบบแห้งยังรอของกัน 3 ถึง 4 เดือน”
Joseph หันไปมอง Charles “แล้วทำไมหุ้นถึงโดนขายหนักขนาดนี้”
Charles ปิดงบแล้วเปิดอีกไฟล์แทน รายได้จากธุรกิจ Solar Rooftop ของ Voltaris ลดลงจากปีก่อน แม้ทั้งภูมิภาคกำลังพูดเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานพร้อมกัน
“ตลาดไม่ได้กลัวแค่กำไรขั้นต้น” เขาพูดช้าๆ “ตลาดเริ่มสงสัยว่าความต้องการจริงอยู่ตรงไหน”
Brian เลื่อนแท็บเล็ตมาอีกครั้ง “มีอีกเรื่อง บริษัทเพิ่งตั้งบริษัทย่อยใหม่ที่ลาว”
Derek เลิกคิ้ว “โรงงานหม้อแปลง?”
“เป็นการประกอบและจัดจำหน่าย” Brian ตอบ
Joseph รีบถามทันที “ก็ดีไม่ใช่เหรอ ขยายตลาด”
ไม่มีใครตอบทันที Charles หยิบปากกาขึ้นมาหมุนช้าๆ “ถ้าสินค้าจีนถูกกว่าอยู่แล้ว คุณต้องมีอะไรบางอย่างที่อีกฝั่งแทนไม่ได้”
“มาตรฐาน?” Joseph เดา
Brian ส่ายหน้าเบาๆ “ในประเทศที่ระเบียบข้อบังคับยังไม่แข็งพอ มาตรฐานอาจไม่ใช่กำแพง”
ความเงียบตกลงกลางโต๊ะ Derek เอนตัวพิงเก้าอี้ “ถ้าลาวเริ่มเปิดรับสินค้าราคาถูกจริง อัตรากำไรจะโดนบีบเร็วมาก”
Charles เอนหลังพิงพนักเก้าอี้สายตาจดจ้องที่ตัวเลขงบประมาณอีกครั้ง
“Elena?”
“ขึ้นอยู่กับว่าโครงการระบบสาธารณูปโภคจะให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของระบบ หรือรายจ่ายลงทุน” หญิงสาวตอบโดยไม่ละสายตาจากผิวน้ำด้านนอก
Charles ยังคงนิ่งเงียบ สายตาไล่ไปตามบันทึกการประชุมนักลงทุนรอบล่าสุด ในนั้นมีทั้งตัวเลขต้นทุนสายการผลิตใหม่ ค่าตัววิศวกรที่ดึงมาเตรียมงาน Data Center และงบของฝั่ง Solar ที่ยังเผาเงินต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะถึงจุดคุ้มทุน ทุกโครงการดูเหมือนจะนัดกันรุมกินกระแสเงินสดของบริษัทพร้อมกันในไตรมาสเดียว
Joseph มองสีหน้าของเขา “คุณคิดว่าพวกเขาลงทุนเร็วเกินไป?”
Charles ไม่ตอบทันที “ผมคิดว่าตลาดเริ่มถามว่ากระแสเงินสดจะมาก่อนกำหนดเวลาครบกำหนดชำระหนี้หรือเปล่า”
Isaac เงยหน้าจากเอกสารการวิเคราะห์เงื่อนไขเงินกู้ครั้งแรกของคืน “ค่าเสื่อมราคาของโรงงานใหม่เริ่มวิ่งนำการใช้กำลังการผลิตไปแล้วด้วย”
Joseph หันไปมองทันที “หมายความว่าไง”
“หมายความว่าพวกเขาสร้างกำลังการผลิตก่อนความต้องการจะรับรู้จริง” Isaac ตอบเรียบๆ “ช่วงแรกการใช้ประโยชน์จากต้นทุนคงที่ จะย้อนมากดกำไรแรงกว่าที่คนคิด”
---
2 สัปดาห์ต่อมา หุ้น Voltaris ร่วงอีก 14% ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ฝั่ง Bid บางลงอย่างเห็นได้ชัด
Isaac เลื่อนเอกสารการวิเคราะห์เงื่อนไขเงินกู้ไปตรงหน้า Charles “กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย เริ่มบางเกินระดับที่ธนาคารวางไว้แล้ว”
“การปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ยังเปิดไหม”
“ตอนนี้ยัง”
“แต่?”
Isaac เงียบไปพักหนึ่ง “แบงก์เริ่มถามเรื่องการใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่”
 
Joseph มองหน้าทุกคน “แต่ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งยังสูงไม่ใช่เหรอ”
“ยอดค้างส่งไม่ได้แปลว่ากระแสเงินสดเสมอไป” Elena พูดขึ้น “โดยเฉพาะเวลาลูกค้าเริ่มขอระยะเวลาชำระสินเชื่อยาวขึ้น”
Brian หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ผมลองโทรไปขอใบเสนอราคาหม้อแปลงในฐานะผู้รับเหมาไฟฟ้า”
Derek ยิ้มมุมปาก “แล้ว?”
“ราคายังไม่ลง”
Charles เงยหน้าขึ้นทันที Brian วางโทรศัพท์ลงช้าๆ “แต่ลูกค้าเริ่มเจรจาขอระยะเวลาชำระสินเชื่อยาวขึ้น”
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง Joseph มองไม่ออกว่าข้อมูลนั้นดีหรือร้าย Charles กลับเปิดรายงานลูกหนี้แทน ยอดลูกหนี้การค้าของทั้งอุตสาหกรรมเริ่มยืดยาวขึ้นพร้อมกัน
 
Derek จ้องตัวเลขอยู่พักหนึ่งก่อนพูดเบาๆ “ทุกคนยังเชื่อว่าวัฏจักรไปต่อ”
“แล้วคุณล่ะ”
“ผมเชื่อว่ากำลังเข้าสู่ช่วงที่คนแยกไม่ออก ระหว่างการเติบโตจริงกับภาวะกำลังการผลิตล้น”
Brian พิงเก้าอี้ “ผมเช็คกับตัวแทนขนส่งสินค้าฝั่งเซินเจิ้นมา”
Charles หันมามองทันที “หม้อแปลงจีนเริ่มออกมานอกประเทศเยอะขึ้น”
“การทุ่มตลาด?”
“ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ราคาต่ำกว่าเกือบ 20%”
Joseph ขมวดคิ้ว “แล้ว Voltaris จะสู้ยังไง”
ไม่มีใครตอบทันที Charles มองฝนที่ไหลลงมาตามกระจก “ถ้าลูกค้ายอมเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายเพื่อส่วนต่างไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ธุรกิจนี้จะไม่เหมือนเดิมอีก”
Isaac ปิดแฟ้มลงช้าๆ “ปัญหาคือกองทุนบางแห่งเริ่มไม่มีสิทธิ์รอแล้ว”
Joseph หันไปมอง Isaac พูดต่อโดยไม่เปลี่ยนน้ำเสียง “ข้อกำหนดของบางกองทุนบังคับลดสัดส่วนการถือครอง ถ้าอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ต่ำกว่าระดับที่กำหนดต่อเนื่องหลายไตรมาส”
Derek หัวเราะเบาๆ “ตลาดชอบเรียกมันว่าการตื่นตระหนก”
“แต่จริงๆ มันคือการถูกบังคับขาย” Charles พูดต่อให้
เดือนถัดมา หุ้น Voltaris หลุดต่ำกว่า 0.70 ดอลลาร์ กองทุนขนาดกลางเริ่มลดสถานะพร้อมกัน สภาพคล่องหายเร็วกว่าที่ Charles คาด
Brian นั่งอยู่ในร้านกาแฟใกล้ท่าเรือ เขามองประกาศรับสมัครงานของ Voltaris บนหน้าจอคำสั่ง “ยังรับวิศวกรเพิ่มอีก”
Charles ที่เพิ่งเดินเข้ามาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ “กี่ตำแหน่ง”
“16 ตำแหน่ง”
Derek หัวเราะทันที “กำไรแทบไม่เหลือ แต่ยังขยายทีม”
“Elena?”
“ถ้าผู้บริหารเชื่อว่าเป็นความต้องการจริง พวกเขาไม่มีทางหยุดสร้างกำลังการผลิตกลางทาง”
Isaac มองตัวเลขกระแสเงินสดแล้วถอนหายใจ “หรือไม่ก็หยุดไม่ได้แล้ว”
Joseph เงยหน้าขึ้น “ต่างกันยังไง”
Isaac ปิดแฟ้มช้าๆ “ถ้าหยุดตอนนี้ ต้นทุนคงที่ทั้งหมดจะย้อนกลับมาฆ่ากำไรทันที”
Brian จิบกาแฟก่อนพูดต่อ “Solar Rooftop ก็ยังไม่มา”
Charles เหลือบมองเขา Brian เลื่อนข้อมูลยอดติดตั้งในภูมิภาคให้ดู “ตลาดโต แต่ Voltaris โตไม่ทัน”
Derek พูดเรียบๆ “เพราะ Solar Rooftop ไม่ใช่จุดชี้ขาดของกำไร”
Joseph หันไปมองทันที “หมายความว่าไง”
“ใครๆ ก็ติดตั้งได้” Derek พูดต่อ “แต่หม้อแปลงที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติของรัฐ ไม่ใช่ทุกคนจะขายได้”
Charles นิ่งไปพักหนึ่ง นั่นคือประโยคแรกในหลายเดือนที่ทำให้เขาหยุดคิด Brian มองเขาเงียบๆ “คุณกำลังคิดอะไร”
Charles ไม่ตอบตรงๆ “ถ้าตลาดกำลังลงโทษบริษัทเพราะธุรกิจที่ไม่มีปราการป้องกัน”
“แต่ไม่ได้แยกว่าส่วนไหนยังมีอำนาจต่อรองราคาอยู่?” Brian ต่อให้
Charles พยักหน้าเบาๆ
ปลายไตรมาสใหม่ งบออกมาอีกครั้ง อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นขึ้นเล็กน้อยแต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดหวัง หุ้นเด้งช่วงเปิดตลาดก่อนถูกขายลงมาเหมือนเดิม
Joseph มองหน้าจออย่างสับสน “ตัวเลขดีขึ้นแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ตลาดอยากเห็นความชัดเจน” Elena ตอบ
Isaac พับคอมพิวเตอร์ลงช้าๆ “และธนาคารก็เหมือนกัน”
Derek กลับดูอารมณ์ดีที่สุดในห้อง “สินค้าคงเหลือฝั่งผู้จัดหาวัตถุดิบเริ่มลดแล้ว”
Brian หันไปมอง “คุณยังเล่นรอบต่อ?”
“จนกว่าทุกคนจะกลับมาสั่งเครื่องจักรพร้อมกันอีกครั้ง”
Charles เงียบมาตลอด เขากำลังดูสมุดรายชื่อคำสั่งซื้อของ Voltaris โครงการ Data Center ในตะวันออกกลางเริ่มรับรู้รายได้ล็อตแรก ระยะเวลาส่งมอบยังยาว ลูกค้ายังถามเรื่องใบรับรองมาตรฐานก่อนราคา แต่รอบหมุนเวียนเงินสดยังยืดตัว
Joseph เห็นใบคำสั่งซื้อบนหน้าจอ “คุณเพิ่มสัดส่วนการถือครอง?”
Charles พยักหน้าเล็กน้อย “อีก 1.5%”
“ทั้งที่ตลาดยังไม่เชื่อ?”
“เพราะคนที่ขายตอนนี้ ไม่ได้ขายเพราะคิดว่าธุรกิจตาย”
Brian มองเขาเงียบๆ “แต่ขายเพราะสภาพคล่อง”
Charles พยักหน้า “และเพราะพวกเขาไม่มีเวลารอ”
ฝนด้านนอกหยุดตกแล้ว เรือขนส่งหลายลำเริ่มเคลื่อนออกจากท่า Joseph มองกราฟราคาบนหน้าจออีกครั้ง “แล้วถ้าคุณมองผิด”
Charles เงียบอยู่นาน “ถ้าอัตรากำไรไม่กลับมา หลังการใช้กำลังการผลิตพ้นจุดคุ้มทุน”
“หรือ?”
“ถ้า Solar ยังเผากระแสเงินสดต่อโดยไม่สร้างความลำบากในการย้ายไปใช้คู่แข่ง”
“หรือ?”
Charles ปิดหน้าจอช้าๆ “ถ้าลูกค้าสาธารณูปโภคเริ่มยอมเปลี่ยนผู้ผลิตเพราะราคาถูกกว่า”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เพราะทุกคนในห้องรู้ดีว่า ถ้าวันนั้นมาถึงจริงสิ่งที่พังจะไม่ใช่แค่กำไร แต่มันคือโครงสร้างอำนาจต่อรองทั้งระบบ
6 เดือนต่อมา หุ้น Voltaris ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมเกือบครึ่ง แต่ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งกลับทำจุดสูงสุดใหม่ สายการผลิตหม้อแปลงแบบแห้งเริ่มเดินเต็มกำลังการผลิตเป็นครั้งแรก ลูกค้าศูนย์ข้อมูลจากตะวันออกกลางและสิงคโปร์เริ่มเร่งรับมอบสินค้าเร็วกว่ากำหนด
อัตรากำไรฟื้นตัวช้ากว่าที่ Charles คาด ระหว่างทางกองทุนของเขาถูกไถ่ถอนหน่วยลงทุนต่อเนื่องเพราะผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดอยู่หลายไตรมาส เขาจำใจลดสัดส่วนบางส่วน ทั้งที่สมมติฐานหลักยังไม่เปลี่ยน
Derek กลับทำผลตอบแทนสูงที่สุดในช่วงเดียวกัน เขาเข้าเร็วและออกเร็วกว่าใครทั้งหมด ส่วน Isaac ทำกำไรจากบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบที่ตลาดเคยคิดว่าจะปรับโครงสร้างหนี้ไม่รอด แต่สุดท้ายธนาคารเลือกขยายวงเงินสินเชื่อ เพราะโครงการขยายโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐยังเดินต่อ
ไม่มีใครชนะทุกอย่าง ไม่มีใครผิดทั้งหมด แต่เงินในระบบเริ่มไหลกลับไปหาผู้ผลิตที่ยังรักษาคุณสมบัติมาตรฐานและส่งมอบได้ตรงเวลา เพราะเมื่อโครงการขยายโครงข่ายไฟฟ้าเริ่มเดินจริง ลูกค้าไม่ได้ถามอีกแล้วว่าใครถูกที่สุด พวกเขาถามเพียงว่า
 
“ใครยังส่งของได้ โดยไม่ทำให้ระบบดับ ?”
"เนื้อหาในนิยายเป็นเหตุการณ์สมมติ ตัวละครและชื่อบริษัทถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงและถ่ายทอดบทเรียนทางธุรกิจเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนในหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ"
— เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#หุ้น
#การลงทุน
#หม้อแปลงไฟฟ้า
#Data Center
#Solar Rooftop

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา