แสงแดดยามบ่ายสะท้อนจากผิวทะเลบริเวณ Marina Bay ลอดผ่านกระจกอาคารสำนักงานเข้ามาในห้องทำงานของ Charles หน้าจอ Bloomberg ตรงหน้าไม่ได้เต็มไปด้วยสีแดงแห่งความตื่นตระหนกเหมือนช่วงวิกฤตก่อนหน้า หากแต่เป็นราคาที่กะพริบสลับขึ้นลงอย่างไร้ทิศทาง ราวกับตลาดกำลังลังเลว่าจะกลัวหรือเพิกเฉยต่อสิ่งที่กำลังเปลี่ยนอยู่กันแน่
สำหรับ Charles ความไม่สอดคล้องกันของราคานั่นเองที่อันตรายที่สุด
“Lead Time ของชุดตรวจเฉพาะทางเริ่มสั้นลงแล้ว” เขาพูดเสียงเบาเหมือนเปรยกับตัวเอง “ครั้งแรกในรอบหลายไตรมาส”
Elena ไม่ตอบทันที นิ้วของเธอยังคงเลื่อนผ่านหน้าจอ Fund Flow เส้นสีแดงยังไหลออกต่อเนื่องจากกองทุน Healthcare Small Cap ในยุโรป เธอขยายหน้าจออีกฝั่งขึ้นมา สภาพคล่องของหุ้นเริ่มบางลงอย่างเห็นได้ชัด
Brian เลื่อนข้อมูลอีกชุดขึ้นมา “ทีมขายฝั่งอินโดนีเซียเริ่มลาออกบ้างแล้ว”
Derek หรี่ตาลง “House Brand?”
Brian พยักหน้า “ค่าคอมมิชชั่นต่ำกว่าแบรนด์ต่างประเทศ”
Isaac หัวเราะเบาๆ “ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องมีคนเสียประโยชน์ก่อนเสมอ”
Charles นิ่งงัน สายตาหยุดอยู่ที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ซึ่งยังพุ่งสูงขึ้น ทั้งระบบ ERP การขยายตัวในระดับภูมิภาค และการทำแบรนด์ตัวเอง ทั้งหมดกำลังดึงต้นทุนขึ้นพร้อมกัน
Joseph มองตัวเลข “งั้นบริษัทกำลังแย่ลง?”
“ไม่เร็วขนาดนั้น” Charles พูดขึ้นครั้งแรกหลังเงียบไปนาน “องค์กรที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้าง มักดูแย่ในช่วงแรกเสมอ ปัญหาคือ ตลาดอาจไม่ให้เวลาพวกเขา”
Elena ขยายหน้าจอขึ้นมา หุ้นกลุ่มเดียวกันในดัชนี Small Cap Health ถูกลดน้ำหนักพร้อมกันเกือบทั้งหมด “นี่ไม่เกี่ยวกับความเชื่อมั่นในตัวบริษัทแล้ว มันคือข้อบังคับในการลงทุน”
Joseph ขมวดคิ้ว “หมายความว่าไง?”
“Elena หมายถึง ต่อให้คนจัดการกองทุนจะยังเชื่อในบริษัท แต่ถ้ามีแรงขายคืนหน่วยลงทุนเข้ามา เขาก็ต้องขายหุ้นออกมาอยู่ดี” Isaac ตอบแทน
Charles มองกราฟ Fund Flow อยู่นานก่อนจะพูดช้าๆ “มันเริ่มเหมือนช่วงรอบของ MedTech ครั้งก่อน”
สุดท้าย Isaac พูดขึ้นช้าๆ “คำถามไม่ใช่ว่าธุรกิจจะรอดไหม” เขามองไปที่ Charles “แต่คำถามคือ นักลงทุนจะรอดพอให้เห็นวันนั้นรึเปล่า”
Charles ไม่ตอบ สายตายังจ้องอยู่ที่กราฟราคาที่ไหลต่ำลงใต้แนวรับเดิม เขาไม่แน่ใจว่าตลาดกำลังมองข้ามบางอย่าง หรือเป็นเขาเองที่พยายามมองเห็นอนาคตเร็วเกินไปกันแน่