Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
g
1% grow up
•
ติดตาม
26 พ.ค. เวลา 06:18 • การศึกษา
ความจริง VS ความเชื่อ อย่าปล่อยให้ สิ่งที่คุณคิดไปเอง กลายเป็นกำแพงขังชีวิต
ในโลกนี้มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า ความจริง มันคือสัจธรรมที่มีเพียงหนึ่งเดียว ไม่ว่าใครจะมองจากมุมไหนก็ต้องเห็นตรงกัน และไม่มีใครเปลี่ยนแปลงมันได้ เช่น
ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่ให้แสงสว่าง ต้องขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก
มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้ว ย่อมต้องเผชิญกับความแก่ ความเจ็บ และความตายเป็นธรรมดา
นี่คือสิ่งสากลที่ทุกคนรู้ แต่คำถามคือ แล้วสิ่งที่เราใช้ดำเนินชีวิตอยู่ทุกวันนี้ มันคือ ความจริง หรือมันเป็นแค่ ความเชื่อ ที่เราสร้างขึ้นมาหลอกตัวเองกันแน่
1. ในเรื่องความรัก
ฝั่ง A: เจอแต่ความรักที่เจ็บปวด ถูกนอกใจซ้ำๆ จึงเชื่ออย่างสนิทใจว่า รักแท้ไม่มีจริงในโลก
ฝั่ง B: เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่รักและดูแลกันมานานกว่า 40 ปี จึงเชื่ออย่างสนิทใจว่า ความรักคือสิ่งสวยงามและคุ้มค่าที่จะรักษา
2. ในเรื่องการเงิน
ฝั่ง A: เติบโตมาในครอบครัวที่หาเงินได้อย่างยากลำบาก จึงมี Mindset ว่า เงินเป็นของหายาก ต้องเอาหยาดเหงื่อแรงงานไปแลกอย่างสาหัสเท่านั้นกว่าจะได้มันมา
ฝั่ง B: เติบโตมาในครอบครัวที่บริหารเงินเป็น เห็นพ่อแม่หาเงินหลักล้านต่อเดือน จึงเชื่อว่า การหาเงินไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเรารู้วิธีการที่ถูกต้อง
3. ในเรื่องการจัดการอารมณ์
ฝั่ง A: ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า คนเข้มแข็งต้องไม่ร้องไห้ ต้องทำเป็นชิลตลอดเวลาเพื่อให้ดูดี ผลลัพธ์คือกลายเป็นคนเก็บกด ปฏิเสธความจริง และเสี่ยงต่อโรคทางจิตเวช
ฝั่ง B: ซื่อสัตย์ต่ออารมณ์ตัวเอง เสียใจก็ร้องไห้ โกรธก็ยอมรับ ผลลัพธ์คือจิตใจฟื้นตัวไว และมีสุขภาพจิตที่แข็งแรง
คุณจะเห็นว่า ทั้ง 3 เรื่องนี้ไม่มีข้อไหนเลยที่เป็น "ความจริงสากล" เหมือนดวงอาทิตย์ขึ้น แต่มันคือ "ความเชื่อ" ที่ถูกหล่อหลอมมาต่างหาก
อันตรายของการเอา ความเชื่อ มาปนกับ ความจริง
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ เมื่อไหร่ที่คุณปักใจเชื่อสิ่งใด จิตของคุณจะทำหน้าที่เป็นเรดาร์คอยโฟกัสและดึงดูดแต่สิ่งนั้นเข้ามาหาตัวเอง
หากคุณเชื่อว่า ผู้ชายก็เลวเหมือนกันหมด ผู้หญิงก็ขี้วีนเอาแต่ใจทุกคน สมองของคุณจะเลือกมองเห็นและพาตัวเองไปพัวพันกับคนประเภทนั้นซ้ำๆ พอเจอแบบเดิม คุณก็ยิ่งตอกย้ำความเชื่อเดิม วนลูปเป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่มีวันจบสิ้น
เช่นเดียวกับเรื่องเงิน ถ้าคุณยังเชื่อว่า เงินมันหายาก สมองของคุณก็จะปิดสวิตช์การมองเห็นโอกาสใหม่ๆ และทำให้มันยากตามที่คิดจริงๆ
คำถามคือมันแฟร์แล้วหรือที่คุณจะคิดแบบนี้
3 ขั้นตอนทลายกำแพงความเชื่อเดิม เพื่อเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่
ถ้าอยากเติบโตขึ้นวันละ 1% คุณต้องกล้ารื้อระบบความเชื่อเก่าด้วยวิธีนี้ครับ
ขั้นตอนที่ 1 หาหลักฐานมาค้านความเชื่อตัวเองที่ไม่ดี
ลองถามตัวเองตรงๆ ว่า สิ่งที่เราคิดมันคือความจริงไหม เช่น ถ้าคุณคิดว่า เงินหายาก ลองมองดูเศรษฐีที่มีเงินเป็นร้อนล้านพันล้านสิ ผมไม่เห็นว่าพวกเขาจะหาเงินยากตรงไหน พอเห็นแบบนี้ นั่นแปลว่า คำว่าเงินหายากไม่ใช่สัจธรรม มันเป็นแค่ความเชื่อของคุณคนเดียว
ขั้นตอนที่ 2: ทักความคิด (Labeling)
ระหว่างวัน เวลาที่มีเสียงในหัวแว่วขึ้นมาตามความเคยชินเก่า เช่น งานนี้ทำไม่ได้หรอกเราไม่เก่งพอ หรือ เงินหมดแน่ๆ ให้รีบใช้เทคนิคทักอารมณ์ตรงๆ ว่า นี่คือความกลัวกำลังเกิดขึ้น ความคิดลบกำลังปรุงแต่งจิต เพื่อให้จิตคายความคิดนั้นออก ไม่เอามาอินเป็นเรื่องจริง
ขั้นตอนที่ 3 โปรแกรมสมองใหม่ด้วยการทำ Self-Talk + Action
มนุษย์ถูกหล่อหลอมด้วยข้อมูลที่ได้รับมาในอดีต ใครได้รับอะไรมาก็จะเชื่ออย่างนั้น ดังนั้นเราต้องป้อนข้อมูลใหม่ให้สมอง ด้วยการทำ Self-Talk โดยพูดสิ่งดีๆ กับตัวเอง ย้ำๆ ซ้ำๆ วันละ 2 รอบ (เช้า-เย็น) รอบละ 10 ครั้ง เช่น
"ฉันคู่ควรกับความรักที่ดีและมีความสุข"
"ฉันมีความสามารถในการเรียนรู้และหาเงินเก่ง"
"ฉันเป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค"
คีย์สำคัญ: พูดอย่างเดียวไม่พอ ต้อง "สร้างเหตุใหม่" ควบคู่ไปด้วย อยากหาเงินเก่ง ให้ไปลงเรียนเรื่องการเงินและการสร้างรายเพิ่ม อยากมีคู่ครองที่ดี ให้เริ่มจากพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่มีคุณภาพก่อน
บทสรุปของ 1% grow up
ความจริงเปลี่ยนไม่ได้ แต่ความเชื่อเปลี่ยนได้เสมอ
เลิกขังตัวเองไว้กับ ความเชื่อเก่าๆ ที่คอยฉุดรั้งชีวิต แล้วหันมาสร้าง เหตุใหม่ เพื่อผลลัพธ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิมกันดีกว่าครับ
พัฒนาตัวเอง
แนวคิด
ซึมเศร้า
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย