Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Life is so dark
•
ติดตาม
26 พ.ค. เวลา 14:50 • บันเทิง
Office Syndrome (Psychosis) The Series
EP2 สมรภูมิหน้ากาก
[เหตุผลเบื้องหลังการย้ายแผนก: รางวัลที่เคลือบยาพิษ]
หลังจากเหตุการณ์ “เชือดมหาโจรกลางห้องประชุม” วิชัยถูกสั่งพักงานยาว 6 เดือน เรื่องนี้กลายเป็นตำนานสะใจของเหล่าพนักงานตัวเล็ก ๆ แต่สำหรับเก่ง... มันคือจุดเริ่มต้นของมรสุมลูกใหม่
ท่านประธานมองเห็น “เพชร” ในตัวเก่ง แต่ในโลกธุรกิจ เพชรที่ไม่มีหัวโขนย่อมถูกจับไปวางในที่ที่ทำเงินได้มากที่สุด เก่งถูกคำสั่งย้ายด่วนให้ไปอยู่แผนก Sales & Business Development (Sales & BD) แผนกที่เป็นหน้าตาและขุมทรัพย์ของบริษัท
มันดูเหมือนการเลื่อนตำแหน่ง... แต่ทุกคนในออฟฟิศรู้ดีว่า แผนก Sales & BD คือ “แดนมิคสัญจร” ที่รวมคนเสแสร้งและยอดนักปั่นประสาทเอาไว้มากที่สุด และที่สำคัญ หัวหน้าของแผนกนั้นคือ “สมชาย” ผู้จัดการฝ่ายขายหน้าเนื้อใจเสือ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทในก๊วนกอล์ฟของวิชัยที่เพิ่งโดนเก่งสอยร่วงไป การย้ายแผนกครั้งนี้ จึงไม่ต่างอะไรกับการส่งลูกแกะเดินเข้าถ้ำเสือที่กำลังหิวแค้น
[ก้าวแรกในสมรภูมิใหม่]
เก่งเดินถือกล่องลังใส่เอกสารส่วนตัวเข้ามาหยุดที่หน้าแผนกใหม่ บรรยากาศรอบตัวต่างจากแผนกการตลาดเดิมอย่างสิ้นเชิง ที่นี่ไม่มีเสียงหัวเราะ มีแต่เสียงกดแป้นพิมพ์รัว ๆ เสียงคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงดัดจริตเพื่อต้อนรับลูกค้า และสายตาหลายสิบคู่ที่มองตรงมาที่เขาอย่างระแวดระวัง
“อ้าว... มาแล้วเหรอ ‘เก่ง มือปราบผู้จัดการ’?”
เสียงทักทายดังมาจากห้องทำงานกระจกใส สมชาย เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจตามสไตล์นักขายระฆังทอง เขาเป็นชายวัยกลางคน แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่พยายามซ่อนไว้ใต้หน้ากากใจดี
“ยินดีต้อนรับสู่แผนกเรานะเก่ง พี่ได้ข่าวเรื่องวิชัยแล้ว... แหม เก่งจริง ๆ” สมชายตบไหล่เก่งเบา ๆ แต่แรงตบนั้นหนักหน่วงจนเก่งรู้สึกได้ถึงความประสงค์ร้าย
“แต่ที่นี่คือฝ่ายขายนะเก่ง เราไม่เน้นทฤษฎีสวยหรูเหมือนการตลาด เราเน้น ‘ตัวเลข’ และ ‘ความอึด’ เพื่อเป็นการรับน้อง... พี่มีโปรเจกต์อสังหาฯ เจ้าใหญ่เดลลอยด์พาร์คให้เก่งดูแล พี่ขอแผนการนำเสนอเบื้องต้นบนโต๊ะพี่ ‘พรุ่งนี้แปดโมงเช้า’ นะครับ”
กองเอกสารหนากว่าสามนิ้วถูกโยนโครมลงบนโต๊ะทำงานใหม่ของเก่ง ฝุ่นจาง ๆ ลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศ
เก่งนิ่งสนิท มือที่จับขอบโต๊ะเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันและอาการซึมเศร้าลึก ๆ เริ่มส่งสัญญาณประท้วง ยาต้านเศร้าในกระเป๋ายังเหลืออยู่ แต่วันนี้เก่งตั้งใจว่าจะใช้มันให้น้อยลง เขาสบตาสมชายนิ่ง... นิ่งเสียจนสมชายเป็นฝ่ายหลบสายตาแล้วแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนเดินกลับเข้าห้องทำงานไป
[การปรากฏตัวของ "อาร์ต" คนธรรมดาที่รู้เหลี่ยมออฟฟิศ]
เก่งถอนหายใจ ยืนมองกองเอกสารตรงหน้าด้วยความมืดแปดด้าน งานใหญ่ขนาดนี้ให้ทำคนเดียวข้ามคืน มันคือการตั้งใจ “บีบให้พัง” ชัด ๆ ในจังหวะนั้นเอง มีเสียงลากเก้าอี้ดังมาจากโต๊ะข้าง ๆ
“เฮ้อ... มุกเดิม ๆ ของไอ้สมชายมันว่ะ แกล้งโยนงานหินให้เด็กใหม่ทำพัง จะได้มีข้ออ้างอัดรายงานส่งประธานว่าเด็กที่ส่งมาไม่มีคุณภาพ”
ชายหนุ่มรุ่นพี่คนหนึ่ง ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ เสื้อเชิ้ตพับแขนลุ่ย ๆ เนกไทถูกคลายออกจนหลวม หน้าตาดูเหนื่อยหน่ายแบบคนออฟฟิศที่นอนไม่พอ เขายื่นมือมาหาเก่ง “พี่ชื่อ อาร์ต เป็น Senior ของแผนกนี้... และเป็นคนที่สมชายมันเพิ่งสั่งให้มาเป็น ‘พี่เลี้ยง’ นายเมื่อกี้ผ่านไลน์กลุ่ม”
อาร์ตไม่ได้เดินเข้ามาแบบพระเอกขี่ม้าขาว เขายังคงบ่นอุบอิบและหยิบแฟ้มงานของเก่งไปเปิดดูลวก ๆ
“พี่อาร์ต... งานนี้มันต้องส่งพรุ่งนี้เช้า ผมคิดว่าคงไม่...” เก่งพูดด้วยน้ำเสียงเครียด
“เออ รู้... มันจงใจแกล้งนายนั่นแหละเก่ง เพราะนายไปเล่นเพื่อนรักมันซะยับขนาดนั้น” อาร์ตลดเสียงลงพลางส่งยิ้มกวน ๆ ให้ “แต่ฟังพี่นะเก่ง ในออฟฟิศนี้ไม่มีใครเป็นฮีโร่หรอก
พี่เองก็ไม่ได้อยากหาเรื่องใส่ตัว แต่ในฐานะพี่เลี้ยง ถ้าปล่อยให้นายพัง พี่ก็โดนหักโบนัสไปด้วย อีกอย่าง... พี่เคยเห็นน้องคนเก่าต้องลาออกไปรักษาสุขภาพจิตเพราะโดนมันกดขี่ พี่หมั่นไส้หน้ากากคนดีของไอ้สมชายมานานละ”
อาร์ตขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เก่ง แววตาขี้เล่นเปลี่ยนเป็นความจริงจังในแบบของคนทำงานที่อาบน้ำร้อนมาก่อน
“งานนี้ ถ้านายทำคนเดียว นายตายแน่... แต่นายลืมไปรึเปล่าว่าข้อมูลลูกค้าเจ้านี้ แผนกการตลาดเก่าของนายเคยทำรีเสิร์ชไว้แล้ว? นายมีข้อมูลดิบ พี่มีรูปแบบสไลด์ที่สมชายมันชอบ... เรามาแบ่งงานกันทำ คืนนี้อยู่ดึกหน่อย แต่วิธีนี้จะทำให้พรุ่งนี้เช้าหน้ากากของไอ้สมชายต้องหลุดชัวร์”
เก่งมองรุ่นพี่ตรงหน้า... อาร์ตไม่ใช่คนแสนดีที่ยอมสละชีวิตเพื่อคนอื่น อาร์ตบ่นเรื่องโอที บ่นเรื่องเหนื่อย แต่สิ่งหนึ่งที่เก่งสัมผัสได้คือ อาร์ตคือ ‘คนธรรมดา’ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ระบบห่วย ๆ และพร้อมจะใช้เล่ห์เหลี่ยมออฟฟิศตลบหลังคนโกงเช่นกัน
[เมื่อความเงียบ... เริ่มเรียนรู้วิธีสู้]
เวลาล่วงเลยไปจนถึงสามทุ่ม ไฟในแผนก Sales & BD เหลือเปิดอยู่เพียงล็อกเดียว เก่งและอาร์ตนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่างคนต่างทำหน้าที่
เก่งรู้สึกถึงความตึงเครียดที่ขมับ อาการโหวงในอกเริ่มกลับมา เขามองขวดยาสีส้มในกระเป๋า จิตใจกำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรงว่าจะหยิบมันมากินเพื่อตัดความรู้สึกดีไหม
“เฮ้ยเก่ง... พักสายตาก่อนเหอะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มละ” อาร์ตโยนกระป๋องกาแฟเย็นมาวางบนโต๊ะเก่ง “พี่รู้ว่านายกดดัน แผนกนี้มันสูบพลังชีวิต แต่นายจำไว้คำหนึ่ง... คนอย่างสมชายมันกลัวคนนิ่ง เพราะมันเดาทางไม่ถูก ยิ่งนายทำท่าเหมือนจะตายมันยิ่งสะใจ แต่วันไหนที่นายยิ้มตอบทั้งที่มันแกล้ง วันนั้นแหละที่มันจะเริ่มประสาทแดกเอง”
คำพูดบ้าน ๆ ของอาร์ตทำให้นัยน์ตาของเก่งสั่นไหว เขาเอามือออกจากกระเป๋าสะพาย ปล่อยขวดยาไว้ที่เดิม แล้วเปิดกระป๋องกาแฟขึ้นดื่ม
เก่งขยับแว่นสายตา หันไปมองอาร์ตแล้วยิ้มน้อย ๆ “ขอบคุณครับพี่อาร์ต... ผมรู้แล้วว่าพรุ่งนี้เช้า ผมควรจะ ‘นิ่ง’ ใส่พี่สมชายยังไง”
[วันแห่งการพิพากษา: ห้องประชุมใหญ่ชั้น 24]
เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 09:00 น. บรรยากาศในห้องประชุมแผนก Sales & BD อบอวลไปด้วยความตึงเครียด สมชายเดินนวยนาดเข้ามาในชุดสูทสากลสีน้ำเงินเนี้ยบ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของผู้ชนะเพราะมั่นใจว่างานหินที่โยนให้เก่งเมื่อเย็นวาน ไม่มีทางเสร็จทันเด็ดขาด เขาตั้งใจจะใช้เวทีนี้ "สับพนักงานใหม่" ให้เละต่อหน้าทุกคนเพื่อสั่งสอน
แต่สมชายต้องชะงักไปสามวิ เมื่อประตูห้องประชุมเปิดออก แล้วผู้ที่เดินเข้ามานั่งหัวโต๊ะคือ "ท่านประธาน" “พอดีฉันเห็นว่าเป็นโปรเจกต์เดลลอยด์พาร์คที่เป็นดีลใหญ่ เลยอยากเข้ามาฟังแผนของเด็กใหม่ด้วยตัวเอง... เริ่มเลยสิสมชาย” ท่านประธานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ทรงพลัง
สมชายลอบกลืนน้ำหนักลงคอ หน้าถอดสีเล็กน้อย แต่ยังคงรักษามาดหัวหน้าผู้เจนโลก เขาหันไปพยักหน้าให้เก่ง “เอ้าเก่ง... แผนงานด่วนที่พี่สั่งไว้เมื่อวานน่ะ ทำมาทันไหม? ถ้าไม่ทันก็บอกท่านประธานไปตรง ๆ นะ อย่าให้เสียเวลา”
เก่งไม่ตอบอะไร เขานั่งหลังตรง แววตานิ่งสงบ ไร้ร่องรอยของความลนลาน เขาเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์กลางทันที หน้าจอโปรเจกเตอร์ยักษ์ฉายภาพสไลด์ Presentation ที่สวยงาม ข้อมูลแน่นปึก และตัวเลขคาดการณ์ยอดขายไตรมาสแรกที่ถูกวิเคราะห์มาอย่างคมคาย
พนักงานทุกคนในห้องประชุมต่างเบิกตากว้าง แอบกระซิบกระซาบด้วยความทึ่ง ไม่มีใครคิดว่าเด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายมาวันเดียวจะทำคู่มือการขายระดับเทพขนาดนี้ได้ทันในเวลาข้ามคืน
สมชายเห็นท่าไม่ดี หน้ากากคนดีเริ่มสั่นคลอน เขาจึงพยายามใช้ช่องว่างในฐานะผู้เชี่ยวชาญขัดขึ้นมากลางคัน “อืม... สไลด์สวยดีนะเก่ง แต่พี่ว่าตัวเลขผลตอบแทนและยอดขายตรงนี้มันดู ‘สูงเกินจริง’ ไปหน่อยนะ ประสบการณ์น้อยก็งี้แหละ ชอบคิดตัวเลขแบบขายฝัน งานวิเคราะห์ชุ่ย ๆ แบบนี้เอาไปเสนอหน้างานจริง บริษัทเราเสียหายแน่”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม สมชายยิ้มกริ่มสะใจที่สกัดขาเด็กใหม่ได้
แต่เก่งกลับขยับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย... เป็นยิ้มที่นิ่งเยือกเย็นจนสมชายใจเสีย
“ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะครับพี่สมชาย...” เก่งเอ่ยเสียงนุ่มนวล “แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่การขายฝันครับ เพราะข้อมูลดิบทั้งหมดนำมาจากฐานข้อมูลจริงที่พี่อาร์ต Senior ของเรา Re-check ย้อนหลังให้ และสไลด์หน้าถัดไปนี้... คือการแจกแจง ‘โครงสร้างต้นทุนและผลตอบแทนที่แท้จริง’ ของโปรเจกต์นี้ครับ”
เก่งกดรีโมตเปลี่ยนสไลด์ไปหน้าถัดไปทันที
หน้าจอโปรเจกเตอร์ไม่ได้เปลี่ยนเป็นกราฟกำไรอย่างที่สมชายคิด แต่มันเปลี่ยนเป็นตารางเปรียบเทียบสเปรดชีตสีแดงฉาน มันคือ "ไฟล์ส่วนต่างค่าคอมมิชชั่นย้อนหลัง 2 ปีของดีลเดลลอยด์พาร์ค" ที่ซ่อนอยู่ในระบบหลังบ้าน ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามียอดเงินทอนใต้โต๊ะไหลออกไปสู่บัญชีบุคคลภายนอกรวมแล้วหลายแสนบาท!
“เอ๊ะ... นี่มันไฟล์อะไรน่ะเก่ง? เอาอะไรขึ้นหน้าจอ!” สมชายลุกพรวดพราดขัดขึ้นมา เสียงหลง หน้าซีดเผือดจนหยดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม
อาร์ตที่นั่งอยู่ข้างเก่ง แกล้งทำท่าตกใจแล้วพูดแทรกขึ้นมาเสียงดังพอให้ได้ยินทั้งห้อง “อ้าว! พี่สมชาย... นี่พี่จำไฟล์นี้ไม่ได้เหรอครับ? ก็ไฟล์ยอดเงินส่วนต่างที่หายไปไง ที่เมื่อคืนผมกับเก่งช่วยกันเคลียร์ Data แล้วบังเอิญเจอว่ารหัสผู้เข้าถึงและแก้ไขไฟล์นี้คนสุดท้าย... มันคือ Account ของพี่สมชายเองนะครับเนี่ย แปลกจัง เงินตั้งหลายแสนหายไปไหนหมดก็ไม่รู้เนอะพี่?”
คำพูดของอาร์ตเหมือนระเบิดเวลาที่ปลดชนวนกลางห้องประชุม พนักงานคนอื่น ๆ ต่างหันไปมองหน้ากัน ตาโตด้วยความช็อกที่ได้รู้ความจริงว่าหัวหน้าที่คอยกดขี่พวกเขา แท้จริงแล้วกินเศษเงินใต้โต๊ะมาตลอด
สมชายตัวสั่นพั่บ ๆ หน้ากากนักขายผู้สุขุมแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี เขาหันไปหาท่านประธานทันที “ท้ะ... ท่านประธานครับ! อย่าไปเชื่อพวกมันครับ เด็กใหม่มันกุเรื่องขึ้นมาแกล้งผม!”
ท่านประธานที่นั่งนิ่งมาตลอด ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะประชุมเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่เสียงเคาะนั้นกลับดังเข้าไปในหัวใจของสมชายเหมือนเสียงกลองประหาร
“สมชาย...” ท่านประธานเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องสไลด์ของเก่ง... ฉันดูแล้ว ‘ผ่าน’ และทำได้ดีมาก ส่วนเรื่องไฟล์บัญชีตัวนี้...”
ท่านประธานหันไปสบตาสมชาย แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว “ถ้าเธอ บอกว่าเก่งกุเรื่องขึ้นมา...
งั้นบ่ายนี้ให้ฝ่ายตรวจสอบภายใน (Audit) เข้าไปนั่งเคลียร์เครื่องคอมพิวเตอร์และบัญชีส่วนตัวของเธอทุกเล่มดีไหม? จะได้รู้กันไปเลยว่าเด็กใหม่กุเรื่อง หรือหัวหน้าเก่ามัน ‘กักขฬะ’ กินบนเรือนขี้บนหลังคา”
[บ่ายวันเดียวกัน: การมาเยือนของ ‘ยมทูตชุดสูทขาว’]
เวลา 13:00 น. ตรง เป๊ะราวกับเข็มนาฬิกาจับวาง ประตูห้องทำงานของสมชายถูกเคาะสามครั้ง ก่อนที่หญิงสาวร่างโปร่งในชุดสูทสีขาวสะอาดตาจะก้าวเข้ามา เธอคือ "คุณพิมพ์" หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน (Audit) ของบริษัท
ในออฟฟิศนี้ ฝ่าย Audit คือหน่วยงานที่ไม่มีใครกล้ายุ่ง พวกเขาขึ้นตรงต่อท่านประธานเพียงคนเดียว มีอำนาจเด็ดขาดในการเข้าถึงข้อมูลทุกอย่าง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่หน้าตาที่บูดบึ้ง ทว่าคือความ ‘สุภาพและรอยยิ้ม’ ของพวกเขา คุณพิมพ์เดินยิ้มแย้มเข้ามาพร้อมกับทีมงานอีกสองคน ท่าทางนอบน้อมแต่แววตาคู่นั้นนิ่งสนิทและคมกริบราวกับมีดผ่าตัด
“สวัสดีค่ะพี่สมชาย พอดีได้รับคำสั่งด่วนที่สุดจากท่านประธานให้เข้ามาขอ ‘อนุญาต’ ตรวจสอบระบบบัญชีย้อนหลังและอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดของพี่ค่ะ” คุณพิมพ์พูดยิ้ม ๆ น้ำเสียงหวานหู แต่ทีมงานด้านหลังสองคนเดินไปล็อกเครื่องคอมพิวเตอร์และปิดกั้นทางเข้าออกห้องทำงานของสมชายทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต
สมชายที่นั่งเหงื่อท่วมอยู่หลังโต๊ะพยายามขืนยิ้ม “เอ่อ... คุณพิมพ์ครับ มันน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดของเด็กใหม่...”
“ไม่เป็นไรค่ะ ผิดหรือถูกเดี๋ยวเราคุยกันด้วยหลักฐานเนอะ” คุณพิมพ์ตอบพลางทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างสุภาพ เธอเปิดไอแพดส่วนตัวขึ้นมา “รบกวนขอสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตทุกเครื่องที่ผูกกับรหัสพนักงานของพี่ด้วยค่ะ อ้อ... รวบรวมสมุดบัญชีธนาคารทุกเล่มที่มีการเคลื่อนไหวในช่วงสองปีนี้มาให้พิมพ์ด้วยนะคะ พิมพ์ไม่อยากให้เรื่องนี้กวนเวลาทำงานของพี่สมชายนานค่ะ”
สมชายมือสั่นจนแทบจะจับโทรศัพท์มือถือไม่อยู่ เขาจำใจยื่นมันให้ทีม Audit
การตรวจสอบเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบและละเอียดลออในทุกเม็ด ทีม Audit ไม่ได้ใช้การข่มขู่หรือขึ้นเสียง พวกเขาทำงานบนรอยยิ้ม แต่เช็กทุกบรรทัด ทุกยอดเงินโอน และที่สำคัญคือพวกเขาสามารถกู้คืน (Restore) ประวัติการแชตและอีเมลที่สมชายเคยลบไปร่วมปีกลับมาได้หมดสิ้น ข้อมูลการทุจริตใต้โต๊ะลึกไปถึงบัญชีม้าที่สมชายใช้รับเงินทอน ถูกขุดขึ้นมาเรียงแผ่หลาอยู่บนโต๊ะราวกับจิ๊กซอว์ที่สมบูรณ์
[บทลงโทษ: ตราชั่งที่เที่ยงตรงของท่านประธาน]
เวลา 16:30 น. สมชายถูกเรียกตัวไปที่ห้องทำงานของท่านประธานอีกครั้ง บนโต๊ะมีแฟ้มสรุปผลจากฝ่าย Audit วางอยู่ โดยมีคุณพิมพ์ยืนประสานมืออยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางสงบ
ท่านประธานมองสมชายด้วยสายตาที่ผิดหวังแต่เด็ดขาด ไม่มีคำด่าทอหยาบคาย มีเพียงคำพูดที่จริงจังและทำจริงตามที่พูด
“ผลตรวจออกมาแล้วนะสมชาย เงินส่วนต่างรวมทั้งหมดสองปีเป็นจำนวนเงินแปดแสนสี่หมื่นบาท... หลักฐานมัดแน่นจนเธอปฏิเสธไม่ได้” ท่านประธานเอ่ย เสียงนุ่มแต่หนักหน่วง
“ฉันให้ทางเลือกเธอสองทาง... ทางแรก ฉันจะส่งหลักฐานชุดนี้ให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีอาญาทันที ข้อหายักยอกทรัพย์และทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งเธอรู้ใช่ไหมว่าโทษคือติดคุก และชื่อเสียงของเธอในวงการนี้จะดับวูบไปตลอดชีวิต”
สมชายหน้าซีดเผือด ตัวสั่นราวกับลูกนก “ท้ะ... ท่านประธานครับ ผมกราบล่ะครับ อย่าถึงขั้นติดคุกเลย...”
“งั้นก็ทางที่สอง...” ท่านประธานยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้ “เซ็นใบลาออกซะ โดยระบุเหตุผลว่ากระทำความผิดร้ายแรงต่อบริษัท ยึดคืนโบนัสทั้งหมดที่ผ่านมา และเธอต้องนำเงินแปดแสนสี่หมื่นบาทมาคืนบริษัทภายใน 30 วัน ถ้าขาดไปแม้แต่บาทเดียว... ฉันจะส่งเรื่องให้ตำรวจทันที”
สมชายไม่มีทางเลือก มือที่สั่นเทาหยิบปากกาขึ้นมาจรดหมึกเซ็นชื่อในใบลาออก เป็นการปิดฉากหน้าที่การงานที่เขาสร้างมาบนหน้ากากจอมปลอมอย่างสิ้นเชิง เขาเดินคอตกออกจากห้องประธานไปเหมือนร่างที่ไร้วิญญาณ
[การปลดล็อก: ฟ้าหลังฝนของแผนก Sales & BD]
ข่าวการปลดสมชายสายฟ้าแลบกระจายไปทั่วแผนก Sales & BD ภายในไม่กี่นาที บรรยากาศอึดอัดที่เคยเหมือนมีก้อนหินหนัก ๆ ทับอยู่บนอกของพนักงานทุกคนมลายหายไปทันที บางคนถึงกับถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก สายตาหลายคู่ที่เคยระแวดระวัง เปลี่ยนเป็นสายตาแห่งความเคารพและยอมรับส่งมาที่เก่งและอาร์ต
อาร์ตบิดขี้เกียจพลางหันมาตบไหล่เก่งรัว ๆ “เฮ้ยเก่ง! ไอ้สมชายเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปละว่ะ แผนกเราหลุดพ้นจากนรกซะที”
เก่งไม่ได้หัวเราะสะใจ แต่อาการหน่วงและโหวงในอกที่เคยควบคุมไม่ได้ กลับเริ่มนิ่งและสงบลงอย่างแท้จริง เขามองตามร่างของสมชายที่เดินถือกล่องลังออกจากออฟฟิศไป... ความนิ่งของเก่งในวันนี้ไม่ใช่ความเย็นชาอย่างไร้ความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นความนิ่งที่เปี่ยมไปด้วยสติ รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของโลกทุนนิยม และรู้ว่าเขายังคงรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้ได้
เก่งหันไปมองขวดยาสีส้มในกระเป๋าสะพายอีกครั้ง เขายิ้มบาง ๆ วันนี้เขาเรียนรู้แล้วว่า... ชัยชนะที่แท้จริงในที่ทำงาน ไม่ใช่การสู้ด้วยกำลังหรือการสาดอารมณ์ใส่กัน แต่มันคือการใช้ ‘สติและความจริง’ เดินเกมอย่างแยบยลร่วมกับทีมพรรคพวกที่ไว้ใจได้
และที่สำคัญที่สุด... วันนี้เก่งเดินออกจากออฟฟิศไปโดยไม่มีความจำเป็นต้องหยิบยาเม็ดสีขาวออกมากินเลยแม้แต่เม็ดเดียว
แล้วกลับมาพบกันใหม่กับ Office Syndrome (Psychosis) The Series EP3 ในสัปดาห์หน้าครับ
"ขอให้เพื่อน ๆ มนุษย์เงินเดือนทุกท่าน จงผ่านวันแย่ ๆ ไปให้ได้นะครับ"
#OfficeSyndromeTheSeries #สมรภูมิหน้ากาก #คนทำงาน #สู้ด้วยสติ #Auditสายโหดแต่สุภาพ #ฉีกหน้ากาก
เรื่องสั้น
นิยาย
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย