26 พ.ค. เวลา 16:57 • ความคิดเห็น
เรื่องราวยุคสมัยของ โลก ยุคมนุษย์เกิดมา สนใจเรื่องราวจิตวิญญาณ ในตัวตนเอง วัตถุก็ไม่เจริญ ความเจริญ ศีลธรรม จรรยา ในจิตวิญญาณ ก็มีความเมตตา กรุณา เห็นอกเห็นใจกัน เกื้อกูลกัน จิตวิญญาณที่ดีก็มา ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ จิตวิญญาณที่มาจากที่ต่ำๆ ก็มาเกิดน้อย คราวนี้
พอโลกมันหมุนเรื่อย เรื่องราวของจิต ที่มาจากอบายภูมิ พ้นโทษมา ก็ได้มาพักจิต จากความทุกข์ทรมาน ก็มาได้กายเป็นมนุษย์ ..เพราะจิตเคยอดอยากทุกข์ทรมาน มานาน พอมาอาศัยกายมนุษย์ ก็หลงวัตถุ มายาต่างๆ ในโลกบำรุงความส เสพอารมณ์ที่ว่า เอร็ดอร่อย ทางตามหูจมูกลิ้นกายใจ เพราะอดอยากอดเสพ หิวโหยมานาน พอมาได้กายมนุษย์ ก็เสพให้เต็มที่ แล้วก็ตาย กลับไปที่เก่า
เรื่องราว ความเจ็บปวดทางวัตถุ ที่โลกส่งเสริมต่างๆ นั้น ไม่ได้ไปไหน ไปเพียร เอารัดเอาเปรียบข่มแหง ทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง แล้วมนุษย์ก็ .อยู่กันลำบากมากขึ้น แก่งแย่ง เข่นฆ่ากันตาย มากขึ้น เค้าจึงว่า มนุษย์นั้นไม่ได้ไปไหนเลย ก็จมอยู่กับอารมณ์โลภโกรธหลง วนเวียนแค่นี้ ออกจากสามห่วงอบายไม่ได้
แล้วเรื่องราวความเจริญทางวัตถุ ต่างๆ ก็มีเรื่องราว ที่เค้าส่งให้มา มีีพระท่านบอกชื่อมาว่า กฤษติยาโต ที่เป็นจิตที่เป็นนามธรรม ทำนองนี้ จำได้ไม่ชัดเจน ท่านบอกว่าพวกนี้ ส่งทำนองว่า เป็นคลื่นเจ้าไปที่สมอง คิดเรื่ิองนั้นเรื่องนี้ได้ เทคโนโลยี ที่เหมือนก้าวกระโดด ดีเอาไปใช้วนเวียน อยู่กับความโลภโกรธหลง แล้วก็ทำร้ายกันได้รุนแรงมากขึ้น
เรื่องราวจิตที่เคยยึดถือวัตถุ ต่างๆ ที่ว่า เคยเป็นคนเก่ง ของโลก ตายแล้วตกนรกก็ได่ขึ้นมาเกิดเป็นมนุษย์ อดีตที่เคยเป็นสะสมอะไรมา มาเกิดขึ้นกับเค้าอีก ที่ว่า นิสัยสันดาน มีนจึงมีเรื่องราว ที่ให้เห็นเป็นตัวอย่าง เอ้า เก่งมีความร่ำรวย มีความรู้ คนนับหน้าถือตา. นิสัยเดิมแต่อดีตชาติ ก็ไม่เคยเปลื่อร แก้ไขนิสัยไม่ได้ เป็นใหญเป็นโต เป็นศาตราจารย์ แก่แล้ว ก็ชอบโกงกิน มันก็มีให้ดู เป็นตัวอย่าง
บ้างก็เป็นนักบวช มีที่อยู่ใหญ่โต ไม่ต้องออกแรงกายอะไรให้เหนื่อย พูดจาน่านับถือ มีคนห้อมล้อม . แต่หนีนิสัย กรรมของตนไม่ได้ ก็คดโกง ยักยอก นิสัยสันดานอดีต ทีแก้ไม่ได้เลย ความน่ากลัว ก็ตรงที่เค้า ไปพูดให้คน เจ้าใจเรื่องราวสมาธิที่ผิดๆ เป็นมิจฉาสมาธิ
เรื่องราวที่ว่า บางคน นั่งสมาธิ จิตอยากได้ฤาษี อยากมีฤทธิ่ นั่งสมาธิ ก็ได้เห็นได้เสียงบอกมาเป็นคาถาอาคม มีเคยฝันไป ชายป่าหิมพานต์ ก็ไปเจอพวก ทำนองจะว่า ฤาษีดาบส นอนท่องคาถาอาคม อยู่อย่างนั้นมีคำภีร์ตำรา วางให้เราดู มีชุดเสื้อผ้าวางไว้ เราเห็นตำรา กมีพระถามเราว่าทเปิดอ่านมั้ย เร่าบอกท่านว่าไม่ได้เปิด ท่านยอกว่าดีแล้ว
ท่านบอกว่า นี่ไง ที่ว่า นั่งสมาธิได้ คาถาอาคม ก็มาจาก ทีเค้าท่องบ่น เป็นคลื่นลอยมากับดินฟ้าอากาศ พอนั่งสมาธิ อย่ได้ฤทธิ์ สิ่งลอยมากดินฟ้าอากาศ ก็เชื่อมส่งไปที่จิต แล้วจิตดวงนั้น ก็ยึด ในเรื่องราวอิทธิฤทธิ์คาถาอาคม โลกีย์ฤทธิ์
สติของมนุษย์ยุคนี้ ฟั่นเฟือน แต่ยังไม่ค่อยแสดงออก ต่อๆไป ก็จะแสดงออก เดืนตามท้องถนนมากขึ้น
เรื่องราว ของวัตถุที่เรายึด บ้านช่อง ทรัพย์สินเงินทอง เรารู้จักได้มัน ว่า สิ่งเหล่านี้ มันเป็นตัวทุกข์ ชทรมาน ทำให้ ต้องเกิดแก่เจ็บตาย มีระยะที่เราเดินจงกรม พอจิตนิ่งๆ ก็มีลักษณะ ข้าวจิ
ในบ้าน มีกระแส เป็นสีดำสีม่วง มากระทบจิต .มันทุกข์ทรมานมลาก พอออกจากจงกรม ก็นึกไปถึง พระสิทธัตถะ ที่ทำไม่ท่านทิ้วเวีนงวัง เข้าป่า นี่เพียงแค่เค้าให้เรารับรู้นิดหน่อยก็ทนไม่ได้แล้ว .มันทุกข์ทรมาน สิ่งเหล่านี้แหละ ที่เค้าก็แนะนาให้สละ เจียดปัจจัย ที่ใช้กายหามาด้วยกายเหนื่อ เร่าก็ สละออกมา เจียดมา สร้างเป็นบุญกุศล
ความโลภโกรธหลง ก็ซ่อนในวัตถุปัจจัย ที่หามายึด เราก็สลัด ไอ้ตัวยึดทุกข์นั้นออกไป จิตจะได้ เบาบางจากทุกข์ จากกรรม เราสละแบ่งปัน เราทำแบบเจ้าชายสิทธัตถะ ไม่ได้ .ที่ท่านทิ่งเลนไปอยู่ป่า ส่านเราก็ค่อย หัดสละทิ้ง ความยึดถือนั้นออกไป เราสลัดทิ้งให้เกิดเป็นบุญ ถวายปัจจัยนั้นต่อพระพุทธเจ้า ท่านก็เก็ยไว้ให้ ส่งคืนให ขาติหน้าเป็นมนุษย์ ก็มีทรัพย์สินเงินทอง มารอคอย เกิดมามีพ่ร่ำ ทรัพย์สมบัติมามารอคอยแล้ว
มาเรื่องราวสมาธิ เราเห็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มาเป็นวิทยากรบรรยาย เรื่องสมาธิ พอเราดู เห็นทีข้อมือ มีสายสิญจน์ มีของขลัง . เท่านั้น ก็รู้แล้วว่า ไม่รู้จักเรื่องราวสมาธิขององคพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย .
เรื่องราว การสร้างกายกรรม ให้เป็นกายบุญ นั้น คนยุคนี้ เค้าคงไม่เข้าใจไม่เห็นจะมีความสำคัญ ไม่สามารถฝืน ฝึกหัด กายกรรม ให้มาเป็นกายบุญ ในวันข้างหน้าได้ เรื่องราวอย่างนี้ หากเรา ได้เรียนรู้ สร้างบุญกุศลมากเข้า เราก็คงได้พบเห็น เรื่องราวของจิตที่ออกจาก เรื่องราวโอปปาติกะ
เรื่องราวที่จิตนั้น อดอยาก เหลือแต่จิต ไม่มีที่อาศัย ไปงานศพเพื่อนที่วัดดังใน กทม . แห่งหนึ่ง พอพระให้พร โอ้ว..ก็ปรากฏภาพ เป็นกำแพงหนา ยังกับกำแพงเมือง ปรากฏขึ้น มีเปลว ละอองสีเหลือง ปกคลุม เราก็ไปถามหลวงตา .ท่านก็บอกว่า ในกำแพงนั้น ก็มีจิตที่ยังไม่ได้ไปไหน อัดแน่นอยู่ในกำแพง เหมือน จิตนั้นเหมือนลูกน้ำ ที่อัดแน่น ที่เค้านำไปแช่แข็ง ขายให้คนไปเลี้ยงปลากัด เรื่องราวอย่างนี้ หากเราได้เจอะเจอ . เราจะค่อยเรียบเรียงเหตุผล เรื่องราวที่สินให้สร้างบุญกุศล
เรื่องราวที่จิตไม่มีกายมาขอส่วนบุญ หากเราไม่มีกายเป็นบุญ มันก็ไม่มีใครมาขอ เหมือนเค้าเห็นเราเป็นยาจก ไร้บุญกุศล ใครเค้าจะมาขอ ไม่มีอะไรแบ่งปันเค้่ได้เลย นี่ การสร้างบุญกุศล นั่น ยังช่วยเหลือไปถึงจิต ช่วยกระจายบุญ ให้แก่จิต ที่หมดกายเป็นมนุษย์ อดอยากหิวโหย ให้เค้่าได้อิ่ม บ้างนิดหน่อยก็ยังดี
เรื่องราวของบุญกุศล นี้ ยังช่วย หนุนนำ ให้เกิดการอโหสิกรรม เรื่องราวที่อดีตชาติ เคยทำร้าย เบียดเบียนกันมา แต่นั้นแหละ พอเรารู้จักเรื่องราวอย่างนี้ มากขึ้น ก็ได้ แต่บอกว่า สร้างบุญกุศลน่ะ จะได้ ไปสถานที่ไม่ทุกข์ทรมาน คนสมัยนี้ เค้าก็ดูเป็นปรปักษ์เรื่องราวศาสนา เค้าไม่สนใจ เค้าสนใจแต่เรื่องราววัตถุ โลกธรรม ลาภสรรเสริญเยินยอ อยากมี อยากให้คนยอมรับ นับหน้าถือตา วนเวียนอยู่แค่นี้ จิตก็ตกต่ำไปเรื่อยๆ กายก็แก่เจ็บ .ก่อนจิตออกจากกาย ก็ทุกข์ทรมานก่อนตาย ไม่ออกจากกายง่ายๆ
แล้วก็ยังพูดดี เกิดตายเป็นของธรรมดา นั้นมันเรื่องกายที่อาศัยของจิตตัวเอง พอถึงคราวที่จิตไม่มีกายนี่แหละ ที่มันยังรับรู้ไม่ได้ .เรียนรู้จักไม่ได้ .ถึงเวลานั้น เหลือแต่จิต .ก็ทุกข์ทรมานสถานเดียว ไม่ใครช่วยได้เลย เรื่องราวอดีต เรื่องราวจิตที่ออกจากกาย สมัย สุโขทัย อยุธยา ก็ยังไม่ได้ไปเกิดก็มีมากมาย ก่ายกอง
แต่นั้นแหละ คนเราเค้า เรียนรู้ เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ ทั้งที่เค้่าก็มีกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ มีอาการครบสามสิบสอง เหมือนกับเรา แล้วเรื่องราวอย่างนี้ AI เรียนรู้ไม่ได้เลย เพราะมันไม่จิตวิญญาณ อาศัย ไม่ใช่กายมนุษย์นั่นเอง
แล้วเรื่องราว ที่ว่า มาอาศัยกายมนุษย์ชั่วขณะหนึ่ง หากเราจะใช้กายนี้ มาสร้างบุญกุศลบารมี ขณะที่ยังมีสติ มีร่างกาย แข็งแรง ก็สามารถ กระทำได้ มานั่งสวดมนต์ นั่งพับเพียบ ปฏิบัติธรรม เดินจงกรม ยืนสมาธิ หรือ ฝึกหัดไสยาสน์สมาธิ ก็สามารถ ฝึกหัดได้ พอแก่ชรา เจ็บป่วย มันเอาร่างกายมาฝึกหัดทำไม่ได้
มันมีช่วงเวลา สั้นๆ เท่านั้น ที่ให้โอกาสอาศัยกายมาฝึกหัดได้ กายเทพยดา อินทร์พรหม เค้ามีแต่ความสุข รู้จักอารมณ์โลภโกรธหลงไม่ได้ ยิ่งหากเพลิดเพลินไปกับแสงสีมายาที่โลกมีให้ ชาตินี้ก็หมดโอกาส เรียนรู้จัก กายวาจาใจของตนเอง ที่มีอารมณ์นึกคิดปรงแต่ง รู้จักไม่ได้ ว่า เป็นศัตรูของจิตที่แท้จริง
โฆษณา