28 พ.ค. เวลา 04:35 • ข่าว

สธ.เผย "กักตัว 21 วัน" ทำคนเดินทางจากพื้นที่ "อีโบลา" เป็น 0 แล้ว 2 วัน

ยังไม่ประกาศ "ซูดานใต้" เป็นเขตติดโรค
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ที่อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์และมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค "อีโบลา" ภายหลังมีการออกประกาศกักกัน 21 วันผู้เดินทางมาจาก 2 ประเทศเขตติดโรคฯ คือ ดีอาร์คองโกและยูกันดา ว่า จากการประเมินประเทศดีอาร์คองโกและยูกันดาที่เป็นประเทศต้นทาง ยังไม่พบการระบาดคงที่หรือลดลง ยังเห็นเคสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นห่วงและกังวลว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจที่เดินทางมาจากโซนนั้นจะมีเพิ่มขึ้น
เราเห็นสัญญาณว่าเริ่มมีเพิ่มขึ้น จากวันหนึ่งประมาณ 6-7 คน ก็ขึ้นมาเป็นหลายสิบคน เลยพิจารณาว่าต้องมีมาตรการควบคุมดูแล เพราะเป็นโรคที่ยังไม่มีวัคซีนและยารักษา หากติดเชื้อขึ้นมาอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง อาจจะไม่สูงเท่าประเทศต้นทาง เพราะไทยจัดการดูแลได้ดีกว่า แต่เพื่อความไม่ประมาทจึงออกประกาศการกักกัน 21 วันผู้ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามระยะฟักตัวของโรค
"หลังประกาศออกไปแล้ว อัตราการเดินทางเข้ามาก็ลดลงทันทีอย่างเห็นได้ชัด เหลือพียง 2-3 คน ซึ่งคิดว่าเป็นการควบคุมที่ต้นทาง และกรมควบคุมโรคประสานกระทรวงการต่างประเทศ นักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางเข้ามาในไทยและยังคงค้างอยู่ ขอให้ติดตามตัว แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นการแสดงอาการหรือเป็นผู้ติดเชื้อ เราไม่ได้บอกว่าทุกคนที่เดินทางเข้ามาติดเชื้อ แต่เป็นมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันการระบาด เป็นการควบคุมที่มากกว่าที่องค์การอนามัยโลกแนะนำเล็กน้อย" นายพัฒนากล่าว
ถามว่าหลังจากประกาศมีผู้เข้าสู่การกักกันแล้วกี่คน  นายพัฒนากล่าวว่า คนเดินทางเข้ามาลดลง ซึ่งเราเริ่มประกาศเมื่อวาน ขอไปเช็กตัวเลขก่อน แต่คิดว่าไม่น่าเยอะ และ Facility ต่างๆ เรารองรับได้
ถามต่อว่า แสดงว่ามาตรการกักกัน 21 วันสามารถป้องกันที่จะใช้ไทยเป็นฐานทัพหรือหนีจากพื้นที่ระบาดได้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น  นายพัฒนากล่าวว่า เรียนว่าไทยไม่ใช่ปลายทางที่เขาอยากจะเข้ามา แต่เราเห็นตัวเลขเที่ยวบินเข้ามาและอาจเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้ระบาดได้ เลยต้องใช้มาตรการลักษณะนี้ แต่เราเลือกที่จะไม่แบน แต่ให้ใช้การกักกัน (Quarantine) แทน
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายประเทศมีการใช้การแบน ไทยจะขยับเพิ่มขึ้นหรือมีทิศทางอย่างไร นายพัฒนากล่าวว่า เท่าที่เปิด Quarantine 21 วัน อัตราการเดินทางเข้ามาลดลงอย่างเห็นได้ชัด คิดว่าปัจจุบันยังไม่น่าจะไปถึงขั้นแบน
ถามว่าจะมีการเพิ่มประเทศอื่นเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายอีกหรือไม่ เนื่องจากบางประเทศมีการเพิ่มซูดานใต้เข้าไปด้วย  นายพัฒนากล่าวว่า กำลังให้กรมควบคุมโรคพิจารณาตัวเลข และเช็กข่าวต่างประเทศ อยู่ในระหว่างการติดตามเช่นกัน แต่เราไม่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศเหล่านี้ ซึ่งได้ประสานทางการท่าอากาศยานแล้ว ในเรื่องของ Connecting Flight ว่าใครเคยมีประวัติไปประเทศเหล่าในระยะเวลา 21 วัน ก็ต้องรายงานและเข้าเกณฑ์ตัวนี้เช่นกัน
ถามอีกว่าเร็วๆ นี้มีการออกประกาศห้ามให้คนไทยเดินทางไปยังประเทศพื้นที่เขตติดโรคด้วยหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ขอดูสถานการณ์อีกหน่อย
ด้าน นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์จากกราฟผู้เดินทางที่เพิ่มขึ้น แต่หลังประกาศกักกัน 21 วัน นักท่องเที่ยวนักเดินทางต่างๆ ก็หยุดเดินทางเข้าประเทศไทย เราไม่ได้แบน แต่เอามากัก 21 วัน ก็จะไปไหนไม่ได้ โอกาสเสี่ยงของไทยก็น้อยลง ปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ไม่มีผู้เดินทางเข้ามาแล้ว วันที่ 27 พ.ค.ก็ไม่มี และยังต้องขอดูข้อมูลวันนี้ว่าจะมีเข้ามาหรือไม่ ตรงนี้แสดงว่าระบบช่วยเบรกการนำเชื้อเข้าประเทศไทย ที่เหลือก็ไปกำกับติดตามผู้ที่ยังอยู่ในประเทศไทย
"ยืนยันว่าถ้าไม่มีอาการจะไม่แพร่เชื้อ ถ้าเราตะครุบหรือจับได้คนที่มีอาการ ก็เข้าสู่กระบวนการควบคุมและรักษาต่อไป" นพ.เอนกกล่าว
นพ.เอนกกล่าวว่า เรายังห่วงกลุ่มคนที่มีประวัติเดินทางมาจาก 2 ประเทศนี้ แต่เดินทางไปพักที่ต่างประเทศอื่น เช่น จีน อังกฤษ ฯลฯ ประมาณ 5-6 วัน แล้วเข้ามาประเทศไทย ซึ่งเราจะไม่ทราบต้นทาง เพราะเราไม่มีหลักฐานทาง ตม. เพราะฉะนั้นไม่ว่าคนไทยหรือนักท่องเที่ยว หากมีประวัติเดินทางมาจาก 2 ประเทศนี้ อยากให้แสดงตัวด้วย เรามีระบบดูแลอย่างดี
ส่วนถามว่าจะถึงขั้นต้องแบนผู้เดินทางไหม จากมาตรการกักกันที่ซอฟต์กว่าก็ไม่มีคนเดินทางมาแล้ว เราไม่เสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราไม่ต้องประกาศรุนแรง เราแบนทางอ้อมด้วยมาตรการที่เข้มข้น ขณะนี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับประเทศไทย
โฆษณา