Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Health Story - เฮ้วนี้มีเรื่อง
•
ติดตาม
28 พ.ค. เวลา 07:37 • ข่าว
ครั้งแรกของไทย!! ออกไกด์ไลน์วินิจฉัย-รักษาโรค "EVALI"
ย้ำ "หมอ" เจอปอดอักเสบให้ซักประวัติ "บุหรี่ไฟฟ้า" รายงานเข้าระบบ
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ที่อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ แพทยสภา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย และสมาคมอุรเวชแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกันประกาศ
“แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วย EVALI ระดับประเทศ” โดย พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ได้มอบแนวทางฯ ดังกล่าวให้แก่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ สธ. เพื่อนำไปขับเคลื่อนให้แพทย์ทั่วประเทศนำไปใช้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ
นายพัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังต่อสู้กับบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นภัยเงียบที่พุ่งเป้าไปที่เยาวชนโดยตรง ผ่านการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย แต่กลับเป็นตัวการก่อโรคปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน (EVALI) ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากเกือบ 1 ล้านคน แต่มีรายงานป่วยโรค EVALI เข้ามาในระบบน้อย ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้ป่วย แต่เป็นเพราะระบบรายงานโรคซับซ้อน กระบวนการวินิจฉัยยังไม่ชัดเจน และโรคนี้ไม่ได้ผูกพันตามกฎหมายให้ต้องรายงานเข้าส่วนกลาง
ในทางปฏิบัติบุคลากรการแพทย์พบผู้ป่วยที่มีอาการไอ เหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก บางคนหายใจล้มเหลวต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งหากวินิจฉัยล่าช้า ก็มีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 10% ดังนั้น สธ. จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวทางปฏิบัติการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วย EVALI ระดับประเทศ รวมถึงคู่มือแนวทางปฏิบัติฯ เพื่อเป็นมาตรฐานในการดูแลรักษาโรคดังกล่าว
“ผมขอประกาศนโยบายและขอความร่วมมือไปยังสถานพยาบาลทุกระดับ ทั้งภาครัฐ เอกชน ให้มีความตื่นตัว คัดกรอง วินิจฉัย และรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังโรคของกรมควบคุมโรคอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประเทศไทยมีข้อมูลเชิงประจักษ์ในการกำหนดนโยบายปกป้องสุขภาพประชาชนจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแม่นยำ” นายพัฒนา กล่าว
ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. มีความห่วงใยต่อการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ส่งผลให้ป่วยด้วยโรค EVALI จำนวนมาก
จากการจากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยครั้งที่ 7 พบเด็กและเยาวชน อายุ 10-14 ปี เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 7.1% ในจำนวนนี้กลายเป็นผู้สูบประจำถึง 1.6% ทั้งหญิงและชายในสัดส่วนเท่ากัน และยังพบวัยรุ่นอายุ 15-29 ปี มีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 3.6% เป็น 8.4% ภายใน 5 ปี โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงที่มีอัตราการสูบเพิ่มขึ้น 3.1 เท่า
ทั้งนี้ กรุงเทพฯ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอัตราการสูบชุก และแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นสูงที่สุดในประเทศ ที่น่ากังวลคือพบเด็กอายุ 6-14 ปี มากถึง 57.6% ซึ่งไม่ได้เป็นผู้สูบเองแต่ได้รับอันตรายจากควันบุหรี่มือสอ ส่วนใหญ่ได้รับควันจากที่บ้าน ตลาดสด ตลาดนัด และสถานศึกษา ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าภัยเงียบนี้คุกคามถึงระดับครอบครัวและเด็กเล็กอย่างน่ากังวล มีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้ป่วยโรค EVALI และพรากอนาคตของเยาวชนไปแบบไม่รู้ตัว
"ที่ผ่านมา ไทยพบผู้ป่วยอย่างไม่เป็นทางการแล้ว 17 ราย ใน 9 จังหวัด เกินครึ่งมีอายุน้อยกว่า 15 ปีและเป็นผู้ป่วยที่ยืนยันภาวะปอดอักเสบจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 2 ราย ดังนั้นแนวทางการรักษาผู้ป่วย EVALI ที่ประกาศใช้วันนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยป้องกัน รักษาชีวิตคนไทยได้ทันท่วงที" นพ.พงศ์เทพกล่าว
นพ.พงศ์เทพกล่าวว่า สสส. จะทำหน้าที่เชื่อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเตือนภัยบุหรี่ไฟฟ้าในรูปแบบ Interactive Microsite เพื่อเป็นสื่อกลางออนไลน์ที่สร้างความตระหนักรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายอายุ 4-18 ปี สร้างการมีส่วนร่วม เรียนรู้อันตราย ผลกระทบทางสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก เยาวชนตกเป็นเหยื่อ ทดลองเรียนรู้ได้ที่
https://thaihealth.dpevent.com/prod
รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา นายกสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวทางปฏิบัติในการวินิจฉัยภาวะปอดอักเสบ EVALI ฉบับมาตรฐาน เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของ สสส. ร่วมกับสมาคมเวชบำบัดวิกฤตฯ สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยฯ และกองงานเลขานุการคณะกรรมการควบคุมยาสูบแห่งชาติ กรมควบคุมโรค มีเป้าหมาย คือ
1.มาตรฐานการวินิจฉัย (Standardized Diagnosis) ให้แพทย์ทั่วประเทศมีเกณฑ์การคัดกรอง ซักประวัติ และตรวจทางรังสีวิทยาที่เป็นระบบเดียวกัน เพื่อตรวจพบโรคได้เร็ว ลดอัตราการเสียชีวิต
2.ระบบการรายงานที่มีประสิทธิภาพ (Mandatory Reporting System) กำหนดให้โรค EVALI เป็นโรคที่ต้องรายงานเข้าระบบเฝ้าระวังทันที เพื่อให้ประเทศมีฐานข้อมูล (Big Data) ที่ถูกต้องสำหรับการติดตามสถานการณ์และเตือนภัยสังคม
3.ส่งต่อข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย (Data-Driven Policy) นำข้อมูลเชิงระบาดวิทยาไปสนับสนุนมาตรการทางกฎหมายและการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลทุกระดับทั่วประเทศสามารถนำไปปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน
รศ.นพ.กมล แก้วกิติณรงค์ นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์ กล่าวว่า บุหรี่เป็นปัญหามานานสำหรับโรคระบบทางเดินหายใจและโรคอีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เส้นเลือดสมอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราป้องกันได้ ไม่ต้องมารักษาโรคตอนระยะสุดท้าย แต่พอมีบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาก็หนักกว่าเดิม เพราะเป้าหมายเปลี่ยนเป็นเด็กและวัยรุ่น ที่มีความอยากลองเป็นพื้นฐานจิตใจ และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ชวนสูบ มีกลิ่นมากขึ้น เด็กไม่รู้ว่าติดได้รวดเร็วกว่าบุหรี่เดิมมาก
ปัญหาที่พบมากขึ้นคือ โรค EVALI ซึ่งเกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น เพราะไม่เคยพบอาการป่วยโรคนี้ในผู้ที่สูบบุหรี่ชนิดอื่นมาก่อน คนที่สูบทำให้เกิดปอดอักเสบแบบรุนแรง 25% ต้องเข้าไอซียู นำไปสู่การเสียชีวิต ดังนั้น ถ้ายังสูบอยู่มีโอกาสเป็นได้ทั้งนั้น
การมีแนวทางปฏิบัติออกมาแล้วเป็นเรื่องที่ดี และเป็นหน้าที่ของตน และสมาคมโดยแพทย์ในทีมที่จะนำไปใช้ ซึ่งจริงๆ เป็นหน้าที่แพทย์ทุกคนที่จะหาประวัติเรื่องบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงแนะนำให้ผู้ป่วยเลิกสูบเพื่อลดความเสี่ยงให้มากที่สุดในการเกิดโรคต่างๆ โดยสมาคมฯ ขอเป็นกำลังสำคัญในการเอาแนวทางนี้ไปใช้ เผยแพร่ และเน้นการป้องกันด้วย ให้แก่บุคลากรและประชาชนทั่วไป เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพปอดที่ดีต่อไป
ถามว่าหลังจากรับแนวทางฯ แล้ว สธ.จะเดินหน้าขับเคลื่อนต่ออย่างไร นายพัฒนากล่าวว่า สธ.พร้อมนำไปขยายผล ส่งไปให้คุณหมอทุกภาคส่วนใช้เป็นแนวทางตรวจคัดกรอง ดูแลรักษาโรค ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ทั้งที่อาจจะยังไม่ติดหรือติดบุหรี่ไฟฟ้า หลายครั้งบุหรี่ไฟฟ้าเคยถูกใช้ว่าเป็นการบำบัดหรือลดทอนการสูบบุหรี่ แต่ในทางการแพทย์เห็นหลายเคสแล้วว่า
อันตรายไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน ที่อันตรายกว่าคือกลิ่นและสารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้า ในรายที่มีผลหนักๆ อาจทำให้เกิดสภาวะช็อกและระบบหายใจล้มเหลว เราไม่อยากให้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภาระของระบบสาธารณสุขไทย สำหรับปัจจุบันอาจจะยังมีเคสไม่มาก แต่เป็นเพราะการรายงานยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ สธ.จะนำไปอยู่ในระบบการรายงานของกรมควบคุมโรค เพื่อให้เห็นจำนวนที่แท้จริงและเฝ้าระวัง
ถามต่อว่าต้องกำชับหรือมีนโยบายให้แพทย์ต้องซักประวัติเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าและรายงานเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า แน่นอนว่าต้องไปกระตุ้นเตือนแพทย์ พยาบาล บุคลากรในระบบสาธารณสุขให้รายงานเข้ามา ช่วงแรกอาจจะวินิจฉัยที่ยากสักหน่อย เพราะอาการไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหรือเฉียบพลัน แต่คล้ายกับโรคอื่น เช่น ไอ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย การนำแนวทางไปเพิ่มเติมให้แพทย์จะสามารถวินิจฉัยได้มากขึ้น รายงานกลับเข้ามาจะทำให้มีฐานข้อมูลมากขึ้นในการนำเสนอและการรักษาโรค
ถามว่าขณะนี้ถือเป็นวิกฤตสุขภาพแล้วหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า พูดได้หลายมุม แต่สำหรับตนมองว่าเป็นวิกฤต เพราะหลายปีที่ผ่านมามีการขยายตัวผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากจนน่าตกใจ และอายุเฉลี่ยผู้สูบไฟฟ้าลดน้อยลงเรื่อยๆ ต่ำกว่า 18 ปีลงไปแล้ว
หากเทียบกับบุหรี่จะสูบเมื่ออายุ 20 ปี แต่บุหรี่ไฟฟ้าแม้จะถูกแบน ไม่มีการให้ขายให้สูบ แต่ยังเห็นการสูบ โดยเฉพาะในเด็กอายุ 10 กว่าปี ถ้าเป็นวิกฤตก็ทั้งเชิงสังคมและสุขภาพ ถ้าเด็กๆ สูบตั้งแต่อายุน้อย สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตคือ เมื่ออายุ 40-50 ปีเป็นต้นไป อาจทำให้สุขภาพย่ำแย่มากขึ้น
ถามถึงแนวทางวินิจฉัยและดูแลรักษาโรค EVALI เป็นเช่นไร รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวว่า ในเชิงวิชาการหลักสำคัญคือ EVALI คือปอดอักเสบ ดังนั้น คนไข้จะต้องมาด้วยไข้ ไอ หอบเหนื่อยกว่าปกติ แต่ EVALI จะมีอาการอย่างอื่นเพิ่มขึ้นมา คล้ายคนเป็นไข้หวัดติดเชื้อไวรัส เช่น อาเจียน ท้องเสีย มาด้วย เป็นต้น ปัญหาที่พบช่วงที่ผ่านมาคือวินิจฉัยปอดอักเสบได้ แต่ไม่รู้ว่าเชื่อมโยงบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่ เพราะไม่ได้ซักประวัติเรื่องนี้คือถูกมองข้าม นี่คือจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป
"ไกด์ไลน์จึงเน้นว่า เวลาเจอคนไข้ปอดอักเสบจากคิดว่าจากโรคติดเชื้ออะไรก็ตาม ให้ซักถามประวัติการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเสมอ การรักษาก็จะเปลี่ยนไป เพราะการรักษาปอดอักเสบจากการติดเชื้อกับจากบุหรี่ไฟฟ้าต่างกัน คนละขั้วเลย ถ้าเราซักประวัติได้ว่าสูบบุหรี่ไฟฟ้า ก็ต้องไปทำให้มั่นใจว่ามีเรื่องของโรคติดเชื้ออยู่หรือไม่ คือ เก็บเสมหะ ส่องกล้อง ดูดน้ำล้างปอดมาตรวจเพาะเชื้อดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่" รศ.นพ.สุทัศน์กล่าว
รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวว่า ถ้าพบว่ามีการติดเชื้อก็เป็นไปได้ว่าปอดอักเสบติดเชื้อจริง แต่บุหรี่ไฟฟ้าทำให้ภูมิคุ้มกันในปอดมันตก จึงติดเชื้อปอดอักเสบได้ง่าย ก็รักษาเหมือนปอดอักเสบทั่วไป แต่ถ้าไม่พบเชื้อก่อโรค มีประวัติสูบบุหรี่ไฟฟ้า อันนี้ชัดเจนว่าเกิดจากบุหรี่ไฟฟ้า
แต่ก็มีกลุ่มกลางๆ เทาๆ ประมาณ 1 ใน 3 ที่ไม่แน่ใจ คือ ตรวจอะไรก็ไม่เจอ แต่มีประวัติสูบบุหรี่ไฟฟ้า เอกซเรย์ปอดไม่ชัดเจน ก็จะมีแนวทางปฏิบัติ เช่น อาจนำคนไข้ไปตรวจเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ปอด ไปทำซีทีสแกน เพื่อเห็นภาพข้างในชัดมากขึ้น หรือส่องกล้องในปอด ซึ่งโรงพยาบาลที่มีศักยภาพจำกัดก็ต้องส่งมายังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ
ถามว่าซักประวัติบุหรี่ไฟฟ้าต้องรวมไปถึงการรับควันมือสองมือสามด้วยหรือไม่ รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวว่า ต้องซักประวัติให้ครอบคลุมทั้งหมดเลย เช่น สามีสูบไหม หรือลูกแอบสูบหรือไม่ ส่วนควันบุหรี่ไฟฟ้ามือสองทำให้เกิด EVALI ได้หรือไม่ เท่าที่ดูรายงานการแพทย์ยังไม่มีรายงาน มีแต่ผู้สูบมือหนึ่งที่รับเข้าไปเต็มที่โดยตรง แต่มือสองจะจางลงไป หากเทียบกับ PM 2.5 ควันบุหรี่ไฟฟ้าคือ PM 2.5 ดีๆ นี่เอง แต่แหล่งกำเนิดคือสารเคมีล้วนๆ ในปริมาณสูง ซึ่งมีรายงานจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ว่ามีสารมากกว่า 2 พันชนิด
ถามว่าสูบนานเท่าไรถึงจะเกิด EVALI รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวว่า คาดการณ์ไม่ได้เลย เพราะมีรายงานพบตั้งแต่สูบ 2-3 เดือนแรกไปเลย บางคนสูบมาเป็นปี ปีแรกไม่เป็นไร เพิ่งมาเป้นปีที่ 2-3 ก็มี ทั้งหมดเชื่อว่าเกิดจากส่วนผสมของสารเคมีในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เพราะแล้วแต่คนขายใส่ว่าใส่อะไรลงไป บางทีสัดส่วนเปลี่ยนแล้วไปใส่อะไรไม่รู้ที่อยากให้ลูกค้าติดใจ ซึ่งอาจมีสารประกอบบางอย่างที่เป็นพิษภัยต่อปอด ก็ขึ้นอยู่กับจังหวะ อย่างน้องที่อุบลราชธานีและในอีสานที่มีรายงานเข้ามา เพิ่งลองสูบไม่นานก็เป็นเลยและเป็นกันทั้งกลุ่ม
ถามต่อถึงการดูแลรักษาโรค EVALI รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวว่า การรักษาส่วนใหญ่จะเป็นประคับประคอง เช่น หายใจล้มเหลวใส่ท่อช่วยหายใจ ใช้เครื่องช่วยหายใจ ถ้าไม่หนักก็ออกซิเจนประคองอาการ หากอาการมากก็ให้สเตรียรอยด์กดภูมิ ซึ่งเคสน้องที่อุบลราชธานีใช้เวลารักษา 1 เดือน ค่าใช้จ่ายเกือบ 1 ล้านบาท เพราะต้องอยู่ไอซียู 2 สัปดาห์ ฟื้นตัวในโรงพยาบาลต่ออีก 2 สัปดาห์ เพราะต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมากช่วยประคองชีวิต แล้วถามว่าคุ้มหรือไม่ จริงอยู่ว่าได้คนคืนมา แต่ไม่เต็มร้อย เพราะสมรรถภาพปอดตกลงไป
"การรักษา EVALI มีทั้งรุนแรง คือ 15-20% ที่เหลือไม่รุนแรงสามารถรักษาได้ในโรงพยาบาลทุกระดับ เพราะใช้เพียงออกซิเจนดม ถ้าหมอตระหนักรู้และแนะนำให้เลิกบุหรี่ไฟฟ้า จะไม่เป็นอีก แต่หากไม่เลิกหลังพักการใช้บุหรี่ชั่วคราวตอนนอนโรงพยาบาล พอออกไปสูบใหม่จะเป็นหนักกว่าเดิมในรอบสอง" รศ.นพ.สุทัศน์กล่าว
ถามถึงจำนวนผู้เสียชีวิตจาก EVALI และอัตราการเสียชีวิต รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวว่า ของไทยเคยมี 1 ราย เป็นเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบที่บุรีรัมย์ ทั่วโลกอัตราตายพบ 10% หรือ 100 คนตาย 10 ส่วน 90 ที่รอดก็ใช่ว่าจะดี
ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่เพิ่งออกแนวทางวินิจฉัยดูแลรักษาช่วงนี้ ทั้งที่เริ่มพบ EVALI มาแล้วกว่า 5 ปี รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวว่า จริงๆ แล้วแนวทางมีมาก่อน เราช่วยกันทำและคิดตั้งแต่เจอเคสแรก มีการพูดคุยกันในนักวิชาการ แต่แนวทางมันยุ่งยาก การลงไปปฏิบัติก็ทำได้ยาก โดยเฉพาะระบบรายงานที่ไม่ค่อยมีคนรายงาน
"มีการคุยกันในหมอรู้กันว่าใช่ แต่ไม่มีรายงานเข้ามาในระบบ เนื่องจากรคนี้ไม่อยู่ใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่ต้องบังคับว่าเจอแล้วต้องรายงาน เพราะจะเป็นการเพิ่มงาน คือเจอแล้วต้องไปสอบสวนโรค ต้องทำรายงานต่างๆ เขาจึงไม่รายงานดีกว่า อีกเรื่องคือหมอไม่ถามประวัติการสุบบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะรุ่นหลังๆ" รศ.นพ.สุทัศน์กล่าว
ถามว่าทั้ง 2 สมาคมจะเข้าไปร่วมผลักดันเรื่องนี้อย่างไร รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวว่า ก็พยายามเร่งและไปกระตุ้นเตือนให้หมอทั้งหลายตระหนักรู้ อย่างในหมู่สมาชิกทั้ง 2 สมาคม ก็พยายามให้ความรู้ จัดประชุมวิชาการ และใส่เรื่องนี้เข้าไป
ถามต่อว่าขณะนี้พบผู้ป่วย EVALI แล้วกี่ราย รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวว่า ในระบบรายงานมีไม่ถึง 30 คน ซึ่ง 5 ปีแล้ว มองว่าเป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่าง เวียดนามการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ดีกว่าเรา แต่ระบบรายงานดีกว่าเรา มีรายงานพบ EVALI แล้ว 1,200 กว่าคน ซึ่งเราไม่ได้ดีกว่าเขา แต่เราเจอแค่หลักสิบ ซึ่งเชื่อว่าบ้านเราก็น่าจะถึงหลักพัน แต่หมออาจจะไม่รู้
เราก็คาดหวังว่าหลังจากใช้ไกด์ไลน์นี้แล้ว น่าจะช่วยให้มีพบผู้ป่วย EVALI และรายงานเข้ามาในระบบมากขึ้น จะทำให้เห็นข้อมูลว่าเป็นปัญหาจริงๆ ในสังคมในระบบสุขภาพ รัฐบาลต้องเทคแอคชั่น แต่หากเป็นหลักสิบก็จะมองว่าไม่เห็นจะเป็นอะไร
ข่าว
สุขภาพ
บันทึก
2
3
2
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย