28 พ.ค. เวลา 08:09 • การศึกษา
ลองอ่านข้อเขียนนี้ดูค่ะ ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าคนที่ไม่ทันได้ปรับตัวจะไปอยู่ตรงไหนได้
สิ่งที่ผมกังวลต่อจากนี้ จริงๆ แล้วคือ AI
.
.
ถ้าไม่มีการควบคุมให้ดี มันจะทำลายงาน อาจจะหลัก 1,000,000,000 งาน อ่านว่า หนึ่งพันล้านงาน หรือมากกว่า 20% ของงานทั้งหมดบนโลกใบนี้ได้เลย โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ต่อจากนี้เท่านั้น
.
.
เราลองมาดูว่าทำไม ผมถึงคิดแบบนั้น โดยผ่านตัวอย่างที่เราเริ่มเห็น ณ วันนี้สัก 3-4 ตัวอย่าง และถ้าไม่เห็นด้วยลองมาถกกันได้นะครับ
.
.
1. เพราะว่าแค่ตอนนี้ A.I. มันฉลาดมากกว่าคนเกิน 50% แล้วนะ
.
.
จากการใช้ A.I. อย่างจริงจัง ในการทำงานออกแบบ (หรือ ตรวจสอบแบบต่างๆ) A.I. ตัวมาตรฐาน แบบ ChatGPT สามารถช่วยในการทำงานที่ดีกว่า ผู้ช่วยเงินเดือนสองหมื่นบาทได้สบายๆ (ซึ่งมันคือค่าเฉลี่ยรายได้ของคนไทย - ซึ่งเป็นประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง แล้วนะ)
.
.
นั่นหมายความว่า A.I. มันสามารถทำงานได้เก่งกว่ามนุษย์เงินเดือนทั่วไปมากๆ
.
โดยเฉพาะงานที่ต้องอาศัยความจำต่างๆ มันทำได้ดีกว่ามนุษย์แบบเทียบกันไม่เห็นฝุ่น และอย่าลืมว่ามันคือเทคโนโลยี ที่พึ่งเริ่มต้นในการใช้งานเชิงพาณิชย์เท่านั้นเองนะ ยังเหลือเวลาอีกมากสำหรับการปรับปรุงพัฒนา และมันยังสังเคราะห์ข้อมูลจากการเอาข้อมูลต่างๆ มาเรียบเรียง ให้มี Logical ที่ดีกว่า คนทั่วไปมากๆ
.
.
ในตอนนี้ ผมใช้มันในการช่วยวางโครงสร้าง Presentation, การออกแบบ หรือ ตรวจสอบแบบเชิงวิศวกรรม
.
สำหรับอันที่ผมไม่แน่ใจ และหา Reference ต่างๆ ซึ่งหลายๆ ครั้งมันทำได้ดีกว่าสามัญวิศวกร ที่ผมจ้างมาเพื่อทำงานเฉพาะทางต่างๆ ด้วยซ้ำไป (ด้วยราคา 30,000 บาทต่องาน ไม่ใช่ต่อเดือนนะ)
.
.
หลายๆ คนใช้มันในการเขียน Web Script, Programming Language, การคำนวณความปลอดภัย, การทำ Graphic, การทำ VDO, การเช็ครายละเอียดต่างๆ การประเมินค่าใช้จ่าย ฯลฯ
.
แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้มันยังบ้งอยู่บ้าง ต้องอาศัย Supervised Working เพื่อให้ทำงานได้แบบมืออาชีพจริงๆ แต่มันโคตรจะน่ากลัว เพราะว่านี่คือเพิ่งเริ่มใช้งานกันไม่เกิน 2 ปี แบบฟรีๆ ด้วยนะ
.
ต่อไปข้อมูลทั้งหมดจะอยู่บน A.I. ไม่กี่เจ้าที่จะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเราดีกว่า ที่เรารู้จักตัวเองซะอีก จากการประมวลผลการค้นหาต่างๆ ตลอด 24 เดือนที่ผ่านมาหรืออะไรแบบนั้น
.
.
ผมคิดว่าไม่เกินในอีก 5 ปีข้างหน้ามันเก่งกว่าผมในงานระดับ Generalist แน่นอน ซึ่งผมเชื่อว่าตัวผม เป็นตัวแทนของคนที่เป็นระดับ Top 1% ของโลก แล้วนะ
.
.
ดังนั้นงานสร้างสรรค์ทั่วไป มนุษย์แทบจะไม่มีทางที่จะสู้กับ A.I. กลางๆ ตัวนึงได้เลย ใน 5 ปีแน่นอน ซึ่งคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มีเป็นหลักหลายร้อยล้านคน ก็อาจจะตกงาน สักครึ่งนึงหรือมากกว่านั้น
.
.
2. การเข้ามาของ Robo Taxi
.
.
การเข้ามาของ Robo Taxi ที่จะเปิดตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อันนี้ผมได้ข้อมูลมาจาก คนที่ทำงานให้ Elon Musk ในระดับค่อนข้างสูงแบบ Senior Manager จากการคุยกันต่อหน้าเมื่อสักสองปีก่อน เขาบอกว่าเป้าหมายของ Elon ไม่ใช่ขายรถยนต์ แต่ว่าเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมในอนาคตไปเลย ซึ่งน่ากลัวมาก
.
.
ตามที่เขาเล่าให้ฟัง สิ่งที่ Tesla กำลังทำอยู่มันคือการทำให้ รถไฟฟ้า วิ่งได้เองโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีคนขับเลย 100% ผ่านการควบคุมแบบทั้ง ใช้ Sensor ในรถ และ การคุยกันระหว่างรถยนต์แต่ละคัน
.
และ นั่นหมายความว่า ความจำเป็นในการใช้รถของคุณเองจะน้อยมาก เพราะว่า รถยนต์สาธารณะ สามารถพาคุณไป จากจุด A -> B ในราคาที่ถูกมากๆ เพราะ Utilization มันได้ 24 ชั่วโมง ไม่ต้องพัก และ ความปลอดภัยสูงกว่าคนขับทั่วๆ ไปเยอะมาก
.
.
เอาแค่เฉพาะคนขับแท๊กซี่ทั่วโลก นี่ก็น่าจะมีสัก 20 ล้านคนขึ้นไปทั่วโลกแล้ว นี่ยังไม่รวมจำนวนคนงาน ในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่จะหายไปอย่างมากเพราะคนจะเปลี่ยนมาใช้การคมนาคมใหม่ แทนการมีรถยนต์ส่วนตัว ที่ต้องไปหาที่จอด ต้องไปเติมน้ำมัน หรือ ชาร์จไฟฟ้า ต้องไปทำการบำรุงรักษา
.
.
อันนี้อาจจะใช้เวลานานหน่อยแต่ยังไงก็ไม่น่าเกิน 15 ปีจากนี้แน่นอน ถ้ายังไม่มีการควบคุม และมันจะทำให้ตำแหน่งงานโดยรวมหายไปอาจจะหลัก 100 ล้านงาน
.
.
3. Humanoid Robot
.
.
อันนี้คือตัวที่โหดมากที่สุด เพราะว่าอันอื่นๆ มันยังเป็นการทำงานเฉพาะอย่าง แต่ Humanoid Robot มันคือการทำงานแบบคนจริงๆ 1 คน โดยที่จ่ายค่าแรงเป็นค่าไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งตอนนี้สนนราคาอาจจะอยู่แถวๆ 3-4 ล้านบาท แต่ในอนาคตมันจะถูกลงมากๆ ซึ่งอาจจะอยู่แถวๆ ช่วง 1 ล้านบาท +/-ต่อตัว ถ้ามันสเกลได้มากพอ
.
.
ปกติ Motor ไฟฟ้าถ้าทำงานแบบ Humanoid Robot นี่มันน่าจะทำงานได้ประมาณ 7-10 ปีแบบไม่ต้องซ่อมเลย
.
สำหรับประเทศที่ค่าแรงสูงในปัจจุบัน การใช้ Humanoid Robot อาจจะคุ้มค่าทันทีเลย เพราะว่าปกติแล้วก็ต้องจ่ายเงิน 1 ล้าน+ ในการจ้างคนอยู่แล้ว แต่พอเป็น Humanoid Robot มันสามารถทำงานเท่ากับคน 3 คนใน 1 วันถ้าทำงานเป็นกะ ในอีก 10 ปีข้างหน้าถ้าราคามันเหลือแค่ 1 ล้าน +/- จะทำให้งาน หลายร้อยล้านตำแหน่ง มีความเสี่ยงทันที
.
.
หลายๆ คนอาจจะเลือกมันมาแทน แม่บ้าน หรือ แทนผู้ช่วยส่วนตัว ซึ่งก็หมายถึงงาน หลายสิบล้านตำแหน่ง เฉพาะกับคน 1% แรก ที่น่าจะมีใช้คนละตัว ก็น่าจะ 70 ล้านตัวไปแล้ว
.
.
แล้วถ้าในอีก 10+ ปีข้างหน้ามันพัฒนาแบบใกล้เคียงมนุษย์จริง แบบ Realdoll แถมไม่มีโรคเป็นภาระกวนใจด้วยนี่ อาชีพทำงานเป็น กะ อีกแบบนึง นี่อาจจะหายไปเลย หรือนั่นคืออาชีพอิสระอีก 20 - 40 ล้านตำแหน่ง
.
.
ถ้ารวมงานทั้งหมดที่มีความเสี่ยงจากการที่มี Humanoid Robot ในการใช้งาน น่าจะมีหลายร้อยล้านตำแหน่งเลยทีเดียวครับ
.
.
4. การรวมกันของ Technology ต่างๆ ด้านบน
.
.
ถ้า Humanoid Robot หรือ Robot ทั่วไปสามารถทำงานปกติได้ ผ่านระบบ A.I. ที่เชื่อมโยงไปทั่ว เราจะเห็น Robot ที่ปกติจะทำงานเฉพาะจุด เดินปะปนในสังคม และทำงานต่างๆ ที่ มนุษย์สามารถทำได้
.
เช่น งานส่งของ จากจุด A -> B โดยใช้ Humanoid Robot นั่ง Robo Truck ไปส่งของ ที่จุดต่างๆ แทน ซึ่งถ้าไปถึงขั้นนั้นและงาน แทบทั้งหมดจะถูกแทนที่ ด้วย Robot ได้หมดแล้ว (ณ วันนี้หุ่นยนต์ในจีน สามารถขึ้นรถไฟ ไปเติมของที่ร้านค้าปลีก ได้แล้วนะครับ ดังนั้นมันไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน)
.
.
ขอลองยกอีกสักตัวอย่างนึงละกัน อย่างเช่น A.I. สามารถใช้ Personalized Data เพื่อเสนอสินค้าและบริการให้เราทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องมี Sales มาหาเราถึงบ้านอีกต่อไปเลย เพียงแค่ใช้ข้อมูลจาก Search Data ที่เราทำมาสัก 12 - 24 เดือนก่อนหน้า ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ ตำแหน่งงานขาย และงานการตลาด หลักร้อยล้านคนทั่วโลกจะมีความเสี่ยงทันที
.
.
ถ้าไม่เริ่มคิดเรื่องการจัดการกับ A.I. อย่างเป็นระบบตั้งแต่ตอนนี้ เศรษฐกิจขาลง ที่ต่อเนื่องและยาวนานอาจจะไม่มีทางเลี่ยงได้เลย
.
.
/สาธิต
FB : Hidden Door
โฆษณา