วันนี้ เวลา 03:00 • การตลาด

วิธีใช้ Creator Search Insights หาไอเดียทำคลิปสั้น ดูได้ว่าคนอยากดูอะไร ไม่ต้องเดาเอง

หลายคนที่ทำคอนเทนต์คลิปสั้นลง TikTok อาจเคยเจอปัญหาหมดไอเดียทำคอนเทนต์กัน แต่จริง ๆ แล้ว TikTok มีเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ นั่นก็คือ “Creator Search Insights”
แล้วเครื่องมือ Creator Search Insights คืออะไร และทำอะไรได้บ้าง ? MarketThink สรุปประโยชน์และวิธีใช้มาให้ทั้งหมดแล้วในบทความนี้
Creator Search Insights คือ เครื่องมือของ TikTok ที่บอกว่า “คนดูอยากดูอะไร” ผ่านคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานใช้ค้นหาคอนเทนต์จริง ๆ ในช่อง Search
ซึ่งจะช่วยให้เราทำคอนเทนต์ได้ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่ต้องไปนั่งเดาใจคนดูใด ๆ ทั้งสิ้น
โดยวิธีเข้าไปใช้เครื่องมือนี้ก็สามารถพิมพ์ว่า “Creator Search Insights” ผ่านช่อง Search ที่เป็นรูปแว่นขยาย เหมือนเรากำลังค้นหาคลิปสั้นตามปกติได้เลย
และยังสามารถเข้าไปที่เมนู Settings และเลือกแท็บ “Add to Home Screen” เพื่อเพิ่มไอคอนในหน้า Home Screen ของเรา ไว้ใช้เป็นทางลัดในการเข้าครั้งต่อไปได้ด้วย
โดยฟีเชอร์หลัก ๆ ที่อยากแนะนำในเครื่องมือ Creator Search Insights ก็คือ
1. ฟีเชอร์แนะนำ “คีย์เวิร์ด” ที่คนใช้ค้นหาจริง
ฟีเชอร์นี้เป็นฟีเชอร์หลักของเครื่องมือ Creator Search Insights ก็ว่าได้ เพราะมันจะบอกเลยว่า คนพิมพ์ค้นหาคำว่าอะไรบ้างแบบคำต่อคำ
โดยเราสามารถกดที่รูปกรวยที่อยู่ด้านขวามือ เพื่อปรับให้ระบบคัดกรอง เอาเฉพาะคีย์เวิร์ดภาษาไทยหรือจะเอาภาษาอื่น ๆ ก็ได้
รวมถึงปรับแต่งหมวดหมู่ย่อยเฉพาะของคอนเทนต์ เช่น อาหาร ท่องเที่ยว แฟชั่น กีฬา งานอดิเรก วิทยาศาสตร์ ได้อีกด้วย
ตัวอย่างเมนูย่อย ๆ ที่น่าสนใจ เช่น
- เมนู Suggested / แนะนำสำหรับคุณ
เป็นระบบที่คัดเลือกคีย์เวิร์ดภาพรวม ที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่ หรือประเภทของคอนเทนต์ของช่องเรามาให้ ซึ่งเหมาะกับการสร้างยอดวิวหรือตกผู้ติดตามใหม่ ๆ ให้มาติดตามช่องของเรา
เช่น ถ้าช่องของเราเป็นแนวท่องเที่ยว ระบบก็จะดึงคำค้นหาฮิต ๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่คนทั่วไปชอบเซิร์ชมาแนะนำ แม้ว่าคนเหล่านั้นจะไม่ได้ติดตามเราเลยก็ตาม
ตัวอย่างคีย์เวิร์ดแนะนำ จากการทดลองใช้เครื่องมือ เช่น
- “ออกไปเที่ยว” มีการค้นหา 2,300 ครั้ง
- “สถานที่เที่ยวภูเก็ต” มีการค้นหา 3,600 ครั้ง
- “ที่เที่ยวตัวเมืองเชียงใหม่” มีการค้นหา 1,200 ครั้ง
- “ทะเลในประเทศไทย” มีการค้นหา 55,400 ครั้ง
- เมนู Content Gap
เป็นระบบที่รวบรวมคีย์เวิร์ดที่มีคนเซิร์ชสูงมาก แต่คลิปยังมีน้อยหรือยังไม่มีคลิปดี ๆ ตอบโจทย์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อครีเอเตอร์ที่กำลังหาไอเดียทำคอนเทนต์
ตัวอย่างคีย์เวิร์ดจากการทดลองใช้เครื่องมือ เช่น
- “น้ำตกสาริกา” มีการค้นหา 33,200 ครั้ง
- เมนู Search by Followers
เป็นระบบที่รวบรวมคีย์เวิร์ดของคนที่กดติดตามช่องของเราอยู่จริง ๆ ณ ตอนนี้ว่า พวกเขาพิมพ์คำค้นหาใน TikTok ว่าอะไรบ้าง ซึ่งเป็นฟีเชอร์ที่เหมาะกับการสร้าง Engagement และรักษาฐานผู้ติดตาม
แต่ฟีเชอร์นี้มีข้อจำกัดว่า เราจะต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 บัญชีขึ้นไป เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบด้วย
ตัวอย่างคีย์เวิร์ดจากการทดลองใช้เครื่องมือ เช่น
- “ที่พักสะพานมอญสังขละบุรี” มีการค้นหา 7,300 ครั้ง
- “ที่พักใกล้สะพานมอญ” มีการค้นหา 2,200 ครั้ง
2. ฟีเชอร์ส่องเทรนด์ที่กำลังมาแรง
เป็นระบบที่ช่วยให้รู้ว่า ตอนนี้ควรทำคลิปเกี่ยวกับอะไร ถึงจะเกาะไปกับกระแสในช่วงนั้นได้ ซึ่งเราสามารถกรองฟิลเตอร์ช่วงเวลาได้ถึง 3 ตัวเลือก ได้แก่ 24 ชั่วโมง, 2 วันที่ผ่านมา และ 7 วันที่ผ่านมา
แต่ข้อเสียของฟีเชอร์นี้คือ ไม่สามารถเลือกโลเคชันเป็นประเทศไทยได้ ทำให้เทรนด์ที่เราเห็นจากฟีเชอร์นี้จะเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั้งโลก ไม่ใช่เทรนด์ที่เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย
จากการทดลองใช้เครื่องมือนี้ จะเจอคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับซีรีส์เรื่อง The Boys เยอะ เพราะเป็นซีรีส์ดังและ Season 5 ซึ่งเป็นซีซันสุดท้ายเพิ่งออกฉายได้ไม่นาน ซึ่งเหมาะกับคนที่ทำคอนเทนต์สายหนังและซีรีส์มาก เช่น
- “The Boys Homelander Is Powerless Scene” มีการค้นหา 363 ล้านครั้ง
- “Butcher Confronts Homelander” มีการค้นหา 220 ล้านครั้ง
- “Homelander Death Scene Montage Trend” มีการค้นหา 114 ล้านครั้ง
นอกจากใช้หาหัวข้อหรือคีย์เวิร์ดแล้ว เครื่องมือนี้ยังบอกอีกว่า เสียง (Sounds), เอฟเฟกต์ (Effect), แม่แบบ (Template) หรือแฮชแท็ก (Hashtag) ไหนกำลังมาแรง และปรับฟิลเตอร์ให้เลือกเฉพาะประเทศไทยได้ด้วย
3. ใช้ดูว่า “คลิปแบบไหน” ที่ติดอันดับการค้นหา
เวลาเรากดดูคีย์เวิร์ดที่เราสนใจทีละคำ เครื่องมือ Creator Search Insights ยังแสดงคลิปวิดีโอที่ติด Top Rankings ของคำค้นหานั้นมาให้ดูด้วย
ซึ่งฟีเชอร์นี้ถือว่าดีมาก ๆ เพราะเราสามารถส่องคอนเทนต์ของครีเอเตอร์คนอื่นได้ว่า เขาทำคอนเทนต์แบบไหน เล่าแบบไหน เป็นคลิปยาว 15 วินาทีจบ หรือคลิปยาวแบบละเอียด 2 นาที รวมถึงสไตล์การตัดต่อคลิปแบบที่คนดูชอบ
พอดูแล้วก็ลองหาว่า คลิปนั้น ๆ มีจุดบกพร่องตรงไหนบ้าง ตรงไหนอธิบายยังไม่เคลียร์ แล้วเราก็ค่อยเอามาทำคอนเทนต์เป็นสไตล์ของตัวเองที่ดีกว่า ละเอียดกว่า หรือเข้าใจง่ายกว่าคลิปต้นแบบได้
4. ส่องอินไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่เราสนใจได้แบบละเอียด
นอกจากจะส่องคลิปของคนอื่นได้แล้ว ยังสามารถดูอินไซต์อื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น
- ข้อมูลย้อนหลังจำนวนครั้งการเซิร์ช โดยเราสามารถกรองข้อมูลเป็นแบบทั้งโลกหรือรายประเทศก็ได้ รวมถึงเลือกช่วงเวลาย้อนหลังได้แบบเฉพาะเจาะจง
- ดูข้อมูลประชากรศาสตร์ (Demographics) ของคนเซิร์ชได้ว่า เป็นเพศไหน อายุเท่าไร อยู่ในประเทศไหน
- คีย์เวิร์ดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่เราสนใจ พร้อมจำนวนการค้นหา ซึ่งเอาไว้ใช้เป็นไอเดียต่อยอดคอนเทนต์ได้ดีเช่นกัน
ตัวอย่างการใช้เครื่องมือนี้ โดยใช้คีย์เวิร์ด “รีวิวที่เที่ยว” ก็จะมีอินไซต์ออกมาว่า
- มีการเซิร์ชทั้งหมด 4,400 ครั้ง จากทั้งโลก ในช่วงเวลา 7 วันที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 33.3% จากอาทิตย์ก่อน
- คนที่เซิร์ชเป็นเพศชาย 23% เพศหญิง 50% และเพศอื่น ๆ (ไม่ระบุ) 28%
ซึ่งข้อมูลตรงนี้บอกได้ว่า คอนเทนต์ที่เราทำ ควรใช้ Mood & Tone ในการสื่อสารไปถึงผู้หญิงและเพศทางเลือกจะดีกว่านั่นเอง
- อายุของคนเซิร์ชส่วนใหญ่คือ 25-34 ปี คิดเป็น 36%, 18-24 ปี คิดเป็น 25%
จะเห็นได้ว่า คนมากกว่าครึ่งที่เซิร์ชคือ กลุ่มคนอายุน้อย
ดังนั้นการทำคอนเทนต์ก็อาจจะใช้ภาษาค่อนไปทางเป็นกันเองและวัยรุ่นหน่อย จะเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้ดีกว่าภาษาทางการ
- ตัวอย่างคีย์เวิร์ดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “รีวิวที่เที่ยว” และมีคนใช้ค้นหาจริง ๆ เช่น “รีวิวห้องพัก”, “การท่องเที่ยว”, “ที่เที่ยวต่างประเทศ”, “แนะนำโรงแรมในกรุงเทพ”, “ที่พักผ่อนธรรมชาติใกล้ฉัน”
ทั้งหมดนี้ก็คือ ไอเดียการใช้เครื่องมือ Creator Search Insights เบื้องต้น
ซึ่ง MarketThink คิดว่า เหมาะมากที่จะนำไปใช้ต่อยอดคอนเทนต์คลิปสั้นของเราได้ ไม่ว่าจะเป็น Evergreen Content หรือ Trending Content ก็ตาม
ใครที่เป็นสายคอนเทนต์ก็ลองไปเล่นเครื่องมือนี้กันได้
อ้างอิง :
- เครื่องมือ Creator Search Insights จากแอปพลิเคชัน TikTok
โฆษณา