29 พ.ค. เวลา 12:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

หุ้นสารปรุงแต่งถูกแช่แข็ง : ของดีไม่ช่วยเมื่อรายใหญ่ยังขายไม่จบ

เสียงแอร์เย็นฉ่ำในร้านกาแฟกลืนไปกับเสียงพิมพ์งานของ Elena ที่นั่งอยู่ตรงข้าม กับ Charles
"ดูหน้าจอคำสั่ง" เธอพลิกแท็บเล็ตให้ดู "Bid อยู่ที่ 0.18 ดอลลาร์ มา 3 สัปดาห์แล้ว ไม่หลุด ไม่ขึ้น"
Charles มองตัวเลขนั้นนานกว่าปกติ "มีคนรับของอยู่"
"มีคนเทขายอยู่เหมือนกัน"
เขาไม่ตอบ เพราะนั่นคือความจริงทั้งคู่
NT เป็นชื่อที่เขาตามมาตั้งแต่ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาด ธุรกิจวัตถุเจือปนอาหารและส่วนผสมอาหารสัตว์ที่สะสมความสัมพันธ์กับลูกค้ามา 4 ทศวรรษ กลุ่มลูกค้ากว่าหลายร้อยรายในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่มีรายใดมีสัดส่วนเกิน 4% ของรายได้ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ธุรกิจที่ล้มง่าย แต่ราคาหุ้นกลับไม่สนใจเรื่องนั้น
"ปีที่แล้วกำไรโต 34%" Charles พูดเหมือนยืนยันกับตัวเอง
Elena วางแท็บเล็ตลง "แต่โมเมนตัมของกำไรต่อหุ้นหรือ EPS มันชะลอ จาก 0.028 ดอลลาร์ เหลือ 0.027 ดอลลาร์ ในสกุลเงินท้องถิ่น และการเติบโตของรายได้ลดจาก 11% เหลือ 8% ตลาดไม่ซื้อทิศทางที่ดี แต่ตลาดซื้ออัตราเร่ง"
"มันยังโตอยู่นะ"
"มันโตช้าลง" เธอพูดตรง "สำหรับเงินที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราว นั่นไม่ต่างจากหยุดนิ่ง"
Derek เดินเข้ามาพร้อมโทรศัพท์และแก้วกาแฟ เขานั่งลงโดยไม่ทักทาย
"ผมเฝ้าหน้าจอมา 2 เดือน" เขาเปิดหน้าจอคำสั่งซื้อขายขึ้นมา "มีแรงขายต่อเนื่องออกมาจากฝั่งผู้ถือหุ้นเดิม ขนาดก้อนเดียวกันสม่ำเสมอ ไม่ใช่การขายด้วยความตกใจหรือ Margin Call แต่มันคือการวางแผนทยอยขายออก"
Charles ถาม "นักลงทุนรายใหญ่?"
Derek พยักหน้า "เข้ามาตอน IPO ช่วงราคาพุ่งครั้งแรก ตอนนี้ทยอยระบายของออก ใช้เวลากว่า 2 ปีแล้วก็ยังไม่หมด"
"แล้วทำไมราคาไม่ร่วงลงไปอีกล่ะ"
Derek หมุนแก้วกาแฟ "เพราะมีคนอีกกลุ่มที่เชื่อในเงินสดสุทธิหรือ Net Cash ของบริษัท เงินสดมากกว่าหนี้สินรวมเกือบ 30% อัตราส่วนราคาต่อกำไรหรือ P/E แค่ 7 เท่า อัตราเงินปันผล 4.8% กว่า" เขาหยุดจังหวะ "สำหรับนักลงทุนสายเน้นคุณค่าที่ชอบของถูก มันน่าสนใจมาก"
"แต่ไม่มีใครซื้อเพิ่ม" Elena แทรกขึ้น "เพราะทุกคนรอให้แรงขายที่ค้างอยู่หมดก่อน"
Derek ตอบ "ปัญหาคือไม่มีใครรู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน"
Isaac เข้ามาช้ากว่าทุกคน เขาวางแล็ปท็อปบนโต๊ะและเปิดตารางคำนวณขึ้นมาทันที
"ดูตรงนี้" เขาชี้ไปที่ตัวเลข "ยอดลูกหนี้การค้าโตเร็วกว่ากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีหรือ EBITDA นิดหน่อย แต่ไม่รุนแรงถ้าเทียบกับงบลงทุนที่เพิ่งประกาศ"
Charles ถาม "โรงงานใหม่?"
"สร้างครั้งแรกในรอบ 40 ปี" Isaac พูดเสียงเรียบ "ทำสัญญาจ้างผลิตระยะยาวกับต่างชาติได้ จึงต้องขยายกำลังผลิต สิ้นปีนี้น่าจะแล้วเสร็จ" เขาหยุดชะงัก "ช่วงนี้คือช่วงที่เงินสดถูกดึงไปใช้ ก่อนที่รายได้ใหม่จะรับรู้เข้ามา"
Elena ขยับตัวเล็กน้อย "นั่นคือกับดักด้านเวลาที่คลาสสิก"
"ถ้าสัญญาที่ว่ามีอยู่จริง" Isaac ตอบ "เงินก้อนนั้นจะกลับมาพร้อมกำลังการผลิตที่สูงขึ้น แต่ตลาดจะไม่รอให้พิสูจน์ เพราะตลาดมักจะขายหุ้นออกไปก่อนที่โรงงานจะเสร็จด้วยซ้ำ"
Brian เดินเข้ามาสมทบ เขาเพิ่งกลับจากสนามบิน ใบหน้าอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน
"ผมลองเช็คกับข้อมูลการขนส่ง" เขาวางกระเป๋าลง "ปริมาณการสั่งซื้อมันกระจายตัวดี ไม่มีลูกค้ารายใหญ่ที่หายไปอย่างเด่นชัด กลุ่มลูกค้าโรงงานอาหารยังสั่งของอยู่ ขนาดคำสั่งซื้อเล็กลงหน่อยแต่ถี่ขึ้น"
Charles ถาม "ฝั่งอาหารสัตว์มีความเปลี่ยนแปลงไหม"
"ส่วนที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้" Brian เปิดบันทึก "ตลาดสัตว์เลี้ยงยังเติบโต และฐานการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคนี้คือระดับโลก โครงการสารเพิ่มรสชาติที่กำลังขยาย ถ้าทำได้ดีมันคืออัตรากำไรที่สูงกว่าวัตถุดิบสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไปมาก"
Derek เสริม "แต่มันยังไม่ปรากฏในงบกำไรขาดทุนปัจจุบัน"
Brian พยักหน้า "นั่นแหละคือสิ่งที่ตลาดไม่สน"
Joseph นั่งฟังมาตลอด เขาเพิ่งซื้อ NT เข้าพอร์ตเมื่อ 2 เดือนก่อนหลังจากเห็นว่า P/E ต่ำกว่า 7 เท่า
"ผมยังไม่เข้าใจ" เขาเริ่มพูด "ธุรกิจมันดี เงินสดแข็งแรง ลูกค้ากระจายตัว ผู้บริหารมีแผนขยายงานชัดเจน ทำไมราคาหุ้นยังนิ่งอยู่แบบนี้?"
Elena ตอบตรงไปตรงมา "เพราะคุณถามผิดคำถาม คุณถามว่าธุรกิจดีไหม แต่ตลาดกำลังถามว่าแรงซื้อจะกลับมาเมื่อไร"
"มันต่างกันยังไง"
"ต่างกันมาก" เธอตอบ "ธุรกิจดีขึ้นได้โดยที่ราคาหุ้นไม่ขึ้น ถ้าจำนวนคนรอขายยังมีมากกว่าแรงซื้อที่มีความสามารถในการถือระยะยาว"
Joseph เงียบไป Charles มองออกไปนอกหน้าต่าง ถนนด้านล่างยังคงพลุกพล่านแต่รถกลับเคลื่อนตัวช้า
"มีอีกเรื่อง" Derek พูดขึ้น "ผมลองเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มส่วนผสมอาหารด้วยกัน" เขาหยุดคิด "SF เน้นแต่งกลิ่น KF เน้นปรุงรส ส่วน NT ครอบคลุมตั้งแต่อาหารคนไปจนถึงอาหารสัตว์ จุดที่ทับซ้อนกันน้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด พวกนั้นไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง แต่เน้นเจาะจงคนละส่วนตลาด"
"แล้วทำไมราคา NT ถึงต่ำกว่าพวกนั้นมาก"
Derek ไม่รีบตอบ "เพราะเรื่องราวที่ตลาดซื้อคนละอย่างกัน SF มีแบรนด์ของตัวเองชัดเจน KF มีการวางตำแหน่งเฉพาะทาง ส่วน NT มีขอบเขตธุรกิจกว้างกว่าแต่เรื่องราวยังไม่ถูกสื่อสารออกมา และตลาดไม่ได้ซื้อแค่ตัวธุรกิจ ตลาดซื้อเรื่องราวที่จะเติบโต"
Isaac ปิดตารางคำนวณลง "ถ้าโรงงานใหม่เสร็จตามแผนในไตรมาส 4 ปีนี้ รายได้จากสัญญารับจ้างผลิตต่างชาติน่าจะเริ่มเข้ามา ถ้าบวกกับกลุ่มสารเพิ่มรสชาติที่กำไรสูง..."
"คุณกำลังสร้างสถานการณ์ที่ดูดีเกินไป" Elena พูดขัดเบาๆ
Isaac มองเธอ "ผมแค่อ่านตามตัวเลข"
"ปัญหาคือตัวเลขมันดีไปหมด" Elena พูดต่อ "แต่ตลาดกำลังเจอกับแรงขายคืนของกองทุนอย่างต่อเนื่อง กองทุนที่ถือหุ้นขนาดเล็กถูกขายออกมาตลอด ไม่ใช่เพราะ NT แย่ แต่เพราะบรรยากาศการลงทุนในภาพใหญ่ไม่เอื้ออำนวย"
"งั้นสรุปคือต้องรอ"
"งั้นคือต้องรู้ว่ากำลังรออะไร" เธอแก้คำพูด "ถ้าคุณรอการฟื้นตัวของธุรกิจ มันมาถึงแล้ว แต่ถ้าคุณรอให้แรงซื้อกลับมา มันยังไม่มี และถ้าคุณรอให้เรื่องราวของหุ้นถูกยอมรับ นั่นต้องการปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจนพอให้คนทั้งตลาดหันมามอง"
Charles เดินไปหยิบกาแฟแก้วที่เย็นชืดแล้ว "ปัจจัยกระตุ้นอะไรที่จะทำให้ตลาดสังเกตเห็น NT"
ห้องทั้งห้องเงียบลง Brian พูดขึ้นเป็นคนแรก
"โรงงานใหม่เสร็จและประกาศผลสัญญาจ้างผลิตออกมาชัดเจน"
Derek ต่อ "หรือถ้ากลุ่มสารเพิ่มรสชาติแสดงตัวเลขกำไรในงบรายไตรมาสให้เห็น"
Isaac เพิ่มเติม "หรือถ้าแรงขายจากผู้ถือหุ้นเดิมหมดลง"
Elena นิ่งอยู่นานก่อนจะพูด "หรือถ้าสภาพคล่องกลับคืนสู่หุ้นขนาดเล็ก "
Joseph ฟังทุกอย่างแล้วถาม "แล้วในระยะยาว มันยังน่าลงทุนไหม"
ไม่มีใครตอบคำถามนั้นทันที
Charles นั่งลงอีกครั้ง เขามองตัวเลขบนหน้าจอ — P/E 7 เท่า, เงินสดสุทธิ 30%, ปันผลมากกว่า 4.8%, แผนขยายงานที่จับต้องได้ และฐานลูกค้าที่กระจายตัว
"สิ่งที่น่าทึ่งคือ" เขาเริ่มพูดช้าๆ "ถ้าดูแค่พื้นฐาน มันดูเหมือนถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างไม่มีเหตุผล เงินสดมากกว่าหนี้สินทั้งหมด บริษัทที่อยู่รอดมา 40 ปีไม่ได้รอดมาได้เพราะโชคช่วย"
"แต่" Elena แทรก
"แต่" Charles พูดต่อ "ผมต้องถามตัวเองว่าพอร์ตของผมทนรอได้นานแค่ไหน ถ้าแรงซื้อไม่กลับมาใน 1 ปี หรือ 2 ปี เงินทุนของผมมีทางเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าในช่วงที่ต้องรอหรือไม่"
Derek มองกราฟ Bid และ Offer ที่นิ่งสนิท "ผมเห็นสองภาพซ้อนกัน ภาพแรกคือธุรกิจที่ดีกว่าราคาที่เห็น ภาพที่สองคือกับดักสภาพคล่องที่รอปัจจัยกระตุ้น" เขาหยุด "คนที่จะทำกำไรจาก NT ไม่ใช่คนที่วิเคราะห์ตัวเลขเก่งที่สุด แต่คือคนที่อ่านออกว่าแรงซื้อจะกลับมาตอนไหน"
Isaac พูดเบาๆ "หรือต้องเข้าให้ถูกจังหวะก่อนที่แรงขายจะหมด แล้วมีความสามารถพอที่จะนั่งถือรอมันได้"
"ความสามารถในการนั่งถือรอ" Joseph ทวนคำพูด เขาเพิ่งเข้าใจว่าทำไมราคาหุ้นที่ถูกอย่างเดียวถึงไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอ
Elena ปิดแท็บเล็ต "NT อาจเป็นหุ้นที่ดีมากสำหรับระยะยาว ถ้าคุณมีฐานทุนที่ไม่รีบร้อน ถ้าคุณเข้าใจว่าตัวเองกำลังรออะไร และถ้าคุณยอมรับได้กับการที่ตลาดอาจจะยังไม่เห็นด้วยกับคุณไปอีก 2-3 ปี"
"แล้วถ้าโรงงานใหม่เสร็จตามแผนล่ะ" Charles ถาม
"ก็ต้องรอดูว่าตลาดจะให้มูลค่าใหม่เมื่อไร" เธอตอบ "บางครั้งปัจจัยกระตุ้นมาถึงแล้ว แต่ตลาดก็ยังเลือกที่จะไม่สนใจอยู่ดี"
บนถนนด้านล่าง เงาสะท้อนจากกระจกอาคารเริ่มเปลี่ยนทิศทางตามแสงแดดที่เริ่มคล้อย แต่ทุกคนรู้ดีว่าพรุ่งนี้ Bid ก็ยังจะนิ่งอยู่ที่ 0.18 ดอลลาร์เหมือนเดิม
NT ไม่ได้พัง แต่มันแค่ตั้งอยู่ในมุมที่โลกยังไม่ได้รีบที่จะหันมามอง...
"เนื้อหาในนิยายเป็นเหตุการณ์สมมติ ตัวละครและชื่อบริษัทถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงและถ่ายทอดบทเรียนทางธุรกิจเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนในหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ"
— เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#หุ้น
#การลงทุน
#สารปรุงแต่ง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา