วันนี้ เวลา 05:49 • การตลาด

สรุปดรามา Starbucks เกาหลีใต้ ใช้ AI คิดการตลาด แต่พังไม่เป็นท่า จน CEO โดนไล่ออก

ล่าสุด คนที่ติดตามความเคลื่อนไหวทางด้านการตลาด น่าจะเห็นถึงดรามาที่กำลังเกิดขึ้นกับ Starbucks ในประเทศเกาหลีใต้
ที่ร้ายแรงจนถึงขั้นผู้บริหารใหญ่ระดับ CEO ของ Starbucks ประเทศเกาหลีใต้ ต้องลาออก โดยต้นเหตุเกิดจากการใช้ AI อย่างไม่ระมัดระวัง
แล้วเรื่องนี้มีรายละเอียดอย่างไร ? รวมถึงมีอะไรที่เราสามารถเรียนรู้ เพื่อที่จะไม่ทำพลาดแบบนี้
MarketThink สรุปให้อ่านกันอย่างละเอียด
Starbucks ในประเทศเกาหลีใต้ ใช้ AI ช่วยคิดแคมเปญการตลาด
แม้อ่านดูแล้วจะดูธรรมดา และไม่น่าจะเกิดดรามาใด ๆ ได้ เพราะตอนนี้เราก็ต่างใช้ AI ช่วยทำงาน คิดวิเคราะห์ หาไอเดียต่าง ๆ กันเป็นเรื่องปกติ
โดยทีมการตลาดของ Starbucks ในประเทศเกาหลีใต้ ได้จัดแคมเปญการตลาด เพื่อโปรโมตกระบอกน้ำใหม่ที่ใส่น้ำได้เยอะมาก ชื่อรุ่นว่า Tank Tumbler ซึ่งจะมีกำหนดการวางขายในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้
ทีมการตลาดของ Starbucks จึงได้ใช้ AI ช่วยคิดแคมเปญการตลาด เพื่อโปรโมต Tank Tumbler นี้โดยเฉพาะ
แม้จะไม่มีรายละเอียดว่าทีมการตลาดของ Starbucks มีการ Prompt ให้ AI อย่างไร รวมถึงได้นำไอเดียที่ได้จาก AI มาใช้ทั้งหมดหรือไม่
แต่ที่แน่ ๆ ปัญหาก็เกิดขึ้นกับแคมเปญนี้ของ Starbucks ประเทศเกาหลีใต้
ในเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองที่สำคัญของประเทศเกาหลีใต้
เพราะวันที่ 18 พฤษภาคม เป็นวันครบรอบเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ที่เมืองกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 1980
ที่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น มีการใช้รถถังปราบปรามผู้ประท้วง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
ซึ่งในแคมเปญโปรโมต Tank Tumbler รุ่นใหม่นี้ จัดขึ้นในช่วงวันที่ 15-26 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ที่เมืองกวางจู เมื่อหลายสิบปีก่อนพอดี
โดยในแคมเปญนี้ ได้ใช้คำว่า Tank ซึ่งแปลว่ารถถัง และใช้คำว่า Tank Day กับการจัดกิจกรรมการตลาด การจัดโปรโมชัน ที่ใช้โปรโมตกระบอกน้ำ Tank Tumbler โดยเฉพาะ
ผลที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนชาวเกาหลีใต้จำนวนมากเกิดความไม่พอใจ เพราะดูเหมือนว่าแคมเปญนี้จะไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ที่เมืองกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 1980 แบบเต็ม ๆ
และมองว่า Starbucks ในประเทศเกาหลีใต้ ไม่รู้จักกาลเทศะ ละเลยประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดของประเทศชาติ และเป็นการดูหมิ่นเหยื่อในเหตุการณ์ดังกล่าว
รวมถึงแคมเปญการตลาดเดียวกันนี้ ยังมีการใช้สโลแกนที่แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “Tak on the Table !” หรือวางลงบนโต๊ะด้วยเสียงดังทัก (Tak) เพื่อสื่อถึงเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ
แต่คำว่า Tak ในเกาหลีใต้ยังเป็นเหมือนคำต้องห้าม
เพราะไปพ้องกับเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงของตำรวจต่อประชาชนขณะทำการสืบสวนในปี 1987 อีกด้วย
จุดนี้เอง ที่ยิ่งทำให้ประชาชนในเกาหลีใต้ เกิดความไม่พอใจต่อแคมเปญการตลาดของ Starbucks ไปกันใหญ่
แม้ว่า Starbucks ประเทศเกาหลีใต้ จะออกมาบอกว่า แคมเปญนี้มีการใช้ AI ช่วยคิดไอเดีย โดยไม่ได้มีการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในปี 1980 และ 1987 เลยก็ตาม
แต่กว่าที่ Starbucks ประเทศเกาหลีใต้ จะรู้ตัวว่าแคมเปญการตลาดนี้ อาจไม่เหมาะสม และกระทบกระเทือนจิตใจของประชาชน แคมเปญนี้ก็ถูกอนุมัติ และมีการเริ่มแคมเปญการตลาดไปเรียบร้อยแล้ว
ที่น่าสนใจคือ จากการรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่าผู้ที่มีหน้าที่อนุมัติการทำแคมเปญการตลาด จำนวน 7 คน มีการอนุมัติทั้งที่ไม่ได้เปิดไฟล์แนบในอีเมลเลยด้วยซ้ำ..
1
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เกิดกระแสการแบน Starbucks ในประเทศเกาหลีใต้ อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น
1
- การแบน Starbucks และหันไปสนับสนุนร้านกาแฟ หรือเชนกาแฟท้องถิ่น ซึ่งมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของประเทศมากกว่า
- ลบแอปพลิเคชัน และพยายามถอนเงินออกจากบัตรเติมเงิน Starbucks
- เลิกสะสมสินค้าต่าง ๆ ของ Starbucks เช่น แก้วน้ำ กระบอกน้ำ หรือสินค้าพิเศษอื่น ๆ ที่เคยได้รับความนิยมในกลุ่มคนชอบสะสม
- มีการวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัย เป็นการแสดงสัญลักษณ์ และการติดป้ายประท้วง ที่หน้าร้าน Starbucks สาขาต่าง ๆ ในประเทศเกาหลีใต้
- หน่วยงานท้องถิ่นหลายแห่ง ประกาศแบน Starbucks ไม่ซื้อเครื่องดื่มเข้ามารับรองในห้องประชุม โดยจะหันไปซื้อเครื่องดื่มจากแบรนด์อื่นเป็นการทดแทน
ยิ่งกว่านั้นคือ ตอนนี้ CEO ของ Starbucks ประเทศเกาหลีใต้ ถูกปลดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รวมถึงยังทำให้ คุณ Chung Yong-jin ประธานของ Shinsegae Group หนึ่งในแชโบล ที่เป็นเจ้าของ Starbucks ในประเทศเกาหลีใต้ ในสัดส่วน 67.5% ต้องออกมาโค้งคำนับเพื่อขอโทษต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
และขอให้ประชาชน อย่าระบายความโกรธกับพนักงานที่หน้าร้าน Starbucks เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของฝ่ายบริหารแต่เพียงฝ่ายเดียว
1
ทีนี้ถ้าถามว่า บทเรียนที่ได้จาก Starbucks ประเทศเกาหลีใต้คืออะไร ?
แม้ในตอนนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Starbucks ประเทศเกาหลีใต้จะยังไม่จบ และยังไม่มีใครรู้ว่าการแบน Starbucks ในประเทศเกาหลีใต้ จะลุกลามไปมากกว่านี้อย่างไร
แต่บทเรียนสำคัญที่ได้จาก Starbucks ประเทศเกาหลีใต้ก็คือ AI ไม่ใช่คำตอบทุกอย่างของการตลาด เพราะ AI ไม่มีความเป็นมนุษย์ ขาดการเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์จริง
เราสามารถใช้ AI ช่วยทำงาน หาไอเดียได้ แต่ที่สำคัญคือ ต้องมีการตรวจสอบและพิจารณาผลลัพธ์ที่ได้จาก AI อย่างรอบคอบก่อนนำไปใช้จริง..
โฆษณา