12 มิ.ย. เวลา 10:27 • สุขภาพ

ทำไมเป็นมะเร็งเต้านมเหมือนกัน แต่บางคนได้ Targeted Therapy บางคนไม่ได้?

TLDR
มะเร็งเต้านมชื่อเดียวกัน แต่ชีววิทยาข้างในไม่เหมือนกันทุกคน การให้ Targeted Therapy ไม่ได้ดูจากคำว่า “เป็นมะเร็งเต้านม” อย่างเดียว แต่ดูจากผลชิ้นเนื้อ เช่น ER, PR, HER2 ระยะโรค ขนาดก้อน ต่อมน้ำเหลือง ความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำ ยาที่ใช้ร่วมได้ และสภาพร่างกายของคนไข้ การไม่ได้ยาไม่ได้แปลว่าหมอละเลย แต่อาจแปลว่าโรคของเราไม่เข้าเป้ายานั้น
คำถามนี้คนไข้ถามด้วยความน้อยใจบ่อยมากครับ
“คุณหมอคะ คนไข้ห้องข้าง ๆ ก็เป็นมะเร็งเต้านมเหมือนกัน ทำไมเขาได้ยามุ่งเป้า แต่ของหนูไม่ได้”
หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ
เวลาเราเห็นคนอื่นได้ยาที่ฟังดูทันสมัย แพง และเหมือนมีพลังพิเศษ เราอาจรู้สึกว่าตัวเองได้การรักษาน้อยกว่า
แต่ความจริงคือ Targeted Therapy ไม่ใช่ยาที่เหมาะกับมะเร็งเต้านมทุกคน
คำว่า Targeted Therapy แปลตรงตัวว่า “ยาที่มุ่งเป้า”
ปัญหาคือ ถ้ามะเร็งของเราไม่มี “เป้า” นั้น การให้ยาก็อาจไม่ได้ประโยชน์ แถมเพิ่มผลข้างเคียงและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่างที่คนไข้ได้ยินบ่อยคือ HER2
ถ้าผลชิ้นเนื้อบอกว่า HER2-positive แปลว่าเซลล์มะเร็งมีโปรตีน HER2 มากผิดปกติ ยากลุ่มต้าน HER2 เช่น Trastuzumab หรือยามุ่งเป้าอื่น ๆ อาจมีบทบาทสำคัญในการรักษา
แต่ถ้าผลเป็น HER2-negative การให้ยาต้าน HER2 แบบเดียวกันโดยทั่วไปไม่ได้ช่วย เพราะมะเร็งไม่มีเป้าหมายหลักให้ยาจับ
นี่ไม่ใช่เรื่องเลือกปฏิบัติ
นี่คือการรักษาตามชีววิทยาของโรค
มะเร็งเต้านมยังต้องดู ER และ PR ด้วย
ถ้า ER หรือ PR เป็นบวก แปลว่ามะเร็งตอบสนองต่อฮอร์โมน ยาต้านฮอร์โมนอาจเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาในหลายคน
คนไข้บางรายไม่ต้องได้ Targeted Therapy ที่ฟังดูหวือหวา แต่ได้ยาต้านฮอร์โมนที่เหมาะกับโรคของตัวเอง และได้ประโยชน์จริง
ความเข้าใจผิดข้อแรกคือ “Targeted Therapy ดีกว่าเคมีบำบัดเสมอ”
ไม่จริงครับ
ยามุ่งเป้าไม่ได้แปลว่าแรงที่สุดหรือดีที่สุดสำหรับทุกคน มันดีเมื่อใช้กับคนที่มีตัวบ่งชี้เหมาะสม
บางสถานการณ์เคมีบำบัดจำเป็นกว่า บางสถานการณ์ยาต้านฮอร์โมนสำคัญกว่า บางสถานการณ์ต้องใช้ร่วมกัน และบางคนไม่จำเป็นต้องได้ทั้งหมด
ความเข้าใจผิดข้อสองคือ “ถ้าไม่ได้ยามุ่งเป้า แปลว่าโรครุนแรงน้อยจนหมอไม่รักษาเต็มที่”
ไม่ใช่เสมอไปครับ
บางครั้งโรคไม่เข้าเกณฑ์ยานั้น บางครั้งระยะโรคยังไม่ต้องใช้ บางครั้งประโยชน์น้อยกว่าความเสี่ยง บางครั้งต้องรอผลตรวจเพิ่มเติม เช่น HER2, ER, PR, Ki-67, genomic assay หรือผลตรวจยีนบางชนิด
การรักษามะเร็งเต้านมจึงไม่ใช่การลอกสูตรจากเตียงข้าง ๆ
แม้ชื่อโรคเหมือนกัน แต่รายละเอียดต่างกันได้มาก เช่น
ขนาดก้อนต่างกัน
ต่อมน้ำเหลืองต่างกัน
ชนิดเซลล์ต่างกัน
ER, PR, HER2 ต่างกัน
อายุและภาวะหมดประจำเดือนต่างกัน
โรคประจำตัว หัวใจ ตับ ไต และความแข็งแรงต่างกัน
อีกเรื่องที่ต้องพูดตรง ๆ คือ Targeted Therapy ก็มีผลข้างเคียง
เช่น ยาต้าน HER2 บางชนิดต้องติดตามการทำงานของหัวใจ ยาบางตัวทำให้ท้องเสีย ผื่น เม็ดเลือดต่ำ อ่อนเพลีย หรือมีผลต่อตับได้
ดังนั้นการให้ยาต้องชั่งประโยชน์กับความเสี่ยง ไม่ใช่ให้เพราะคนไข้คนอื่นได้
แล้วคนไข้ควรถามหมออย่างไรให้เข้าใจแผนของตัวเอง?
ถามตรง ๆ ได้เลยครับ
“มะเร็งของหนูเป็น ER, PR, HER2 แบบไหน”
“ยามุ่งเป้าตัวไหนที่เกี่ยวกับโรคของหนู”
“ถ้าไม่ได้ยา เพราะไม่เข้าเกณฑ์ หรือเพราะประโยชน์ไม่คุ้มความเสี่ยง”
“มีผลตรวจอะไรที่ยังรออยู่ไหม”
“แผนที่หมอให้ตอนนี้ ตั้งใจลดโอกาสกลับเป็นซ้ำด้วยวิธีไหน”
คำถามเหล่านี้ดีกว่าการกลับบ้านไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วกังวลเงียบ ๆ
เรื่องที่อยากให้จำไว้คือ มะเร็งเต้านมไม่ใช่โรคเดียวแบบเหมือนกันทุกคน
คนไข้สองคนอาจผ่าตัดเหมือนกัน แต่ยาหลังผ่าตัดต่างกันได้โดยสิ้นเชิง เพราะผลชิ้นเนื้อและความเสี่ยงไม่เหมือนกัน
การรักษาที่ดีไม่ใช่การได้ยามากที่สุด
แต่คือการได้ยาที่ “ตรงกับโรคของเรา” มากที่สุด
อย่าเอาแผนการรักษาของคนอื่นมาตัดสินว่าแผนของตัวเองน้อยเกินไป
ให้ใช้ผลชิ้นเนื้อ ระยะโรค และคำอธิบายจากทีมรักษาเป็นหลัก เพราะมะเร็งเต้านมของเรา ต้องรักษาตามข้อมูลของเรา ไม่ใช่ของเตียงข้าง ๆ
ด้วยรักและห่วงใย
นพ.โภคิน เพ็ชร์หอม
ศัลยแพทย์เต้านม
เพจหมอโภโชว์(เรื่อง)นม
เอกสารอ้างอิง
National Comprehensive Cancer Network. (2026). NCCN Clinical Practice Guidelines in Oncology: Breast Cancer, Version 2.2026. National Comprehensive Cancer Network.
National Comprehensive Cancer Network. (2025). NCCN Guidelines for Patients: Invasive Breast Cancer. National Comprehensive Cancer Network.
Wolff, A. C., Somerfield, M. R., Dowsett, M., Hammond, M. E. H., Hayes, D. F., McShane, L. M., Saphner, T. J., Spears, P. A., Allison, K. H., & Bartlett, J. M. S. (2023). Human epidermal growth factor receptor 2 testing in breast cancer: ASCO-College of American Pathologists guideline update. Journal of Clinical Oncology, 41(22), 3867–3872.
โฆษณา