29 พ.ค. เวลา 16:40 • การเมือง
โรงพยาบาลดอกคำใต้
คิดว่า….
ประเทศที่รัฐคอรัปชั่นอันดับต้นๆขนาดนี้
นักลงทุนคุณภาพไม่กล้ามาลงทุน
.
หรือค่อยๆทิ้งไปแบบนี้
ประเทศที่ไม่เคยตรวจสอบพบเรื่องทุจริต ผิดปกติใดๆแม้ส่งผลกระทบต่อประชาชนคนส่วนใหญ่ ประเทศที่ต่างชาติมีเงินไม่ได้ยำเกรงกฎหมายเพราะรู้ว่าจ่ายแล้วจบ
ก็น่าคิดว่านักลงทุนที่เข้ามา จะเป็นนักลงทุนชนิดไหน
ดูจากผลลัพธ์ที่พวกเค้าทำไว้ก็น่าจะเห็นกันอยู่
.
ต้นทุนที่ไทยต้องแบก: ราคาของการปล่อยทุนจีนสีเทาทำลายสิ่งแวดล้อมในอีก 5–10 ปีข้างหน้า
.
ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศ นั่นคือการไหลบ่าของทุนจีนเข้าสู่พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในปริมาณและความเร็วที่ระบบกำกับดูแลของไทยไม่สามารถตามทันได้
.
ในปี 2568 จีนยื่นขอส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ถึง 982 โครงการ คิดเป็น 41% ของโครงการต่างชาติทั้งหมด
.
ตัวเลขนี้ดูเหมือนเป็นข่าวดีทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อมองให้ลึกลงไปในรายละเอียดของประเภทอุตสาหกรรม โครงสร้างผู้ถือหุ้น และพฤติกรรมการดำเนินงาน คำถามสำคัญที่สังคมไทยควรถามคือ ในอีก 5–10 ปีข้างหน้า เมื่อโรงงานเหล่านี้หมดอายุ เลิกกิจการ หรือถูกตรวจพบการกระทำผิด ใครจะเป็นผู้แบกรับต้นทุนที่หลงเหลืออยู่
.
คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ คนไทยทั้งประเทศ และบทความนี้จะพยายามประเมินว่าต้นทุนนั้นมีหน้าตาอย่างไร
.
ต้นทุนด้านสาธารณสุข: ระเบิดเวลาที่จะระเบิดใน 7–15 ปี
.
ต้นทุนที่หนักที่สุดและกลับมาแก้ไขได้ยากที่สุดคือต้นทุนด้านสุขภาพของประชาชน
.
รายงานของกรมควบคุมโรคที่ศึกษาพื้นที่สามจังหวัด EEC ได้พบสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs หลายชนิดเกินค่ามาตรฐานในอากาศและน้ำใต้ดินรอบมาบตาพุด
.
สารเหล่านี้รวมถึง Vinyl Chloride ที่เป็นสารก่อมะเร็งตับชนิดหายากอย่าง Angiosarcoma, Trichloroethylene ที่เชื่อมโยงกับมะเร็งไต, Carbon Tetrachloride และ 1,2-Dichloroethane ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสารที่องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศจัดอยู่ในกลุ่ม 1 หรือกลุ่ม 2A คือเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์อย่างชัดเจนหรือมีแนวโน้มสูงมาก
.
ลักษณะเฉพาะของโรคจากสารพิษเหล่านี้คือมีระยะแฝงตัวยาวนาน 7 ถึง 15 ปี หมายความว่าคนที่สัมผัสสารพิษวันนี้จะเริ่มแสดงอาการในปี 2576 ถึง 2584 ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญแรงกดดันสูงสุดจากสังคมสูงวัย
.
เมื่อถึงเวลานั้น โรงพยาบาลใน EEC จะต้องรับมือกับผู้ป่วยมะเร็งและโรคทางเดินหายใจเรื้อรังในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
.
ค่ารักษามะเร็งต่อรายในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยอยู่ที่ประมาณ 200,000 ถึง 500,000 บาทตลอดช่วงการรักษา
.
หากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งหมื่นรายในระยะสิบปี ภาระงบประมาณที่เพิ่มเข้ามาจะอยู่ในระดับสองหมื่นถึงห้าหมื่นล้านบาท นี่ยังไม่นับรวมต้นทุนทางอ้อม เช่น การสูญเสียกำลังแรงงาน การดูแลผู้ป่วยโดยครอบครัว และคุณภาพชีวิตที่ลดลง
.
กรณีคลองกิ่ว บ้านบึง ชลบุรี ที่พบกากแคดเมียมและการปนเปื้อนสารอันตรายในบ่อน้ำทิ้งและดินรอบโรงงาน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แคดเมียมเป็นโลหะหนักที่สะสมในร่างกายและทำลายไต กระดูก และระบบสืบพันธุ์ โดยไม่สามารถขับออกได้ตามธรรมชาติ คนที่อาศัยอยู่ในรัศมีการปนเปื้อนจะกลายเป็นผู้ป่วยเรื้อรังตลอดชีวิต
.
ต้นทุนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม: หนึ่งโรงงาน หนึ่งพันล้านบาท
.
เมื่อโรงงานรีไซเคิลเถื่อนหรือนิคมศูนย์เหรียญหยุดดำเนินกิจการ ไม่ว่าจะด้วยการถูกปิดโดยรัฐ การหนีหายของเจ้าของ หรือการล้มละลายโดยเจตนา สิ่งที่ทิ้งไว้คือกากอุตสาหกรรมที่ต้องมีคนจัดการ
.
บทเรียนจากกรณีโกดังเก็บกากแคดเมียมในสมุทรสาครและกรณีโรงงานวิน โพรเสส ในระยอง แสดงให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายในการขนย้ายและกำจัดกากอุตสาหกรรมอันตรายอย่างถูกวิธีอยู่ที่ประมาณ 15,000 ถึง 50,000 บาทต่อตัน ขึ้นอยู่กับประเภทของสารและระยะทาง
.
โรงงานรีไซเคิลขนาด 80 ถึง 100 ไร่หนึ่งแห่งสามารถสะสมกากอุตสาหกรรมได้ในระดับหลายหมื่นถึงแสนตัน หากคำนวณค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูแบบครบวงจรซึ่งรวมถึงการขุดดินปนเปื้อน การบำบัดน้ำใต้ดิน การติดตามตรวจวัดในระยะยาว และการฟื้นฟูระบบนิเวศ ต้นทุนต่อโรงงานหนึ่งแห่งอาจสูงถึง 500 ล้านถึง 2,000 ล้านบาท
.
เมื่อพิจารณาว่า EEC มีโรงงานรีไซเคิลและจัดการกากอุตสาหกรรมรวมหนึ่งในสามของทั้งประเทศ หรือกว่า 800 แห่ง หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะคลองกิ่วเพิ่มขึ้นเพียง 20 ถึง 30 แห่งในระยะ 10 ปี งบประมาณฟื้นฟูที่รัฐต้องจ่ายอาจสูงถึง 20,000 ถึง 60,000 ล้านบาท
.
ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ ในกรณีที่เจ้าของเป็นบริษัทต่างชาติที่จดทะเบียนผ่านนอมินีคนไทย เมื่อเกิดเหตุ ทรัพย์สินมักถูกโอนออกนอกประเทศแล้ว และคนไทยที่เป็นผู้ถือหุ้นบังหน้ามักไม่มีทรัพย์สินเพียงพอชดใช้ ผลคือภาระตกอยู่กับงบประมาณแผ่นดิน
.
ต้นทุนการสูญเสียทรัพยากรน้ำและที่ดิน
.
ภาคตะวันออกของไทยเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาภัยแล้งเรื้อรัง และอ่างเก็บน้ำหลักอย่างบางพระ หนองปลาไหล และดอกกราย ต้องแบ่งน้ำระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และการอุปโภคบริโภค การปนเปื้อนของน้ำใต้ดินด้วย VOCs และโลหะหนัก
.
หมายความว่าน้ำในชั้นหินอุ้มน้ำบางส่วนจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกเป็นเวลาหลายสิบปี การฟื้นฟูน้ำใต้ดินด้วยเทคโนโลยี Pump and Treat หรือ In-situ Bioremediation มีต้นทุนสูงมากและใช้เวลานับสิบปี ในบางกรณีของสหรัฐอเมริกาภายใต้โครงการ Superfund ใช้เวลาเกินสามสิบปียังไม่สามารถฟื้นฟูได้สมบูรณ์
.
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจที่ตามมาคือ ภาคเกษตรในฉะเชิงเทราและชลบุรีจะเผชิญปัญหาผลผลิตปนเปื้อน ทุเรียน มังคุด และผลไม้ส่งออกอื่นจากภาคตะวันออกอาจถูกปฏิเสธจากตลาดญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และเกาหลีใต้ ซึ่งมีมาตรฐานสารตกค้างเข้มงวด
.
การสูญเสียตลาดส่งออกเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกษตรกรหลายหมื่นครัวเรือนสูญเสียรายได้หลัก และทำให้ภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยโดยรวมเสียหาย
.
ต้นทุนทางสังคมและความมั่นคง
.
เมื่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มประชุมร่วมกับ กอ.รมน. ในประเด็นความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม นั่นหมายความว่ารัฐมองเรื่องนี้เกินกว่าเรื่องเศรษฐกิจหรือสิ่งแวดล้อมปกติแล้ว
1
.
ในอีก 5–10 ปีข้างหน้า เราจะเห็นความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับโรงงานทุนจีนเพิ่มขึ้นในรูปแบบที่ซับซ้อน ชุมชนรอบคลองกิ่ว มาบตาพุด และพื้นที่อื่นใน EEC จะเรียกร้องการชดเชยและการปิดโรงงาน ขณะที่รัฐต้องสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความสัมพันธ์กับนักลงทุนต่างชาติและการปกป้องประชาชนของตัวเอง
.
ต้นทุนทางการเมืองที่ตามมาคือความชอบธรรมของรัฐที่ลดลง รัฐบาลใดก็ตามที่ถูกมองว่าปกป้องทุนจีนมากกว่าประชาชนไทยจะเผชิญแรงต่อต้านทางการเมือง และจะมีกระแสชาตินิยมต่อต้านจีนที่อาจลุกลามไปกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
.
บทเรียนจากเวียดนามในกรณี Formosa Ha Tinh ปี 2559 ที่ทำให้ประมงตายตลอดชายฝั่งสี่จังหวัด แสดงให้เห็นว่าวิกฤตสิ่งแวดล้อมจากทุนต่างชาติสามารถจุดชนวนความไม่พอใจของประชาชนระดับชาติได้
.
ต้นทุนโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว
.
ขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และอุตสาหกรรมรีไซเคิลกำลังกลายเป็นภาคเศรษฐกิจมูลค่าสูงในประเทศพัฒนาแล้ว การปล่อยให้ทุนจีนสีเทาเข้ามาทำธุรกิจรีไซเคิลแบบฉาบฉวยจะทำลายโอกาสที่ไทยจะพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานสากล
.
สหภาพยุโรปกำลังบังคับใช้กลไก Carbon Border Adjustment Mechanism และมาตรฐาน Extended Producer Responsibility ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ สินค้าจากประเทศที่มีระบบจัดการของเสียไม่ได้มาตรฐานจะถูกกีดกันจากตลาดยุโรป
.
หากไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีปัญหามลพิษอุตสาหกรรมรุนแรง การลงทุนคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรป และสหรัฐอเมริกาจะหันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน นี่คือต้นทุนโอกาสที่คำนวณเป็นตัวเลขได้ยาก แต่อาจสูงกว่าต้นทุนโดยตรงทั้งหมดรวมกัน
.
ต้นทุนต่องบประมาณแผ่นดินและภาษีประชาชน
.
เมื่อรวมทุกต้นทุนเข้าด้วยกัน ภาระทางการคลังที่รัฐต้องแบกในระยะ 5–10 ปีข้างหน้าน่าจะอยู่ในระดับ 100,000 ถึง 300,000 ล้านบาท
.
ตัวเลขนี้คำนวณจากค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ค่ารักษาพยาบาลส่วนเกิน ค่าชดเชยชุมชน และต้นทุนการบังคับใช้กฎหมายที่เพิ่มขึ้น เปรียบเทียบกับมูลค่าการลงทุนของจีนที่ยื่นขอ BOI ในปี 2568 ที่ 875,500 ล้านบาท ต้นทุนแฝงที่ไทยต้องแบกอาจคิดเป็น 11–34% ของมูลค่าการลงทุนที่ประกาศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อพิจารณาว่ารัฐได้รับภาษีจากโครงการ BOI ในอัตราที่ลดหย่อนหรือยกเว้นในช่วงแรก
.
ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จากการลงทุนเหล่านี้ไหลกลับไปยังบริษัทแม่ในจีน ขณะที่ต้นทุนสิ่งแวดล้อมและสุขภาพตกอยู่กับคนไทย นี่คือนิยามของการย้ายต้นทุนภายนอก หรือ Cost Externalization ที่ทุนข้ามชาติใช้มาตลอดประวัติศาสตร์โลก
.
บทสรุป: ราคาที่แท้จริงของการเปิดประตูโดยไม่มีกระจกกรอง
.
หากรัฐบาลไทยยังคงปล่อยให้ระบบกำกับดูแลตามไม่ทันความเร็วของทุนจีน และยังคงใช้นโยบายชักจูงการลงทุนแบบเดิมที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ ในอีกหนึ่งทศวรรษข้างหน้า EEC จะกลายเป็นกรณีศึกษาของการพัฒนาที่ผิดพลาด แทนที่จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ตามที่ตั้งใจไว้ตอนก่อตั้งโครงการ
.
คำถามที่สังคมไทยควรถามคือจะกรองอย่างไรให้ได้ทุนคุณภาพ และจะสร้างกลไกรับผิดอย่างไรให้ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย ไม่ใช่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ การพัฒนาที่ผลักภาระไว้ให้คนรุ่นถัดไปไม่ใช่การพัฒนา แต่เป็นการกู้ยืมต้นทุนสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่จะต้องถูกชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยทบต้นในวันข้างหน้า
.
และในวันนั้น ผู้ที่ต้องจ่ายคือลูกหลานของเราทุกคน
.
FB รู้ทันจีน Epic Fury
โฆษณา