30 พ.ค. เวลา 13:14 • ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 42 ในห้วงเวลาที่พี่น้องเข่นฆ่ากัน – เมื่อสุไลมานจ่อรุกฆาต และกลยุทธ์สายมืดของเมห์เหม็ด

ในช่วง "ยุคแห่งความแตกแยกของจักรวรรดิออตโตมัน" (Ottoman Interregnum หรือ Fetret Devri) แผ่นดินลุกเป็นไฟจากการแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าสายเลือดกษัตริย์ หลังยุทธการอูลูบัต เจ้าชายเมห์เหม็ด สามารถกำจัดเจ้าชายอีซา ออกจากกระดานอำนาจได้สำเร็จ
3
ทว่าศึกใหญ่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เพราะอำนาจอันยิ่งใหญ่ในฝั่งรูเมเลีย (ยุโรป) ยังคงอยู่ในมือของพี่ชายคนโต... เจ้าชายสุไลมาน เชเลบี (Süleyman Çelebi)
⚔️ สุไลมานข้ามทวีปบุกอนาโตเลีย
🟨ในช่วงปี ค.ศ. 1404 - 1405 สุไลมาน ผู้ครอบครองดินแดนฝั่งยุโรป ตัดสินใจเป็นฝ่ายเปิดเกมรุก พระองค์ย้ายกองทัพข้ามช่องแคบมาบุกฝั่งอนาโตเลียเพื่อสยบเมห์เหม็ดให้สิ้นซาก กองทัพของสุไลมานแข็งแกร่งมากจนสามารถยึดเมืองสำคัญอย่าง บูร์ซา และ อังการา ได้สำเร็จ
สุไลมานยกกองทัพข้ามช่องแคบมาบุกฝั่งอนาโตเลีย
🟨 (เกร็ด) สาเหตุที่สุไลมานรบชนะเมเหม็ด เพราะกองทัพฝั่งยุโรปมีความเป็นระเบียบมากกว่าอีกทั้งเอดีร์เน่ในช่วงเวลานั้น เป็นเสมือนศูนย์กลางทางการทหารอย่างเจนิสซารี่และระบบเดฟเชียร์เม ทำให้ศักยภาพกองทัพและข้าราชการ ของสุไลมานเหนือกว่าเมเหม็ดมาก
🟨สถานการณ์บีบบังคับให้เมห์เหม็ดต้องถอยร่นไปตั้งหลักทางตอนเหนือในแถบเมืองอามัสยา ณ เวลานั้น กระดานอำนาจเอนเอียงไปทางสุไลมานอย่างเห็นได้ชัด และเขาดูเหมือนจะกลายเป็นผู้ชนะในศึกสายเลือดครั้งนี้
"กลยุทธ์สายมืด" การปรากฏตัวของมูซา
🟪 การต่อสู้ในอนาโตเลียเป็นไปอย่างยืดเยื้อและแทบไม่มีความคืบหน้า เจ้าชายเมห์เหม็ดรู้ดีว่ากองทัพของสุไลมานนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะบุกไปปะทะตรงๆ ในเมื่อใช้กำลังหักหาญไม่ได้ เมห์เหม็ดจึงงัด "สุดยอดวิชาสายมืด" มาใช้นั่นคือการส่งจดหมายเรียกตัว เจ้าชายมูซา น้องชายอีกคนให้มาเข้าพบ
เมห์เหม็ดส่งมูซาข้ามฝั่งไปยังคาบสมุทรบอลข่านเพื่อก่อนกวนแนวหลังสุไลมาน
🟪 เมห์เหม็ดใช้กลยุทธ์ "ยืมมือฆ่าคน" ส่งมูซาข้ามฝั่งไปยังคาบสมุทรบอลข่านเพื่อก่อกวนแนวหลังและตีท้ายครัวสุไลมาน
🟪มูซาไม่ได้มาพร้อมกับกองทัพใหญ่ตั้งแต่แรก แต่เขาใช้สโลแกนสุดโต่งประชานิยม ปลุกระดมเหล่านักรบตามชายแดนและชนชั้นล่างในฝั่งยุโรป โดยแต่งตั้งนักปราชญ์หัวรุนแรงนามว่า ชีค เบดเรดดิน (Sheikh Bedreddin) ขึ้นเป็นหัวหน้าผู้พิพากษา (Kazasker)
มูซาปลุกระดมทหารชายแดนในบอนข่าน
แนวคิดสังคมนิยมยุคแรกเริ่ม ชีค เบดเรดดิน สั่งสอนลัทธิที่คล้ายคลึงกับสังคมนิยม โดยระบุว่า ทรัพย์สิน ที่ดิน และความมั่งคั่งทั้งหมดควรเป็น
"ของส่วนรวม" และต้องนำมาแบ่งปันให้คนจนเท่าๆ กัน
🟪นโยบายนี้ซื้อใจคนยากจนและทหารชายแดนได้อย่างมหาศาล จนมูซาสามารถรวบรวมกองทัพขนาดใหญ่ได้ในเวลาอันสั้น เมื่อถูกน้องชายบุกเผาบ้านตัวเองสุไลมานจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องถอนทัพหลักออกจากอนาโตเลียและรีบกลับไปรักษาเมืองเอดีร์แน (เมืองหลวงฝั่งยุโรป)
🩸 จุดจบของพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ผู้ฟุ้งเฟ้อ
🟥 แม้สุไลมานจะมีกองทัพที่เข้มแข็ง แต่จุดอ่อนร้ายแรงของเขาคือ นิสัยส่วนตัว สุไลมานเป็นกษัตริย์ที่ติดความสบาย ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย ดื่มสุราอย่างหนัก และละเลยการดูแลกองทัพ
ความรักสบายและฟุ่มเฟือย ทำให้ขุนนางจำนวนมากไม่พึงพอใจสุไลมาน
🟥 ที่สำคัญเขายังมักจะเอาใจกลุ่มชาวคริสต์จากยุโรป ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของชนชั้นนำขุนนางออตโตมันในเอดีร์เน่
พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เหล่านายกอง ทหารรักษาพระองค์ (เจนิสซารี่) และขุนนางชั้นผู้ใหญ่เริ่มหมดความเคารพศรัทธา ขุนนางจำนวนมากจึงตัดสินใจแปรพักตร์หันไปเข้าร่วมกับมูซาแทน
🟥 ในปี ค.ศ. 1411 เมื่อกองทัพของมูซาบุกมาประชิดเมืองเอดีร์แน ทหารของสุไลมานก็พร้อมใจกันทิ้งอาวุธและแปรพักตร์ไปเข้ากับมูซาทีละกลุ่ม สุไลมานที่ไร้ทางสู้ต้องตัดสินใจลอบหนีออกจากเมือง มุ่งหน้าไปยังกรุงคอนสแตนติโนเปิลเพื่อขอลี้ภัยกับจักรวรรดิไบแซนไทน์
🟥 ทว่าสุไลมานไปไม่ถึงฝั่งฝัน ในระหว่างการหลบหนี เขาถูกชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งจับตัวได้และถูกส่งตัวไปให้มูซา มูซาไม่รอช้าสั่งลงทัณฑ์พี่ชายคนโตของตนเองด้วยการ "รัดคอ" จนสิ้นพระชนม์ ปิดฉากผู้ท้าชิงบัลลังก์ไปอีกหนึ่งราย
"รัดคอ" จุดจบของพี่ใหญ่สุไลมาน
มูซา: ความบ้าคลั่งสรรค์สร้างทรราชย์
🟩 หลังจากการตายของสุไลมาน กระดานหมากรุกแห่งออตโตมันเหลือผู้เล่นเพียง 2 คนสุดท้าย คือ เมห์เหม็ด และ มูซา
🟩 ทว่าชัยชนะของมูซากลับสร้างปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม มูซาไม่ได้เป็นเพียงเบี้ยที่เมห์เหม็ดใช้ก่อกวนอีกต่อไป เขากลายเป็นผู้ครอบครองยุโรปและเป็นภัยคุกคามใหม่ที่น่ากลัวกว่าสุไลมาน มูซาเริ่มใช้อำนาจอย่างบ้าคลั่ง ออกนโยบายยึดทรัพย์สินของขุนนาง และสั่งสังหารผู้ที่ขัดใจอย่างเหี้ยมโหด
พอสิ้นสุไลมาน มูซาก็กลายเป็นปัญหาใหม่เนื่องจากเขาใช้อำนาจอย่างบ้างคลั่ง
🟩 ความโหดร้ายของมูซาทำให้ขุนนางทั้งฝั่งยุโรปและฝั่งเอเชียไม่อาจทนได้อีกต่อไป พวกเขาพร้อมใจกันส่งสาส์นไปอ้อนวอน เจ้าชายเมห์เหม็ด ให้ข้ามช่องแคบมาปราบมูซาเสียที นำไปสู่บทสรุปของสงครามสายเลือดที่จะชี้ชะตาว่า ใครคือผู้ปกครองที่แท้จริงของจักรวรรดิออตโตมัน...
เหล่าปาซาไม่อาจทนความโหดร้ายของมูซาได้อีกจึงส่งสาส์นลับไปหาเมห์เหม็ด
บทสรุป🚩: ปฐมบทสู่ศึกชี้ชะตาแห่งออตโตมัน
⏺︎ จากหมากกระดานสำคัญที่เมห์เหม็ดเคยใช้ยืมมือฆ่าพี่ชาย บัดนี้ มูซากลับกลายเป็นทรราชที่สร้างความหวาดหมางไปทั่วดินแดน
⏺︎ ทว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาส ความบ้าคลั่งของมูซาได้มอบ "ความชอบธรรม" อันสูงสุดให้กับเมห์เหม็ด เมื่อเหล่าขุนนางชั้นนำ ขุนศึก และผู้นำศาสนาทั้งจากฝั่งยุโรปและเอเชีย ต่างพร้อมใจกันหันมาสวามิภักดิ์และวิงวอนให้เขาเป็นผู้นำในการปราบปรามความโกลาหลครั้งนี้...
ตอนที่ 43 ยุทธการชามูร์ลู (1413): ศึกปิดฉากสงครามสายเลือด และรุ่งอรุณแห่งการกอบกู้จักรวรรดิ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา