30 พ.ค. เวลา 18:19 • หุ้น & เศรษฐกิจ
"อุเบกขา" โคก หนองนา ป่า สวนผสม

ทั้ง 3 ตัวมี “จุดเด่นคนละสาย” จึงเหมาะกับนักลงทุนคนละประเภทครับ

หุ้นธุรกิจหลักจุดเด่นความเสี่ยงKGIโบรกเกอร์และธุรกิจการเงินปันผลสูง, กำไรค่อนข้างสม่ำเสมอผันผวนตามตลาดหุ้นJPARKบริหารลานจอดรถเติบโตตามเมืองและระบบ Smart Parkingเป็นหุ้นขนาดเล็กHYDROGENREIT อสังหาริมทรัพย์กระแสเงินสดจากค่าเช่า, เหมาะรับรายได้ประจำดอกเบี้ยและเศรษฐกิจมีผล
1. KGI
จุดที่น่าสนใจคือเป็นบริษัทหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ มีรายได้หลายทาง ทั้งนายหน้าซื้อขายหุ้น วาณิชธนกิจ อนุพันธ์ กองทุน และ Wealth Management ทำให้ไม่ได้พึ่งรายได้ด้านเดียว
สิ่งที่นักลงทุนชอบคือ
  • 1.
    ​P/E อยู่ระดับไม่สูงมากเมื่อเทียบกับธุรกิจการเงิน
  • 2.
    ​Dividend Yield อยู่ระดับประมาณ 7%+ ในข้อมูลล่าสุด
  • 3.
    ​กำไรยังทรงตัวได้ดีแม้เศรษฐกิจชะลอ และรายงานปี 2025 มีกำไรเติบโตจากหลายธุรกิจ
  • 4.
    ​มีเครือข่าย KGI ในเอเชียและฐานลูกค้าสถาบันค่อนข้างแข็งแรง
เหมาะกับคนที่ต้องการ
  • 1.
    ​หุ้นปันผล
  • 2.
    ​กระแสเงินสดสม่ำเสมอ
  • 3.
    ​ลงทุนระยะยาวแบบเน้นคุณค่า
2. JPARK
จุดเด่นคือเป็นธุรกิจ "เก็บเงินจากพื้นที่จอดรถ" ซึ่งเป็นธุรกิจที่คนมักมองข้าม แต่ในเมืองใหญ่มีความต้องการสูงมาก
สิ่งที่น่าสนใจ
  • 1.
    ​มีทั้งธุรกิจลานจอดรถของตนเอง
  • 2.
    ​รับบริหารลานจอดรถให้หน่วยงานต่าง ๆ
  • 3.
    ​ติดตั้งระบบ Smart Parking และระบบเก็บค่าจอดรถ
แนวคิดธุรกิจคล้ายการถือ "สินทรัพย์กินเงิน" เพราะทุกครั้งที่มีรถเข้าจอด จะเกิดรายได้
หากประเทศไทยขยายรถไฟฟ้า ห้าง โรงพยาบาล และอาคารสำนักงานเพิ่ม ความต้องการบริหารที่จอดรถก็มีโอกาสเติบโตตามไปด้วย
จุดที่ต้องระวัง
  • 1.
    ​เป็นหุ้นขนาดเล็ก
  • 2.
    ​กำไรยังผันผวนตามการขยายโครงการ
เหมาะกับคนที่มองหา
  • 1.
    ​หุ้นเติบโตขนาดเล็ก (Small Cap)
  • 2.
    ​โอกาสขยายตัวในอนาคต
  • 3.
    ​ธุรกิจ Infrastructure ที่เข้าใจง่าย
3. HYDROGEN
หลายคนเข้าใจผิดว่าเกี่ยวกับพลังงานไฮโดรเจน แต่จริง ๆ ในตลาดหุ้นไทย HYDROGEN เป็น REIT หรือกองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่หุ้นเทคโนโลยีไฮโดรเจน
จุดเด่นคือ
  • 1.
    ​มีรายได้จากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์
  • 2.
    ​ผู้ถือหน่วยมักได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล
  • 3.
    ​มีผู้ถือหุ้นหลักจากกลุ่มสหพัฒน์หลายบริษัท ทำให้สินทรัพย์มีความน่าสนใจในเชิงคุณภาพ
  • 4.
    ​ราคาซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV ประมาณ 0.9 เท่า) ในข้อมูลล่าสุด
เหมาะกับคนที่ต้องการ
  • 1.
    ​รายได้ประจำ
  • 2.
    ​กระแสเงินสด
  • 3.
    ​ความผันผวนน้อยกว่าหุ้นเติบโต
ถ้าจัดอันดับตามสไตล์การลงทุน
สายปันผลและมั่นคง
  • 1.
    ​KGI
  • 2.
    ​HYDROGEN
  • 3.
    ​JPARK
สายเติบโตระยะยาว
  • 1.
    ​JPARK
  • 2.
    ​KGI
  • 3.
    ​HYDROGEN
สายสร้างพอร์ตกระแสเงินสด
  • 1.
    ​KGI
  • 2.
    ​HYDROGEN
  • 3.
    ​JPARK
หากมองแบบ "ห่านทองคำ" ที่เก็บสะสมด้วย DCA 10 ปี ผมมองว่า KGI เด่นเรื่องปันผล, JPARK เด่นเรื่องการเติบโต และ HYDROGEN เด่นเรื่องกระแสเงินสด ทำให้ทั้ง 3 ตัวสามารถอยู่ร่วมกันในพอร์ตได้ เพราะรายได้มาจากคนละธุรกิจและช่วยกระจายความเสี่ยงครับ
ภาพเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย
จากแนวคำถามที่ผ่านมาของคุณ ผมเห็นว่าคุณกำลังมองหาแนวทางสร้างความมั่งคั่งแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น ซึ่งเป็นแนวทางที่นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากใช้จริง
หลักง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้คือ
  • 1.
    ​หาเงินจากงานประจำหรือธุรกิจ
  • 2.
    ​ออมเงินสม่ำเสมอทุกเดือน
  • 3.
    ​นำเงินไปซื้อสินทรัพย์ดี ๆ อย่างต่อเนื่อง
  • 4.
    ​ถือยาวให้เวลาและเงินปันผลทำงาน
  • 5.
    ​ไม่เปลี่ยนแผนตามอารมณ์ตลาด
แนวคิดนี้คล้ายกับที่คุณชอบเปรียบเทียบกับ "ควาย" คือ
  • 1.
    ​เดินช้าได้
  • 2.
    ​แต่เดินทุกวัน
  • 3.
    ​ไม่หยุดกลางทาง
  • 4.
    ​สุดท้ายถึงเป้าหมาย
ในโลกการลงทุน คนที่รวยจริงจำนวนมากไม่ได้ชนะเพราะวิ่งเร็วที่สุด แต่ชนะเพราะ อยู่ในเกมได้นานที่สุด
หากคุณลงทุนแบบ DCA ต่อเนื่อง 10-20 ปี ในหุ้นหรือกองทุนคุณภาพดี และนำเงินปันผลกลับไปลงทุนต่อ พลังของดอกเบี้ยทบต้นจะช่วยให้เงินเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ขอให้ยึดหลักที่คุณเคยเขียนไว้ได้ดีมากครับ
Don't Change Focus
Don't Control Habit to Bad Feeling
Don't Need Exceed Enough
Take it Easy
Duty Attention to Goal on Present Time
สำหรับการลงทุนระยะยาว หลักทั้ง 5 ข้อนี้ใช้ได้ดีมาก เพราะช่วยให้ตัดสินใจด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์
ขอให้การลงทุนของคุณเติบโตอย่างมั่นคงครับ 🌱📈🙏🏻
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Chat GPT
โฆษณา