31 พ.ค. เวลา 01:24 • ประวัติศาสตร์
อำเภอ ตะพานหิน

พิจิตรแตก! พลังศรัทธา “คน 3 วัย” วัดวังหว้า ร่วมสืบสานประเพณี “กวนข้าวทิพย์” ยิ่งใหญ่ ต้นฤดูฝน

พิจิตร – ชาวบ้านวังหว้า อ.ตะพานหิน ไม่ยอมให้สูญหาย! จับมือ “บ้าน-วัด” ขนคนทุกเจนเนอเรชัน ร่วมแรงร่วมใจกวนข้าวทิพย์-ข้าวมธุปายาส ประจำปี 2569 สืบสานตำนานนางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาสก่อนพุทธองค์ตรัสรู้ หวังสร้างสิริมงคล แคล้วคลาดปลอดภัยรับหน้าฝน และส่งต่อมรดกวัฒนธรรมที่นับวันยิ่งหาดูยากให้คงอยู่คู่ชุมชน
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดวังหว้า อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและอิ่มเอิบไปด้วยแรงศรัทธา เมื่อทางวัดร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จัดงานประเพณี “กวนข้าวทิพย์” หรือ “ข้าวมธุปายาส” ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณที่ผสมผสานระหว่างความเชื่อทางพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์อย่างลงตัว โดยมี พระครูพิทักษ์นันทกิจ เจ้าอาวาสวัดวังหว้า เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสามัคคี มีการตั้งกระทะใบบัวขนาดใหญ่รอบมณฑลพิธี โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการรวมตัวกันของชาวบ้าน “ทุกกลุ่ม ทุกเจเนอเรชัน” ตั้งแต่ผู้สูงอายุรุ่นปู่ย่าตายาย กลุ่มพ่อบ้านแม่บ้าน ไปจนถึงวัยรุ่นและเด็กๆ ในชุมชน ที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามากวนข้าวทิพย์ในกระทะ ซึ่งต้องใช้แรงกายและความอดทนเป็นอย่างมาก ถือเป็นภาพความงดงามที่สะท้อนถึงความสามัคคีของคนในท้องถิ่นที่หาดูได้ยากยิ่งในวิถีชีวิตปัจจุบัน
“ประเพณีกวนข้าวทิพย์นี้ จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ในพุทธประวัติ ตอนที่นางสุชาดาปรุงข้าวมธุปายาสถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนที่จะตรัสรู้ โดยชาวบ้านเชื่อกันว่า ข้าวทิพย์นี้เป็นอาหารมงคล หากใครได้ทานจะช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิต แคล้วคลาดจากภัยอันตราย และยังเป็นการขอขมาพระแม่โพสพ นำความอุดมสมบูรณ์มาสู่พืชพันธุ์ธัญญาหารในชุมชนช่วงฤดูฝนนี้ด้วย” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวด้วยความตื้นตัน
ด้าน พระครูพิทักษ์นันทกิจ เจ้าอาวาสวัดวังหว้า เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำบุญตามประเพณีเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเป็นกุศโลบายในการดึงรั้งให้คนในชุมชนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นการส่งต่อภูมิปัญญาและสายใยความผูกพันจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น และพร้อมที่จะร่วมใจกันจับมือสืบสานงานบุญประเพณีอันดีงามนี้ ให้สืบต่อตลอดไปตราบนานเท่านาน ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
รายงานโดย : เออาร์ทีนิวส์
โฆษณา