1 มิ.ย. เวลา 12:00 • ธุรกิจ

กว่าจะเป็น JBL โศกนาฏกรรมผู้สร้าง สู่จักรวรรดิเครื่องเสียงระดับโลก

เวลาที่เราไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ หรือไปสนุกสุดเหวี่ยงในงานคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ รวมถึงตอนที่เราเชื่อมต่อลำโพงบลูทูธเพื่อฟังเพลงสบายอย่างใจในห้องนอน
ทำไมเรามักจะเห็นโลโก้สีส้มที่มีเครื่องหมาย ! ปรากฏอยู่เสมอ…
แบรนด์ที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี้คือ “JBL” ซึ่งหลายคนคงคุ้นเคยกับคุณภาพเสียงที่หนักแน่นและดีไซน์ที่ทันสมัย
แต่เบื้องหลังความสำเร็จที่กระจายอยู่ทั่วโลกนี้ มีเรื่องราวที่แลกมาด้วยหยาดน้ำตาและชีวิตของผู้ก่อตั้ง
ย้อนกลับไปในปี 1946 ที่เมือง Los Angeles ในยุคที่โลกยังไม่ได้มีเทคโนโลยีเสียงที่ล้ำสมัย
วิศวกรเสียงและนักออกแบบนามว่า James Bullough Lansing ได้ก่อตั้งบริษัทเครื่องเสียงขึ้นมา…
เขาไม่ใช่แค่นักธุรกิจ แต่เขาคือวิศวกรผู้หลงใหลในเสียงดนตรี
ชื่อของแบรนด์ก็เกิดจากการนำตัวอักษรย่อจากชื่อจริงของเขามาตั้งเป็นชื่อบริษัท
แต่ก่อนหน้าที่จะมีบริษัทนี้ เขาได้สั่งสมประสบการณ์มาอย่างโชกโชน…
เขาเคยเปิดบริษัทชื่อ Lansing Manufacturing Company รับผลิตชิ้นส่วนลำโพง
ลูกค้าในตอนนั้นมีตั้งแต่บริษัทเอกชน ไปจนถึงสตูดิโอภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Metro Goldwyn Mayer
ผลงานของเขาโดดเด่นจนเข้าตาคนในวงการฮอลลีวูด…
ในปี 1937 เขาและสตูดิโอภาพยนตร์ได้ร่วมกันพัฒนาระบบลำโพง “Shearer Horn”
นวัตกรรมชิ้นนี้ยอดเยี่ยมจนถึงขั้นได้รับรางวัลเกียรติยศ จากสถาบัน Academy of Motion Picture Arts and Sciences (รางวัลออสการ์) เลยทีเดียว…
ความสำเร็จดูเหมือนจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ในปี 1941 บริษัท Altec Service Corporation ได้เข้าซื้อกิจการของเขา
และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Altec Lansing ซึ่งเขาต้องทนทำงานเป็นพนักงานอยู่ถึงห้าปี…
จนกระทั่งสัญญาว่าจ้างสิ้นสุดลง วิศวกรหนุ่มตัดสินใจออกมาสร้างบริษัทของตนเอง
ในช่วงแรกบริษัทเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง ตั้งแต่ Lansing Sound ไปจนถึง James B. Lansing Sound กว่าจะได้ใช้โลโก้เครื่องหมายอัศเจรีย์ก็ต้องรอจนถึงปี 1955…
ในขวบปีแรก เขาบริหารและเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำคัญมากมาย เช่นลำโพงรุ่น D101
ทวีตเตอร์แบบคอมเพรสชันรุ่น D175 แต่ที่สร้างชื่อเสียงที่สุดคือลำโพงขนาด 15 นิ้วรุ่น “D130″…
ความพิเศษของ D130 คือการใช้แม่เหล็ก Alnico V พร้อมกับคอยล์ขนาด 4 นิ้วที่พันด้วยลวดแบน
ทำให้สามารถขับเสียงได้ทรงพลังและกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างชื่อให้กับบริษัท…
แม้กระทั่งแบรนด์กีตาร์ระดับโลกอย่าง Fender ก็ยังนำไดรเวอร์รุ่นนี้ไปใช้ในตู้แอมป์กีตาร์ของตนเอง
แต่ภาพความสำเร็จภายนอก กลับซ่อนรอยร้าวทางการเงินไว้ภายใน…
แม้จะมีนักลงทุนและหุ้นส่วนหลายราย แต่บริษัทกลับประสบปัญหาอย่างหนักในการบริหารจัดการหนี้สิน ต้นทุนที่พอกพูนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่คาดฝัน…
James Bullough Lansing ตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการฆ่าตัวตายในฤดูใบไม้ร่วงปี 1949
ทิ้งไว้เพียงตำนานนักประดิษฐ์ผู้คิดค้นการใช้ลวดแบนและการพันวอยซ์คอยล์ความเร็วสูง
และทิ้งให้บริษัทเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน…
แต่ความโชคร้ายก็ยังพอมีแสงสว่าง เมื่อบริษัทตกอยู่ภายใต้การดูแลของ William Thomas อดีตรองประธาน
และเคยเป็นพนักงานของ Marquardt Corporation ผู้มีวิสัยทัศน์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง…
เขาไม่ได้แค่สานต่อเทคโนโลยีเดิม แต่ยังพลิกฟื้นให้บริษัทที่เกือบล้มละลาย กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ตลอดช่วงทศวรรษ 1950s ถึง 1960s บริษัทผลิตสินค้าออกสู่ตลาดมากมาย…
มีผลงานที่โดดเด่นอย่างไดรเวอร์ความถี่สูงที่ตอบสนองความถี่ได้ถึง 9 kHz
รวมถึงสุดยอดทวีตเตอร์ซึ่งพัฒนาโดยวิศวกรอย่าง Bart Locanthi และ Ed May ตอกย้ำความเป็นผู้นำในวงการเครื่องเสียง…
นอกจากนี้ยังมีลำโพงตั้งพื้นรุ่น Hartsfield และสุดยอดระบบคอนโซลสเตอริโออย่าง “Paragon”
ที่มีน้ำหนักมหาศาลและซ่อนตัวกระจายเสียงไว้ถึง 6 ตัว ออกแบบโดย Arnold Wolf…
เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค 1960s วงการสตูดิโอมอนิเตอร์ก็เริ่มก่อตัวขึ้น
เกิดความร่วมมือกับ Capitol Records สร้างลำโพงมอนิเตอร์รุ่น 4324 ซึ่งกระจายเสียงได้สม่ำเสมอและรองรับกำลังขับสูง…
ความสำเร็จนี้ปูทางไปสู่การเปิดตัวมอนิเตอร์รุ่น 4310 ในปี 1968 ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดแต่ให้เสียงเบสที่แม่นยำ
จนกลายเป็นมาตรฐานที่สตูดิโอทั่วสหรัฐอเมริกาต้องมีไว้ใช้งาน…
บริษัทไม่รอช้า นำความสำเร็จนี้มาดัดแปลงเป็นเวอร์ชันสำหรับใช้งานในบ้าน ภายใต้ชื่อรุ่น L100
ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์หน้ากากโฟมสีสันสะดุดตา และกลายเป็นสินค้าขายดีที่สุดในยุค 1970s…
จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในปี 1969 เมื่อบริษัทถูกเข้าซื้อกิจการโดย Sidney Harman เจ้าของบริษัท Jervis Corporation ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Harman International…
การรวมกิจการครั้งนี้ทำให้บริษัทมีทรัพยากรมหาศาล ฐานการผลิตถูกย้ายไปยัง Northridge ในปี 1977
เพื่อเน้นเจาะตลาดผู้บริโภคทั่วไปและกลุ่มออดิโอไฟล์ระดับไฮเอนด์…
นวัตกรรมยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง มีการเปิดตัวเทคโนโลยี “Diamond Surround” เพื่อลดเสียงสะท้อน และการใช้สนามแม่เหล็กสมมาตรเพื่อความเที่ยงตรงของเสียง…
เข้าสู่ยุค 1980s นวัตกรรมชิ้นเอกคือทวีตเตอร์ไทเทเนียม ที่ตอบสนองความถี่ได้สูงทะลุ 27 kHz เทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในลำโพงเรือธงซีรีส์ Ti…
ปี 1983 ผู้กำกับระดับตำนานอย่าง George Lucas เริ่มใช้ระบบเสียงของแบรนด์นี้เพื่อสร้างมาตรฐานโรงภาพยนตร์ “THX”
ทำให้โรงหนังเชิงพาณิชย์เกินครึ่งโลกเลือกใช้ระบบเสียงของบริษัท…
ความร้อนแรงต่อเนื่องมาถึงรุ่น Everest DD5500 ในปี 1985 มันคือลำโพงระดับไฮเอนด์ที่ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากนิตยสาร Stereo Sound
ตามมาด้วยซีรีส์ Control และ Cabaret สำหรับนักดนตรีอาชีพ…
ในยุค 1990s ภายใต้การนำของ Bruce Scrogin มีการสร้างลำโพงเรือธงรุ่น K2 S9500
และขยายไลน์การผลิตด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน VGC…
ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทยังรุกเข้าสู่วงการเทศกาลดนตรี ด้วยการเปิดตัวลำโพงไลน์อาร์เรย์ซีรีส์ VerTec
สำหรับงานคอนเสิร์ต และซีรีส์ EON สำหรับลำโพงพกพาของมืออาชีพ…
แต่เมื่อตลาดเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคสมาร์ตโฟน บริษัทต้องจัดสรรทรัพยากรมาสร้างอุปกรณ์ที่กะทัดรัดและราคาเข้าถึงได้
จึงเริ่มผลิตลำโพงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อสำหรับ Apple และ Nokia…
ปี 2010 ผู้บริหารตัดสินใจย้ายฐานการผลิตจาก California ไปยังเม็กซิโกและจีน
การปลดพนักงานและปิดโรงงานในสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของแฟนคลับเครื่องเสียงรุ่นเก่า…
แต่มันคือการตัดสินใจทางธุรกิจที่จำเป็น เพื่อปูทางไปสู่งาน IFA ในปี 2011 ที่พวกเขาได้เปิดตัวลำโพงบลูทูธรุ่น On Tour iBT…
นี่คือจุดกำเนิดของลำโพงไร้สายตระกูล Flip และ Charge ที่พลิกโฉมการฟังเพลงของคนทั่วโลก จนนำไปสู่ดีลประวัติศาสตร์ในเวลาต่อมา…
ในปี 2016 บริษัทยักษ์ใหญ่ Samsung Electronics เข้าซื้อกิจการ Harman ทั้งหมดด้วยมูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบครองเทคโนโลยีทั้งหมดรวมถึงระบบเครื่องเสียงรถยนต์…
ปัจจุบัน โครงสร้างผลิตภัณฑ์ถูกแบ่งอย่างชัดเจน กลุ่ม “Premium Audio” สำหรับลำโพงระดับไฮไฟ กลุ่ม “JBL Synthesis” สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์…
กลุ่ม “JBL Professional” ผู้ผลิตอุปกรณ์คอนเสิร์ตและสตูดิโอ และ “JBL by Harman” ที่ดูแลลำโพงพกพาและหูฟังไร้สาย อาณาจักรเครื่องเสียงนี้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของผู้คน…
จากวิศวกรผู้หลงใหลในเสียงดนตรีแต่ต้องพ่ายแพ้ให้กับหนี้สิน
ผ่านการเปลี่ยนมือผู้บริหารและบริษัทแม่ระดับโลกหลายต่อหลายครั้ง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี…
นวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความมุ่งมั่นตั้งแต่จุดเริ่มต้น แม้ชีวิตของผู้สร้างจะจากโลกนี้ไปนานแล้ว
แต่ผลงานและคุณภาพเสียงจะยังคงส่งมอบความสุขให้คนทั่วโลกต่อไป…
References : [wikipedia,jbl,harman,samsung,stereosound]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here https://www.tharadhol.com/the-making-of-jbl/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา