1 มิ.ย. เวลา 15:53 • ประวัติศาสตร์

ฝันที่อยู่ไกล

" 'ฝันที่อยู่ไกล' อยู่ในอัลบั้มแรกของไมโคร เพลงที่ 2 หน้าบีมีคนรู้จักพอประมาณ เพลงเกิดในยุคที่ประเทศเรายังไม่เจริญ (ตอนนี้ก็ยังไม่เจริญ) ทุกคนปากกัดตีนถีบ ทุกคนมีความฝัน อยากจะทำให้ความฝันเป็นจริง มันเป็นเพลงที่สร้างความฝันให้มีชีวิตจริง ๆ สำหรับใครหลาย ๆ คน ครั้งหนึ่งวง Bodyslam ยังบอกว่า เพลง 'ความเชื่อ' ของพวกเขาก็มีเพลงนี้เป็นต้นแบบ"
เลเล่เล้ - แนะนำเพลงไทยและสากล
"ฝันนั้นยังไกล ทำให้ใจมีพลัง
แม้ล้มลงไป ทำให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
ถ้าหากตั้งใจให้รีบก้าวไป
เวลายังมีอยู่ หนทางนั้นยังรออยู่
รีบเร่งไปสู่ จุดมุ่งหมายที่อยู่ไม่ไกล…ให้ดี"
เพลง : ฝันที่อยู่ไกล
ขับร้องโดย : วงไมโคร
เครื่องบินขับไล่ F-16
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ผู้เขียนเชื่อว่าท่านผู้อ่านที่เข้ามาอ่านบทความบางท่านเกิดในยุค 60-70 แล้วเริ่มเป็นวัยรุ่นในช่วงยุค 80 จะมีสื่อบันเทิงจากโลกตะวันตกเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เท็ปคาสเซ็ต นิตยสาร รวมไปถึงเพลงรอค ถ้าท่านผู้อ่านท่านใดเกิดทันไม่มีใครไม่รู้จักวงไมโครที่มีนักร้องนำคือพี่หนุ่ย อำพล ลำพูน
ตอนนั้น​ตอนนั้นพี่หนุ่ยดังมากจนใครๆก็ไปขอลายเซ็นแกหลังวงไมโครเล่นจบก็มี แต่ที่พีคกว่าแฟชั่น ทุกท่านทราบไหมครับว่าคืออะไร เดี๋ยวเฉลยเลยดีกว่าฮะ เพลงร็อคให้กำลังใจอย่าง ''ฝันที่อยู่ไกล'' ที่ใช้เป็นเพลงปลุกใจวัยทำงานในยุคนั้นเป็นหนึ่งในนั้นเพลงร็อคที่คนรุ่นใหม่บางท่านยังคงเปิดฟังในสมัยนี้ ไม่เพียงเท่านี้เพลงนี้ยังเข้ากับเส้นทางชีวิตของบุคคลท่านนี้ "HOLLYWOOD"
ก่อนที่จะเข้าสู่บทความผู้เขียนขอประกาศให้ทุกท่านทราบว่าภาพเครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช ที่นำมาเป็นภาพหน้าปกบทความนี้หากท่านใดสนใจให้ผู้เขียนนำไปปริ้นท์เป็นโปสเตอร์ สามารถทักมาหาผู้เขียนใน Facebook ส่วนตัวชื่อ Supakrit Falcon ได้ราคาที่จะให้ท่านโอนเข้าบัญชีก่อนที่ผู้เขียนจะส่งให้ร้านปริ้นท์อยู่ที่ 200 บาท หากท่านใดสนใจขอเลขบัญชีให้มักมาได้ที่แชทส่วนตัวผู้เขียนนะฮะ
ภาพที่คุ้นตาของกองทัพอากาศไทยในวันเด็กหรือการแสดงแอร์โชว์ คือการที่เด็กๆเห็นนักบินนำเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นไปบินผาดแผลงด้วยท่าทางทางการบินที่มีความสง่างาม ซึ่งมีไม่กี่ท่านในประเทศไทยที่จะแสดงสมรรถนะการบินของ F-16 ออกมาได้ดี ราวกับนักพากย์มืออาชีพใช้เสียงพากย์ในหนังได้ดีจนผู้ชมอยากดูอีก บุคคลลท่านนี้คือ พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ หรือพี่เอก ผู้ใช้นามเรียกขานว่า HOLLYWOOD
F-16BM
วัยเด็กของพลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ หรือที่รู้จักในนามเรียกขาน "Hollywood" ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 โดยมีความผูกพันกับกองทัพอากาศมาโดยตลอด เนื่องจากบิดาของท่านคือ พลอากาศเอก รังสฤษฏิ์ ถนอมสิงห์ เป็นนักบินรบผู้ทรงเกียรติที่เคยทำการบินเครื่องบินหลายแบบไม่ว่าจะเป็น F-86, A-37 และ F-5 และเคยผ่านสมรภูมิใหญ่ครั้นเกิดสงครามลับในลาวมาแล้ว
พี่เอกในวัยเด็กเติบโตมาในบรรยากาศของกองบิน 4 ตาคลี ซึ่งทำให้ท่านคุ้นเคยกับการเห็นเครื่องบินขับไล่ F-5 มาตั้งแต่ยังเด็ก ความฝันแรกไม่ใช่การเป็นนักบินที่มีนามเรียกขานว่า "HOLLYWOOD" เพราะในช่วงแรกๆ  ท่านได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ PERSPECTIVE ซึ่งออกอากาศทางช่อง 9 ว่าท่านมีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และทำได้ดีถึงขั้นติดนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุ 13-15 ปี นอกจากกีฬาแล้ว ท่านยังมีความสนใจในงานศิลปะโดยมีความคิดที่อยากจะเข้าเรียนต่อในคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรอีกด้วย
เมื่อต้องเลือกเส้นทางอาชีพในระดับมัธยมปลาย ท่านตัดสินใจทิ้งความฝันด้านกีฬาและศิลปะ เพื่อมุ่งหน้าสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารตามรอยคุณพ่อ ท่านใช้เวลาเตรียมตัวติวเข้มเพียง 3 เดือน ก็สามารถสอบติดโรงเรียนเตรียมสร้างความภาคภูมิใจให้เเก่ครอบครัวถนอมสิงห์ที่มีลูกชายเป็นทหารตามรอยคุณพ่อยอดนักบินรบ
พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ
เมื่อพี่เอกก้าวเข้าสู่เส้นทางของโรงเรียนเตรียมทหาร นักเรียนจะได้พบกับระบบการฝึกที่เข้มข้นทั้งในด้านระเบียบวินัยและวิชาการ เพื่อหล่อหลอมให้พร้อมสำหรับการเป็นนายทหารอาชีพในอนาคต แล้ววินัยนั้นสำคัญไฉนสำหรับว่าที่นักบิน F-16 คนดังในยุคนั้น ในช่วง 2 ปีแรกท่านเล่าว่าที่โรงเรียนเตรียมทหาร นักเรียนจะได้เรียนรู้ทั้งวิชาการพื้นฐานและวิชาทหารเบื้องต้น เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร ผู้ที่ได้รับเลือกเข้าสู่เหล่าทัพอากาศจะได้ก้าวเข้าสู่ โรงเรียนนายเรืออากาศ เพื่อศึกษาต่อเป็นเวลา 5 ปี
เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร ผู้ที่ได้รับเลือกเข้าสู่เหล่าทัพอากาศจะได้ก้าวเข้าสู่ โรงเรียนนายเรืออากาศ เพื่อศึกษาต่อเป็นเวลา 5 ปี
การเรียนในระดับนี้เทียบเท่ากับปริญญาตรี โดยส่วนใหญ่นักบินรบจะเลือกเรียนในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล
รวมระยะเวลาในการเรียนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติบนพื้นดินทั้งจากเตรียมทหารและนายเรืออากาศคือ 7 ปี ก่อนที่จะมีสิทธิ์ก้าวเข้าสู่โรงเรียนการบินต่อไป
หลังจากจบจากโรงเรียนนายเรืออากาศ พี่เอกก้าวเข้าสู่โรงเรียนการบินกองทัพอากาศ ณ กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการบินจริง
ท่านใช้เวลาฝึกที่นี่ประมาณ 14 เดือน โดยต้องทำชั่วโมงบินรวมประมาณ 200 ชั่วโมง สำหรับนักบินที่เลือกสายขับไล่/โจมตีอย่างพี่เอก จะได้รับการฝึกกับเครื่องบินฝึกสมรรถนะสูง เพื่อเน้นยุทธวิธีและการบินผาดแผลง ซึ่งพี่เอกทำคะแนนภาคปฏิบัติได้ในระดับท็อปจนได้รับคัดเลือกให้ไปบินเครื่องบินขับไล่
ที่อุดรธานี พี่เอกเริ่มชีวิตนักบินรบอย่างเต็มตัวกับเครื่องบินขับไล่ F-5 ที่ฝูงบิน 231 กองบิน 23 ในระหว่างที่ประจำการที่นี่ ท่านได้สะสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ แต่ก็เคยผ่านเหตุการณ์เฉียดตายครั้งสำคัญ คือเหตุการณ์ที่ระเบิดซึ่งทิ้งออกไปลอยกลับมากระแทกใต้ท้องเครื่อง จนระบบไฮดรอลิกและเบรกใช้การไม่ได้ แต่ท่านก็สามารถประคองเครื่องบิน F-5 ลงจอดได้อย่างปลอดภัย
Hollywood ขณะพร้อมขึ้นการบินกับปลัดกลาโหม
แม้พี่เอกจะเติบโตมาในกองบิน 4 ตาคลีและคุ้นเคยกับ F-5 มาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อท่านย้ายมาประจำการที่กองบิน 1 โคราช ท่านได้เปลี่ยนแบบมาบินเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูงกว่าเดิมมากอย่าง F-16 ฉายาเหยี่ยวพิฆาต ซึ่งประจำการอยู่ที่ฝูงบิน 103 นามเรียกขาน "LIGHTNING" โดยใช้สัญลักษณ์สายฟ้าสีแดงที่แพนหางดิ่ง เป็นสัญลักษณ์ประจำฝูงบินสอดคล้องกับ Motto ที่ว่า "ผู้ใดจับได้สายฟ้า ผู้นั้นคือผู้ที่ผ่านหนทางอันแสนยากเข็ญ"
การเป็นนักบิน F-16 ของ พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ หรือพี่เอกเจ้าของนามเรียกขาน "Hollywood" ถือเป็นนักบินระดับตำนานของกองทัพอากาศไทย โดยท่านเป็นนักบินเพียงไม่กี่คนในระดับสากลและเป็นคนแรกและคนเดียวในไทยที่ครองสถิติชั่วโมงบินกับ F-16 สูงสุดกว่า 3,000 ชั่วโมง แต่กว่าจะผ่านจุดๆนั้นมาได้ใครๆก็สงสัยว่า"HOLLYWOOD'' ที่เป็น Callsign ของท่านสื่อถึงอะไร วันนี้เราก็มีคำตอบให้ทุกท่านครับ
สำหรับนามเรียกขาน "Hollywood" ที่พี่เอกใช้ตั้งแต่ขับ F-16 ປมานั้นชื่อนี้ไม่ได้มาจากหน้าตาที่เหมือนดารา แต่รุ่นพี่ตั้งให้ตามบุคลิกที่โดดเด่นและ "Entertainment" เนื่องจากในสมัยเป็นนักบินใหม่ท่านเป็นคนสนุกสนานและชอบเที่ยวกลางคืนหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกบิน
พ.ศ.2538 เมื่อพี่เอกได้บินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช ท่านได้ย้ายไปประจำการที่ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี ซึ่งเป็นทำงานเก่าของคุณพ่อ
ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่กองทัพอากาศไทยนำนักบิน F-16 ที่มีประสบการณ์จากโคราชไปบิน F-16 ที่ตาคลี เพราะฝูงบิน 403 ในยุคนั้นจำนวนนักบินมีไม่เพียงพออีกทั้ง F-16 ที่ประจำการที่ฝูงบินนี้มีจำนวนไม่มาก (ฝูงบิน 403 ประจำการ F-16 ครบในปีพ.ศ.2539) เพราะฉะนั้นจึงต้องให้นักบินจากกองบิน 1 โคราชมาบินในช่วงแรกๆ
จากซ้ายไปขวา พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ , พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และพลอากาศเอก เสกสรรค์ คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ
ขณะดำรงยศเรืออากาศเอกท่านเล่าในรายการ PERSPECTIVE ว่าเป็นช่วงที่ F-16 บรรจุใหม่ๆ และยังมีนักบินน้อยแต่เครื่องบินมีสภาพใหม่มาก ทำให้ท่านมีโอกาสขึ้นบินบ่อยครั้ง บางวันบินถึง 3 รอบ ทั้งเช้า บ่าย และกลางคืนจนสะสมชั่วโมงได้มหาศาล การจะบินให้ถึงระดับนี้ท่านกล่าวเสริมว่าต้องทนต่อแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางสูงถึง 9G ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งหากร่างกายไม่ฟิตพอก็ไม่สามารถทำได้
ในปีพ.ศ.2543 พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ (Hollywood) ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักบินผาดแผลง F-16 ตั้งแต่สมัยดำรงยศนาวาอากาศตรี ท่านมีความชำนาญสูงในการบินโชว์สมรรถนะในงานวันเด็กและงานแอร์โชว์สำคัญของกองทัพอากาศ ซึ่งการบินผาดแผลงนี้ต้องอาศัยทั้งสุขภาพกายและใจที่แข็งแกร่งเพื่อทนต่อแรงจีในขณะบิน Demo
เช่นเดียวกับรุ่นพี่ของท่านอย่างนาวาอากาศโท ณรงค์ อินทชาติ "VIGOR" (ปัจจุบันยศพลอากาศเอก/เกษียณแล้ว) ผู้บังคับการฝูงบิน 103 ซึ่งในขณะนั้นเป็นหนึ่งในนักบิน F-16 ที่มีชั่วโมงบินมากที่สุดคือ 2,000 ชั่วโมงบินเป็นคนแรกของกองทัพอากาศไทย ท่านได้รับการคัดเลือกให้มาแสดงการบินผาดแผลงเดี่ยว เพื่อวาดลวดลายบนท้องฟ้าและสร้างแรงบันดาลใจในงานวันเด็กและงานสำคัญของกองทัพอากาศ
พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ "Hollywood" ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ
ปัจจุบันมีนักบิน F-16 หลายท่านที่ได้รับคัดเลือกมาให้บินผาดแผลงแสดงสมรรถนะของ F-16 ในงานต่างๆไม่ว่าจะเป็น พลอากาศโท พลวัตร อินทรวิเศษ "CESKY" , พลอากาศเอก ณรงค์ อินทชาติ "VIGOR" , พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน "STOMPER" , พลอากาศเอก สฤษฏ์ วุทธีรพล "LUKUS"
พลอากาศเอก สุทธิพันธ์ กฤษณคุปต์ "SPECTRE'' , พลอากาศเอก ธรินทร์ ปุณศรี "OSPREY" , นาวาอากาศเอก เนาวมรัตน์ ประพัฒน์ทอง "VIKING" , พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ "HOLLYWOOD" , พลอากาศเอก สฤษฎ์พงศ์ วัฒนวรางกูร "STALLION" และอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้กล่าวถึง
สำหรับการบินผาดแผลงของ F-16 ที่ Hollywood รวมถึงนักบิน F-16 Demo ท่านอื่นๆจะมีการแสดงสมรรถนะการบินในท่าที่ตื่นเต้นและเร้าใจตั้งแต่บินขึ้นไปแล้วทำท่าบินเป็นรูปเลข 8 แนวนอนหรือ Cuban 8 โดย F-16 จะไต่ระดับขึ้นไปแล้วตีโค้งในแนวนั้นพร้อมกับม้วนตัวจากบินลงมาก่อนจะมาทำท่าเดิมในทิศทางเดิมจนเป็นเลข 8 ที่สมบูรณ์ จากนั้นก็บินมาทำ Aileron roll หรือทำท่าหมุนควงสว่าน 3 รอบภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที
Hollywood และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่กองบิน 4 ตาคลี
เสร็จจากท่านี้ก็มาบินในท่า LOOP คือการเชิดหัวขึ้นทำท่าเป็นรูปวงกลมๆกว้างๆ 360 องศาแล้วบินกลับมาที่ความสูงเท่าเดิม ต่อมาคือการบินหมุนตัวแบบ 4 จังหวะ ตามมาด้วยการเลี้ยววงแคบหรือ 9G Turn ซึ่งแสดงให้ถึงความสามารถในการทนแรงจีขั้นสูงสุดของเครื่องบินและนักบิน แล้วก็กลับมาก็บินกางล้อและกางสปีดเบรกด้วยท่า Slow Flight เพื่อให้เห็นว่าเครื่องบิน F-16 ไม่ใช่แค่บินด้วยความเร็วสูง ในความเร็วต่ำก็สามารถบินได้
จากนั้นก็มาทำท่าการบินกลับหัว สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดก็บินทำท่า Vertical Aielron Roll จนหายวับไป ก่อนจะบินโผล่มาทำ Surprise Attack เพื่อผู้ชมคาดเดาหาทิศทางที่จะบินกลับมาก แล้วก็กลับมาร่อนลงจอดซึ่งท่าทางการบินแบบนี้จะเห็นได้ในงานสำคัญของกองทัพอากาศ
พ.ศ.2568 พี่เอก พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ "Hollywood" ได้บินขึ้นบินรบจริงในตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (ผบ.คปอ.) ในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา การขึ้นบินครั้งนี้ถือเป็นการผสมผสานระหว่างทักษะการบินที่เก็บเกี่ยวมาตลอด 3,000 ชั่วโมงบินกับ F-16
ในสมรภูมิจริงประสบการณ์ที่พี่เอกทำการบินกับ F-16 ด้วยชั่วโมงบินกว่า 3,000 ชั่วโมงของท่านถือเป็น ทรัพย์สินทางทหารที่ประเมินค่าไม่ได้ ท่านได้นำความรู้ที่ไม่ได้มีอยู่ในตำรา เช่น สัญชาตญาณการตัดสินใจในสภาวะกดดันในการฝึกที่ผ่านมาประยุกต์ใช้กับการรบจริงเพื่อให้กองทัพมีความพร้อมรบสูงสุด
บทบาทในสมรภูมิชายแดน
Hollywood พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในชุดบินที่กองบิน 1 โคราช
ที่กองบิน 1 โคราช "Home of Tiger" นักบิน F-16 ฝูงบิน 103 ทุกนาย Brief ร่วมกับนักบินรบจากฝูงอื่นๆเสร็จ ก็สวม G-Suit และหยิบหมวกนักบินพร้อมกระเป๋าเดินทางมาตามลานบินอันกว้างใหญ่ แล้วแยกไปขึ้นเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่จอดสแตนด์บายที่โรงเก็บแล้วทำการตรวจเช็คและสตาร์ทเครื่อง
เสียงเครื่องยนต์เครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ดังขึ้นจากการสตาร์ทในโรงเก็บก่อนการขึ้นบินเป็นสัญญาณว่าฮีโร่กำลังจะออกโรง เมื่อช่างประจำเครื่องให้สัญญาณ F-16 ได้เคลื่อนที่ช้าๆออกมารับแสงแดด แล้ววิ่งไปตามแท็กซี่เวย์ด้วยความเร็วช้าๆประหนึ่งจักรยานที่ขับตามถนน
เมื่อมาตั้งหลักที่รันเวย์กองบิน 1 อย่างเป็นเอกภาพแล้ว "HOLLYWOOD" นักบินผาดแผลง F-16 ที่นำนักบินเหยี่ยวพิฆาตรุ่นน้องเข้าสู่สมรภูมิชายแดนได้นำ F-16 วิ่งทะยานขึ้นพร้อมเสียงไอพ่นคำรามไปทั่วถ้ำพยัคฆ์ราวกับเสียงฟ้าร้องในฤดูฝน เพียงแต่ว่าคราวนี้เสียง F-16 นั้นดังนานกว่า เพราะนักบินทุกนายมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการบินขึ้นไปหยุดภัยคุกคาม
F-16 กองทัพอากาศอิตาลี
ท่านไม่ได้มีส่วนสำคัญในการวางแผนใช้กำลังทางอากาศเพื่อป้องปรามและหยุดยั้งการคุกคามแค่บนพื้นดินหรือจิบกาแฟติดตามสถานการณ์ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ แต่ท่านยังมีบทเด่นในการใช้ F-16 ออกปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบร่วมกับนักบินรุ่นน้อง โดยที่ท่านทำการบินเองจากกองบิน 1 โคราชไปถล่มเป้าหมายโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาขับให้
HOLLYWOOD นำทีมฝูงบิน LIGHTNING ไต่ระดับขึ้นไปจนถึงความสูงที่คนบนดินได้ยินแต่เสียง แต่มองไม่เห็นเครื่อง เมื่อ F-16 บินพ้นนน่านฟ้าโคราชไปแล้ว ฝูงบินสายฟ้าก็บินเกาะหมู่บินเป็นหนึ่งเดียว พุ่งทะยานเหนือเมฆน้อยใหญ่ไปด้วยความเร็วสูง คราวนี้บทบาทของนักบิน F-16 ผู้ทำสถิติชั่วโมงบินสูงสุด 3,000 ชั่วโมงบินได้เปลี่ยนมาเป็นผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศที่นำหมู่บิน F-16 มุ่งหน้าสู่ดินแดนข้าศึก
บนท้องฟ้าระหว่างเส้นทางสู่เป้าหมายเพื่อยับยั้งภัยคุกคาม F-16 ได้ทำการบินเกาะหมู่ไปในอากาศ พร้อมระเบิดใต้ปีกที่แบกมา ที่ลำตัวภายนอกของระเบิดนั้นมีข้อความมากมายทั้งข้อความให้กำลังใจนักบินและข้อความที่สื่อถึงจุดจบของกองทัพกัมพูชาที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะด้วยข้อความใดๆ นักบิน F-16 คือฮีโร่นอกจอทีวีที่กำลังจะกอบกู้แผ่นดินไทยจากการถูกรุกราน
RTAF F-16A
เมื่อมองออกไปนอกกระจกฝาครอบห้องนักบิน F-16 ผืนป่าที่ประกอบด้วยต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวและภูเขาหลายลูก ไม่ได้มีแค่ความสวยงามตามธรรมชาติ แค่ยังมีควันดำที่เกิดจากการปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาบนพื้นดินลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ในขณะที่กำลังบินถึงเป้าหมายนักบินทุกนายไม่มีเวลาลังเลในยามสงคราม ในหัวพวกเขามีแต่วลีในห้อง Brief ที่ว่า "เราจะหยุดยั้งภัยคุกคามจนกว่ากัมพูชาจะสิ้นสภาพ"
ตัดภาพมาที่พื้นดินในป่าแห่งหนึ่งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บัดนี้เหยี่ยวพิฆาตได้บินอยู่ในความสูงเกินที่สายตาคนบนดินจะมองเห็นหรือกระทั่งทหารกัมพูชาที่รบในป่าก็ยากที่จะเห็นว่าพวกเขากำลังจะถูกเผาศพโดยที่ไม่ต้องให้โลงถูกไฟเผาไปอยู่เมรุ
เสียงไอพ่นคำรามเบาๆที่มาเยือนมันอยู่เหนือหัวพวกเขาแล้ว เสียง F-16 กลายเป็นเสียงหลอนสำหรับทหารกัมพูชาในคราวนี้ ป่าไม้ที่เดิมมีแต่เสียงจิ้งหรีดร้องบรรเลงดุจนักร้องเสียงดีร้องเพลงให้ฟัง กลับถูกกลบด้วยเสียงไอพ่นของเครื่องบินขับไล่ F-16 ผู้มาเยือนที่กำลังจะนำของที่ระลึกมาให้ฝ่ายตรงข้าม
เมื่อพี่เอกปลดไข่เหล็กใต้ปีก ไข่เหล็กจาก F-16 ก็ดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีการชลอความเร็ว ไม่มีการถอยหลัง ไม่มีบินข้างหน้า มันมีทิศทางเดียวที่กำลังพุ่งไปหานั่นคือฐานปฏิบัติการของทหารกัมพูชา แรงระเบิดส่งผลให้อาคารสำหรับใช้ทางทหารที่สร้างล้ำดินแดนไทยกลายเป็นซากปรักหักพัง
ภาพระเบิดพุ่งเข้าชนอาคารและทำลายฐานทัพของทหารกัมพูชาที่เกิดขึ้นเบื้องล่างเป็นของที่ระลึกที่กองทัพอากาศไทยตั้งใจมอบให้เพื่อตอบแทนที่ฝ่ายตรงข้ามเคยทำร้ายทหารและผู้บริสุทธิ์นับตั้งแต่ที่สงครามปะทุขึ้น
F-16 กองกองทัพอากาศกรีซ
ภายใต้การบัญชาการและการบินทิ้งระเบิดด้วยการนำเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบินด้วยตัวเองพร้อมนักบิน F-16 รุ่นน้องที่ร่วมหมู่ได้พิสูจน์ศักยภาพในการเป็นเครื่องมือตัดสินผลของสงคราม โดยทำการโจมตีเป้าหมายทางทหารในดินแดนฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแม่นยำ
ผลสำเร็จจากการปฏิบัติภารกิจจริงของท่านนำมาซึ่งสัญลักษณ์ Mission Kill Marking ซึ่งรูปวาดระเบิดที่ปรากฏบนเครื่องบินขับไล่ F-16 ฝั่งห้องนักบิน ถือเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์การโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ได้อย่างถูกต้องตามหลักสากล
หลังจากจบสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อมาในวันที่ 19 พฤษภาคมปีพ.ศ. 2569 เมื่อทราบว่าท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ขึ้นทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่กองบิน 4 ตาคลี
พี่เอก พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ได้ขึ้นทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16BM หมายเลข 40305/90036 เพื่อทำตามบินหมู่ร่วมกับ F-16BM อีกเครื่องคือหมายเลข 40302/90033 ที่มีพี่เบิร์ด นาวาอากาศโท ชานนท์ สัตยะยุกต์ "WOODY" ผู้บังคับฝูงบิน 403 เป็นนักบินที่ 1 และพี่หยอย พลอากาศเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นนักบินที่ 2
ฝาครอบกระจกห้องนักบินก็ปิดลง เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ดังคำรามขึ้น เหล่าสื่อมวลชนและคณะนายทหารต่างจับตามองที่ F-16BM หมายเลข 40302 พร้อมหมายเลข 40305 ซึ่งทั้ง 2 เครื่องนี้กำลังเคลื่อนออกจากโรงเก็บอย่างช้าๆ ก่อนจะเเท็กซี่ไปตามลานบินเพื่อเตรียมขึ้นบินแสดงการรบทางอากาศ ก่อนที่จะบินไปชายแดนไทย-พม่า
เครื่องบินขับไล่ F-16BM เครื่องเดียวกับพี่เอกทำการบินในวันที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเยือนตาคลี
"ฟ้าววววววววววว! บู้มมมมมมมมมมมมม!"
เสียงเครื่องบินขับไล่ F-16BM ทะยานขึ้น
ในขณะที่ท่านผบ.ทสส. และพี่เบิร์ด ผู้บังคับฝูงบิน 403 ได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากของนักรบทางอากาศบนความสูงที่เลยก้อนเมฆขึ้นไป Hollywood นักบิน F-16 ที่มีชั่วโมงมากที่สุดของกองทัพอากาศไทยก็บินเกาะหมู่ร่วมด้วยในระหว่างที่ผู้นำทางจิตวิญญาณของกองทัพไทยกำลังตรวจชายแดนด้วยตาเหยี่ยวจากบนท้องฟ้าเป็นครั้งแรกในชีวิตกับเครื่องบินขับำล่สมรรถนะสูง
ในขณะที่ข้างล่างได้รับความชุ่มชื้นจากเมฆสีเทาและสีดำซึ่งกำลังบันดาลให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันตกของไทย บนท้องฟ้าเหนือเมฆสีขาวอันมีท้องฟ้าสีครามและดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า
ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-16MLU ไม่ได้เพียงแต่มีผู้ใหญ่ในกองทัพมาร่วมบินด้วย แต่ยังมีพลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ "Hollywood" ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบการปฏิบัติการทางอากาศพร้อมด้วยเครื่องบินขับไล่และฝึกขนาดเบา T-50TH อีก 2 เครื่องกำลังทำภารกิจการบินตรวจการณ์ชายแดนเพื่อเป็นการส่งสัญญาณไปยังฝ่ายตรงข้ามว่า "น่านฟ้าไทย จะมิให้ใครย่ำยี"
RTAF F-16B ADF
แม้ F-16 ฝูงบิน 103 และฝูงบิน 403 จะมีอายุการใช้งานมานานเกือบ 40 ปี ซึ่งตามมาตรฐานทั่วไปควรปลดประจำการเครื่องบินขับไล่หลังจากใช้งานไป 30 ปี แต่ในการบินลาดตระเวนเหนือชายแดนตะวันตกของประเทศไทยครั้งนี้ F-16 ที่เคยพิสูจน์ตัวเองว่าเป็น Game Changer ที่สำคัญจากการรบใหญ่ในปี 68 กลายเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีบทบาทหลักในการป้องกันภัยทางอากาศจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกองทัพอากาศพม่าที่กำลังใช้กำลังทางอากาศโจมตีชนกลุ่มน้อยในขณะนี้
พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ นักบิน F-16 ระดับแถวหน้าของกองทัพอากาศไทย แม้จะเป็นระดับนายพลแต่ท่านก็ยังคงมีความสุขกับการขึ้นบิน เพราะการขึ้นบินในแต่ละครั้งนั่นหมายถึงนักบินรุ่นน้องมีขวัญกำลังใจัดการจในการรักษาอธิปไตยมากขึ้น สำหรับเรื่องราวของยอดนักบิน F-16 ในตำนานแห่งทัพฟ้าไทยก็ขอปิดท้ายด้วยภาพพี่เอกในชุดนักบิน F-16 มาให้ทุกท่านได้ชมกัน สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Jamil Jaafar
Mark Allison
Adrian Stürmer
Kevin
Paul Kipping
กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force
กองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ
รายการ PERSPECTIVE
นิตยสารสมรภูมิ
Gemini AI
เรียบเรียงโดย : เบิ้ล ตาควาย
โฆษณา